วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวใจการปฏิรูปประเทศ

บัญญัติ 10 ประการ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ-ป้องกันรัฐประหาร

ได้อ่านแนวคิดของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่ได้เสนอต่อสังคมมาตลอดในเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า

“การปฏิรูปประเทศคือการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ต้องกระจายอำนาจไปให้ประชาชนปกครองตัวเองมากที่สุด ในรูปของชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง”

นี่คือหัวใจของการปฏิรูปซึ่งจะต้องทำตรงนี้

แนวคิดหลักๆมีอยู่ 10 ประการคือ

1. มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างประชาธิปไตยแบบบูรณาการ ซึ่งจะต้องมีการสื่อสารอย่างมากและต้องมีความมุ่งมั่นร่วมกัน

2.ต้องเข้าใจว่าประชาธิปไตยที่ต้องการคือประชาธิปไตย อย่างบูรณาการ ที่แล้วมาพูดกันคนละส่วน พวกหนึ่งต้องการเลือกตั้ง พวกหนึ่งต้องการความสงบเรียบร้อย อีกพวกหนึ่งต้องการพัฒนาที่ได้ผล

3.พรรคการเมืองต้องพัฒนาไปสู่ความเป็นสถาบันคือต้องเป็นเครื่องมือของประชาชน สร้างความรู้ ความดี สามารถสังเคราะห์นโยบายได้ ผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เป็นผู้นำประชาชนไปในทิศทางที่ดี พรรคการเมืองต้องไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

4.พลังพลเมืองกัมมันตะหรือมีความกระตือรือร้นอันเป็นปัจจัยที่จะทำให้สิ่งต่างๆลงตัว

5. กระจายอำนาจไปให้ชุมชนท้องถิ่นปกครองตนเองมากที่สุด

6. ระบบรัฐต้องปรับตัว เพราะเป็นระบบศูนย์รวมอำนาจ ดังนั้นจึง ต้องสนับสนุนเชิงนโยบายและวิชาการ อันนี้คือการปรับภาพลักษณ์ใหม่

7. การพัฒนาการอย่างบูรณาการและสมดุล เพราะการพัฒนาหากไม่สมดุลแล้วจะเกิดความเหลื่อมล้ำมาก ซึ่งประเทศไทยนั้นมีความเหลื่อมล้ำมาก จึงเกิดปัญหาสังคม เกิดความรุนแรง

8.ไม่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะหากไปละเมิดจะทำให้เกิดการต่อต้านและเกิดความรุนแรงตามมา

9.หากมีชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองต้องเป็นไปอย่างสันติ อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงหรือรัฐประหาร ที่แล้วมายั่วยุจนทำให้เกิดการรัฐประหาร

10.หากมีเหตุที่กองทัพต้องเข้ามาระงับความรุนแรง สมมติว่าเกิดความรุนแรงขึ้นให้เพียงแต่ระงับความรุนแรงอย่าเลยไปถึงการยึดอำนาจ แล้วเข้ามาปกครองมันก็เลยวนเวียนอยู่อย่างนี้

หากสามารถดำเนินการได้ตามนี้ก็จะป้องกันรัฐประหารได้

หลักคิดว่าด้วยบัญญัติ 10 ประการ แม้จะมองว่าเป็นเรื่องเชิง “อุดมคติ” ที่ทำยาก แต่หากโดยภาพรวมของประเทศแล้วล้วนเป็นแนวคิดที่มุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาที่สามารถตอบโจทย์ประเทศได้จริงๆ เพียงแต่ยังไม่มีผู้นำคนไหนกล้านำไปแก้ไข นำไปปฏิบัติให้เป็นจริงได้

ยกตัวอย่างอยู่ 2 ประเด็นก็จะเห็นภาพชัดขึ้น

อย่างเรื่องการกระจายอำนาจ หากไปพูดว่าหัวใจของการปฏิรูปคือการกระจายอำนาจกับรัฐบาล คสช.เขาจะไม่กล้ากระจายเพราะกลัวว่ากระจายแล้วมันไม่ลงตัว จะกลายเป็นเรื่องยากเพราะเขาทำรัฐประหาร มันเกิดความรุนแรงทางการเมือง การต่อสู้ก็ต้องมีการรวมศูนย์อำนาจเอาไว้

หรือการปฏิรูปตำรวจที่มีเสียงเรียกร้องกันมาก เพราะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นเป็นเพราะผู้มีอำนาจไม่อยากสูญเสียอำนาจ จึงทำให้การปฏิรูปไม่คืบหน้า

ซึ่งคงไม่ใช่แค่รัฐบาล คสช.เท่านั้น แม้แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ต่างกัน เนื่องจากเมื่อได้อำนาจมาแล้ว ก็ไม่ต้องการที่จะให้มีการกระจาย เพราะต้องรวมศูนย์ให้มากที่สุด

เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาประชาธิปไตยในบ้านเมืองเรา จนทำให้เกิดมุมมองที่ต่างกัน จนทำให้แก้ไขปัญหาของประเทศไม่ได้

ที่สำคัญก็คือยังไม่สามารถเข้าถึง “ต้นตอ” ที่แท้จริงได้.

สายล่อฟ้า

20 ก.พ. 2560 11:25 20 ก.พ. 2560 11:25 ไทยรัฐ