วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จาตุรนต์' ติงรัฐช้าเกิน เปิดฟังปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ หวั่นแช่แข็งประเทศ

"จาตุรนต์" ชี้ "รัฐบาล-คสช." ช้าเกินไปเปิดฟังความเห็นปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ชาติ หลังเห็น 10 ประเด็นคำถาม หวั่นวางกฎหมายรัดแน่นเกิน แก้ได้ยาก ส่งผลแช่แข็งประเทศ ล้าหลังไม่ทันการแข่งขันโลก ทำเศรษฐกิจชาติซึมยาว แนะเปิดรับฟังความเห็นต่างๆ ให้มาก

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.60 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือเชิญให้ร่วมหารือในคณะกรรมการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ใน 10 ประเด็นกรอบหารือ พรรคเพื่อไทยจะเน้นเรื่องการสร้างความปรองดองเป็นหลัก อาจจะพูดกว้างๆ 10 ข้อนี้ โดยเร็วๆ นี้พรรคจะได้เตรียมเนื้อหาสาระที่ชัดเจนต่อไป แต่ใน 10 ข้อมีคำถามที่เกี่ยวกับการปฏิรูปอยู่ด้วย ทำให้เห็นว่ามีทั้งเรื่องน่ายินดีและน่าเป็นห่วง ที่น่ายินดีคือการที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้แสดงท่าทีพร้อมรับฟัง ให้พูดได้ไม่จำกัด จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ถือเป็นเรื่องดี ถ้าไม่ปล่อยให้การแสดงความคิดเห็นครั้งนี้พูดกันไปแล้วก็จบไปเฉยๆ แต่ให้มีกระบวนการต่อเนื่อง ก็อาจช่วยแก้ปัญหาได้หลายอย่าง

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า แต่ที่น่าห่วงคือ เรื่องของคำถามปฏิรูป ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งแตกต่างในเรื่อง ทรัพยากร พลังงาน หรือแนวความคิดการปฏิรูปในเรื่องต่างๆ มันแสดงว่า มีการรับฟังความคิดเห็นเรื่องเหล่านี้ช้าเกินไป จริงๆ แล้วกระบวนการปฏิรูป ถ้าจะให้ได้ผลดีต้องรับฟังความเห็นทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และฝ่ายต่างๆ อย่างกว้างขวางมาตั้งแต่ต้น คือควรทำตั้งแต่เกือบ 3 ปีที่ผ่านมาแล้ว พอมาพูดตอนนี้อาจช้าไปมาก และในขณะที่ความพยายามการปฏิรูปที่ทำไปแล้วของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และการพยายามที่จะเขียนการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ได้ทำไปมากแล้วในกระบวนการที่ไม่เปิดกว้าง และไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

"ปัญหาท่ีน่าเป็นห่วงคือ มันจะเกิดการทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ใช่การปฏิรูป แต่จะมีผลต่อระบบโครงสร้างและกฎหมายต่างๆ จนกระทั่งทำให้ประเทศไทยขาดความคล่องตัวที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งจะมีผลเสียต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเมื่อรวมกับการที่มีร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เป็นประชาธิปไตย และถ้าหากการปรองดองไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ได้หาทางแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ดี ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่ไม่น่าลงทุน ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างมาก กลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจซึมไปยาว และปรับตัวไม่ได้ด้วย" นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ ถ้าจะให้พ้นจากสภาพนี้ต้องเปิดให้มีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ อย่างจริงจัง ไม่ทำอะไรที่มันผูกมัด  ทำให้การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยากเกินไปในอนาคต ไม่อย่างนั้นเราอาจจะเสียโอกาสไปถึง 1-2 ทศวรรษกันเลย เนื่องจากขณะนี้แนวโน้มของแม่น้ำ 5 สายจะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมันเห็นแนวโน้มได้ชัดว่า มีแนวความคิดหลักๆ ในทางอนุรักษ์และล้าหลัง รวมทั้งไม่มีขีดความสามารถในการประมวลเอาความเห็นที่แตกต่าง หรือประนีประนอมความเห็นที่แตกต่างให้ลงตัวได้ เห็นจากคำถามมีเรื่องที่ค้างคา ทั้งเรื่องพลังงาน ทรัพยากร และล่าสุดที่เสนอกันเป็นเรื่องซ้ำเดิมย้อนหลังไป 3 ปี 5 ปี คือเรื่องปฏิรูปตำรวจ

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่เดินดุ่มๆ ไปเรื่อย คือ เรื่องระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบอินเทอร์เน็ตดิจิทัลอีโคโนมี ก็กำลังจะกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องดิจิทัลอีโคโนมีได้เลย เพราะฉะนั้นเวลานี้ นอกจากรับฟังความเห็นจากหลายๆ ฝ่ายแล้ว ที่สำคัญยังต้อเปิดโอกาสให้คนที่เห็นต่างมากๆ และคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่เห็นต่างจากแม่น้ำ 5 สายนี้ ได้มีโอกาสพูดแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้นส่ิงที่ทำไปจะผูกมัดร้อยรัดกันจนแน่นหนา เนื่องจากเป็นเรื่องของระบบกฎหมาย ไม่ว่าจะการออกเป็น พ.ร.บ.หรือการใช้มาตรา 44 มันมีผลต่อระบบกฎหมาย และบางอย่างมีผลเวลาจะแก้มันจะยาก เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า อะไรที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องการปฏิรูป การแก้กฎหมายเหล่านี้จะยากกว่าปกติมาก ถ้าทำไปโดยไม่ฟังความเห็นที่แตกต่าง กลายเป็นการแช่แข็งประเทศไทยในรูปแบบล้าหลังและไม่ทันโลก.

"จาตุรนต์" ชี้ "รัฐบาล-คสช." ช้าเกินไปเปิดฟังความเห็นปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ชาติ หลังเห็น 10 ประเด็นคำถาม หวั่นวางกฎหมายรัดแน่นเกิน แก้ได้ยาก ส่งผลแช่แข็งประเทศ ล้าหลังไม่ทันการแข่งขันโลก ทำเศรษฐกิจชาติซึมยาว แนะเปิดรับฟังความเห็น 19 ก.พ. 2560 14:11 19 ก.พ. 2560 14:49 ไทยรัฐ