วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ม.ชุมนุมมิใช่ ก.ม.ห้ามชุมนุม

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลยอมถอย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากข้อความผ่านโฆษกรัฐบาลว่าเข้าใจกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ จึงสั่งการให้กระทรวงพลังงาน ให้แจ้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เริ่มต้นกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพใหม่ เน้นการให้ประชาชนมีส่วนร่วม

เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ผลการศึกษาเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายพร้อมยอมรับ ฝ่ายประชาชนไม่วิตกว่าจะใช้พลังงานอะไร ในการผลิตไฟฟ้า เพียงแต่ไม่มั่นใจในกระบวน การศึกษาผลกระทบที่ผ่านมา เป็นการศึกษาและประเมินผลกระทบที่แท้จริงหรือไม่ การยอมถอยของรัฐบาลเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย จึงนำไปสู่การปล่อยตัวแกนนำ และผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน

ก่อนหน้านี้มีเสียงวิจารณ์ว่า ทำไมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงรีบร้อนอนุมัติโครงการไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ รัฐบาลทำถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนหรือยัง? เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า การดำเนินโครงการที่อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ต้องศึกษาและประเมินผลกระทบ โดยมีผู้ชำนาญการร่วมด้วย

มีคำถามด้วยว่า การสลายการชุมนุม และจับกุม 5 แกนนำไปควบคุมตัวในค่ายทหาร เป็นการกระทำที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เพื่อคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และขอให้รัฐบาลศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบใหม่ การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรับประกัน

ฝ่ายรัฐบาลอาจจะอ้างว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ที่รับรองเสรีภาพการชุมนุมถูกฉีกทิ้งไปแล้ว มีแต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวนั่นเองก็เขียนไว้ชัดเจนว่า สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครอง ตามประเพณี การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยังได้รับความคุ้มครองต่อไป

การตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ และกระทบต่อสุขภาพประชาชน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเคยได้รับยกย่องเป็น “วีรบุรุษประชาธิปไตย” เตือนว่า ถ้าเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินจะทำลายการท่องเที่ยวและอนาคตประเทศไทย

รัฐบาลจึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความคิดเห็น และเป็นเสรีภาพของประชาชน ไม่ควรอ้างกฎหมายการชุมนุมสาธารณะมาห้ามการชุมนุม เพราะเท่ากับห้ามแสดงความคิดเห็น ต้องไม่ทำกฎหมายชุมนุมให้เป็นกฎหมายห้ามชุมนุม.

20 ก.พ. 2560 11:38 ไทยรัฐ