วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิลาศ' แฉ MOU พิสดาร กกท.โอนงบกรมทางหลวง ยันผู้ว่าฯ กปภ.ขาดคุณสมบัติ

"วิลาศ" แฉ MOU พิสดาร กกท.โอนงบให้กรมทางหลวงสร้างสนามกีฬา-สนามกอล์ฟ 1,270 ล้าน เตรียมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.-สตง.สอบ เชื่อมีการเมืองเอี่ยว จี้ "บิ๊กตู่" ไล่ สนช.อดีต 2 ผวจ. เอี่ยวโกงยาปราบศัตรูพืช หลัง ปปง.อายัดทรัพย์อดีต ผู้ว่าฯ อุบลฯ 384 ล้าน พิสูจน์เอาจริงจัดการคนโกง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำงบประมาณไปให้กรมทางหลวง สร้างสนามกีฬา 7 จังหวัด ประกอบด้วย จ.อำนาจเจริญ จ.สกลนคร จ.สระแก้ว จ.มหาสารคาม จ.สมุทรปราการ จ.เพชรบูรณ์ และ จ.นราธิวาส และศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ คือ สนามกอล์ฟ ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ใน 2555 วงเงินรวม 1,270 ล้าน ว่า เป็นเรื่องที่ กกท. ไม่ทำโครงการแต่กลับโอนงบให้กรมทางหลวงเบิกจ่ายแทนกัน ทั้งที่กรมทางหลวงมีภารกิจหลักในการก่อสร้างบำรุงรักษาทาง และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมทางหลวงระบุว่า มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง การก่อสร้างบำรุงรักษาทางให้มีโครงข่ายถนนหนทางในประเทศ ไม่ได้บอกเลยว่ามีภารกิจในการสร้างสนามกีฬา เพราะเป็นภารกิจหลักของการ กกท. แต่ทำไม กกท.จึงโอนงบให้กรมทางหลวงทำ โดยใช้วิธีทำเอ็มโอยูโดยไม่มีการระบุว่าหากสร้างไม่เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับอย่างไร

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า งบประมาณ จำนวน 1,270 ล้านบาท ที่ กกท.ได้รับใช้วิธีทำเอ็มโอยูกับกรมทางหลวง โดยกำหนดเวลาไว้แต่ไม่กำหนดว่าถ้าเกินเวลาแล้วมีปัญหา สนามกีฬาทั้งหมดจะสร้างให้เสร็จภายใน 270 วัน ยกเว้นที่ จ.นาราธิวาส แล้วเสร็จใน 360 วัน และเริ่มเห็นชัดเจนที่สำนักงบประมาณจัดสรรให้ปี 55 จำนวนกว่า 288 ล้านบาท ผูกพันปี 56 จำนวน 981 ล้านบาท แต่เมื่อปี 56 จะพิจารณางบประมาณปี 57 ปรากฏว่าโครงการเพิ่งดำเนินการ จึงปรับลดงบลงเหลือ 228 ล้าน ผูกพันปี 57 จำนวน 752 ล้านบาท แต่ก็ไม่เสร็จอีก จึงมีการปรับลดงบลงเหลือ 200 กว่าล้านบาท ขยายไป ปี 58 จำนวน 470 ล้านบาท และมีการขยายเวลาโดยมีการแก้เอ็มโอยูอีกสองครั้ง รวมสามครั้ง แทนที่จะเสร็จปี 56 ไปเสร็จปี 58 โดยการเซ็นเอ็มโอยูครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 55 ครั้งที่สอง 26 พ.ย. 55 และครั้งที่สาม 15 ต.ค. 56

"เรื่องนี้มีความผิดปกติ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของกรมทางหลวง แต่กลับมารับงานสร้างสนามกีฬา ที่พิสดารคือกรมทางหลวงมีศูนย์สร้างทางในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว แต่กลับให้ศูนย์ลำปางรับงานสร้าง 4 สนาม คือ จ.สกลนคร จ.สระแก้ว จ.สมุทรปราการ และ จ.นราธิวาส วันนี้ยังไม่รู้ว่าทำไปถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์หรือยัง เพราะความจริงต้องสร้างให้เสร็จตั้งแต่ปี 58 แต่จนถึงปลายปี 59 ยังสร้างไม่เสร็จ ที่ร้ายที่สุดคือไปสร้างสนามกอล์ฟ อ.มวกเหล็ก เมื่อผมได้ข้อมูลก็ลงพื้นที่ไปอีกครั้ง ได้พูดคุยกับผู้รับเหมา ทราบว่า สนามกอล์ฟใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท และพบว่ามีการเบิกเงินตามใจชอบ แทนที่จะเบิกเป็นงวดและยังมีการนำรถกรมทางหลวงไปใช้ ผมจึงต้องร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไปสอบว่ามีการเช่าอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ เบิกค่าน้ำมันที่ใคร ใครเป็นคนจ่าย" นายวิลาศ กล่าว

นายวิลาศ กล่าวอีกว่า โครงการนี้ไม่น่าจะถูกต้องและเป็นภาระงบประมาณอย่างมาก เนื่องจากเมื่อสร้างสนามกอล์ฟเสร็จ จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเดือนละ 1.5 ล้านบาท จึงมีคำถามว่าทำไมต้องสร้างสนามกอล์ฟดังกล่าว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วย ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงที่อยู่ในช่วงการทำเอ็มโอยูมี 4 คน คือ นายวันชัย ภาครัฐ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 54 ถึง 30 ก.ย. 55 นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 55 ถึง 30 ก.ย. 57 นายชูศักดิ์ เกวี ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 ต.ค. 57 ถึง 30 ก.ย. 58 และนายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงคนปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นรองอธิบดีกรมทางหลวง ที่ดูแลเกี่ยวกับศูนย์สร้างทาง ในช่วงที่ นายชัชวาลย์ เป็นอธิบดีกรมทางหลวง

นอกจากนี้ ยังมี นายสถาพร เชื้อผู้ดี ผอ.ศูนย์สร้างทางจังหวัดลำปาง ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 59 โดยจะขอให้ ป.ป.ช. และ สตง.ตรวจสอบภายในสัปดาห์หน้า เพราะคนเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำเอ็มโอยู ซึ่งรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในส่วนของ กกท.ด้วย และไม่เชื่อว่ามีแค่ข้าราชการประจำเท่านั้น แต่น่าจะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

นายวิลาศ ยังกล่าวถึงกรณีที่ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีหนังสือสั่งอายัดทรัพย์ผู้ว่าราชการ จ.อุบลราชธานี กรณียาปราบศัตรูพืช 384 ล้านบาท โดยมีการระบุเหตุผลว่ามาจากหนังสือจากคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบกรามการทุจริตปและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนฯ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีไปถึง ปปง. เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นชอบและอายัดทรัพย์ดังกล่าว จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องการทุจริตยาปราบศัตรูพืชมีผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวข้อง 22 คน ซึ่งนายกฯ เคยใช้มาตรา 44 ไล่ผู้ว่าฯ ออกไป 2 คน นายอำเภอ 10 กว่าคน และข้าราชการอีกร้อยกว่าคน แต่มีผู้ว่าฯ 2 คน ที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คือ อดีตผู้ว่าฯ มุกดาหาร มีการจัดซื้อจัดจ้างวงเงิน 811 ล้าน และอดีตผู้ว่าฯ เลย วงเงิน 305 ล้านบาท กลับไม่ถูกดำเนินการใดๆ จึงเห็นว่าการพูดว่าจะเอาคนทุจริตเข้าคุก แต่คนที่เป็นหัวหน้าไม่เอาจริงก็จบ

"จึงฝากไปถึงนายกฯ ว่า หากยังคิดว่าสอง สนช.ไม่ผิด ก็ให้ไปยกเลิกการให้ ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี กับ ผู้ว่าฯ บึงกาฬ ออกจากราชการ แต่ถ้าคิดว่าผิดต้องดำเนินการกับสอง สนช.ด้วย" นายวิลาศ กล่าว

นอกจากนี้ นายวิลาศ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบคุณสมบัติของ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) ซึ่งได้มีการยื่นเรื่องให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตรวจสอบว่า ได้รับคำยืนยันจาก นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่า สตง.ว่า มีหนังสือถึง กปภ.แล้วว่าคุณสมบัติของผู้ว่า กปภ.ไม่ถูกต้อง จึงให้บอร์ดและผู้บริหารระดับสูง ดำเนินการตามมาตรา 8 ของร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานพนักงานรัฐวิสาหกิจให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้และได้ปรึกษากับนักกฎหมายว่าหากยังลอยนวลอยู่ในตำแหน่ง ก็จะไปแจ้งความดำเนินคดีเองโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) โดยจะเอาผิดกับบอร์ดชุดปัจจุบันและ รมว.มหาดไทยในฐานะที่เป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ต้องดูข้อกฎหมายก่อนด้วย เพราะอาจตีความว่าตนไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่ตนก็อยากทำให้เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่าง

"วิลาศ" แฉ MOU พิสดาร กกท.โอนงบให้กรมทางหลวงสร้างสนามกีฬา-สนามกอล์ฟ 1,270 ล้าน เตรียมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.-สตง.สอบ เชื่อมีการเมืองเอี่ยว จี้ "บิ๊กตู่" ไล่ สนช.อดีต 2 ผวจ. เอี่ยวโกงยาปราบศัตรูพืช หลัง ปปง.อายัดทรัพย์ 19 ก.พ. 2560 15:33 ไทยรัฐ