วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกศาสตร์ ‘พระราชา’ วิษณุชี้-ประโยชน์มหาศาล

“วิษณุ” น้อมนำเรียนรู้และเดินตามศาสตร์พระราชา ให้สมกับการเป็นคนไทยและเผยกษัตริย์ “จิกมี่” แห่งภูฏานทรงรัก “ในหลวงรัชกาลที่ 9” มาก โดยพระราชกรณียกิจที่รัชกาลที่ 9 ทรงทำ มีอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือศาสตร์แห่งการพัฒนา ศาสตร์แห่งการประพฤติและประกอบกิจการงาน หรือเรียกว่าศาสตร์แห่งการครองตน และศาสตร์แห่งการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบและสันติ ด้านกระทรวงมหาดไทยสั่งการจังหวัด-อำเภอ เตรียมความพร้อมจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ให้ติดตั้งจอแอลอีดีถ่ายทอดงานพระราชพิธีที่ท้องสนามหลวงประชาชนจำนวนมากยังเดินทางมาเข้าแสดงความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องในวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่เช้ามืด

วันที่ 18 ก.พ. โดยเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ นครปฐม ปราจีนบุรี สระแก้ว อุทัยธานี สกลนคร ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นนทบุรี ฯลฯ รอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด

นางวรรณภา สูวศรี เกษตรกร วัย 43 ปี จากหมู่บ้านจำปา ต.หนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร กล่าวหลังขึ้นกราบพระบรมศพ ว่า ช่วงอายุประมาณ 12-13 ปี เคยรับเสด็จในหลวง ร.9 โดยพระองค์ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ผ่านสะพานไม้ผุๆในหมู่บ้าน แต่ภายหลังจากพระองค์เสด็จผ่านไประยะหนึ่ง จากสะพานไม้ผุๆก็ถูกสร้างเป็นสะพานคอนกรีต มีการขุดลอกคลองเก็บน้ำในหมู่บ้าน เนื้อที่กว่า 150 ไร่ ใช้เป็นแหล่งเก็บน้ำไว้ทำประปาหมู่บ้าน มีโครงการต่างๆ เข้ามาทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พื้นดินก็ไม่แห้งแล้ง พระองค์ท่านทรงเอาใจใส่ให้ราษฎรในทุกพื้นที่ ไม่เคยทอดทิ้ง ให้ความช่วยเหลือราษฎรที่มีความยากลำบากเสมอ

ขณะที่สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนขึ้นกราบพระบรมศพ ในเวลา 21.22 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 33,240 คน รวม 107 วัน 4,509,044 คน มีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,872,611.50 บาท รวม 107 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 380,521,171.59 บาท

ส่วนที่บริเวณโดยรอบสนามหลวง สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ร่วมกับกรมศิลปากร สวนนงนุช จ.ชลบุรี สวนมงคล จ.สระบุรี นำทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้พร้อมเครื่องมือต่างๆมาขุดล้อมต้นมะขาม บริเวณโดยรอบสนามหลวง ครบทั้ง 44 ต้นเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.

นางอภิวรรณ เนียมประเสริฐ ผอ.สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การขุดล้อมต้นมะขามบริเวณท้องสนามหลวง ได้ขุดครบทั้ง 44 ต้นแล้ว เหลือเพียงการหมักรากต้นมะขามเพื่อให้รากแตกออกมาใหม่ภายในสแลนที่ห่อหุ้มเอาไว้ เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและไม่เสี่ยงต่อการตายของต้นมะขาม ถือว่าดำเนินการแล้วเสร็จทุกขั้นตอน จากนั้นจะทำการหมักรากเอาไว้เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อให้ต้นมะขามเกิดการรับรู้ และรากที่งอกออกมาใหม่ สามารถพยุงลำต้นได้ ซึ่งการเคลื่อนย้ายต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 เม.ย.

ผอ.สำนักงานสวนสาธารณะ กล่าวอีกว่า ต้นมะขามทั้ง 44 ต้น สวนนงนุชจะนำไปอนุบาลไว้ในพื้นที่เหมาะสม 2 จุด คือที่ ตำบลมะขาม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี โดยผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้จากสวนนงนุช จะเป็นผู้ดูแล ประสานกับสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพฯ จะตั้งทีมเฉพาะกิจ เข้ามาติดตามการดูแลต้นมะขามอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และการปรับปรุงเพื่อคืนพื้นที่ เพื่อจะนำต้นมะขามทั้ง 44 ต้น กลับมาปลูกไว้ ณ จุดเดิม นอกจากนี้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ได้ตอนกิ่งต้นมะขามรอบสนามหลวง 1,000 กิ่ง นำไปอนุรักษ์สายพันธุ์เอาไว้ ณ โครงการฯ สวนจิตรลดา สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ได้ตัดกิ่งต้นมะขาม จำนวน 500 ยอด นำไปเสียบยอดต้นใหม่ และทาบกิ่งต้นไม้มะขามที่ต้นเดิมจำนวน 500 กิ่ง ขยายและอนุรักษ์พันธุ์ต้นมะขามเดิมเอาไว้

ในส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างฯ อาทิ ชมรมนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หลักสูตรพิเศษ รุ่น 6, ชมรมนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หลักสูตรพิเศษ, สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร, ชมรมศิษย์เก่าหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (ศมส.), คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต, คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด คณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชมรมนักศึกษาเก่าคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีวรนาถ, บริษัท ชลลัมพีโปรดักส์ชั่น จำกัด บริษัท ชลลัมพีบราเธอร์ จำกัด บริษัท เงาะถอดรูป จำกัด และบริษัท เยเนอรัล อีเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล โอปอร์เรชั่น คอมปานี อิงค์ โรงเรียนสตรีวิทยา สมาคมผู้ปกครองและครูสตรีวิทยา สตรีวิทยาสมาคม มูลนิธิสตรีวิทยา ชมรมครูอาวุโสสตรีวิทยา และเครือข่ายผู้ปกครองและครูโรงเรียนสตรีวิทยา ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตาที่ที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนในส่วนภูมิภาค ขณะนี้แจ้งให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อม โดยพิจารณาคัดเลือกวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม อาทิ วัดประจำจังหวัด อำเภอ หรือสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด อำเภอ เป็นสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์และเผาดอกไม้จันทน์ อำเภอละ 1 แห่ง ยกเว้นอำเภอเมืองให้จัดร่วมกับจังหวัด โดยต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับประชาชนที่มาร่วมพิธี

นายชยพลกล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ อาทิ การจัดเตรียมสถานที่ตั้งภาพพระบรมโกศ การเชิญชวนจิตอาสา ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมจัดทำดอกไม้จันทน์แจกจ่ายประชาชนผู้มาร่วมพิธี และเตรียมการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ จะดำเนินการตามหมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯอย่างสมพระเกียรติ ให้จังหวัดจัดเตรียมข้อมูลภาพพระราชประวัติ ภาพพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานในพื้นที่จังหวัด อำเภอ อาทิ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำหรับใช้ในการจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในบริเวณสถานที่จัดพิธีฯ ทั้งหมดเป็นกิจกรรมที่จะจัดขึ้นพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวอีกว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการติดตามรับชมการถ่ายทอดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง จากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทุกจังหวัดจะมีการติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้รับชม ณ สถานที่จัดงานของจังหวัด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่แจกจ่ายแผ่นพับพระราชประวัติให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมพิธีด้วย

อีกด้านเช้าวันเดียวกัน ที่ห้องประชาธิปก สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ราชการ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ศาสตร์พระราชา ศาสตร์แห่งแผ่นดิน” ว่า 235 ปีแห่งราชจักรีวงศ์ ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ 10 รัชกาล แต่ละรัชสมัยแต่ละพระองค์จะมีคุณลักษณะแตกต่างกัน ศาสตร์พระราชาและศิลป์ในการปกครองบ้านเมืองของแต่ละพระองค์ มีหลากหลายแตกต่างกันเพื่อปกครองบ้านเมืองให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศ ไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ ที่มีความถนัดต่างกันและถูกจังหวะถูกเวลาในช่วงแต่ละรัฐสมัย พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ 70 ปี ถือเป็นรัชสมัยที่ยาวนานที่สุดในโลก ประชาชนไม่เคยเบื่อ มีแต่เสียดายที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ไป เพราะพระองค์ไม่เพียงปกเกล้าปกกระหม่อมเท่านั้น แต่ทรงมีกิจที่ทรงทำ คำที่ทรงแนะ ตลอดเวลาทรงทำ ทรงสอน ศาสตร์พระราชาที่พระองค์มีนั้น ทรงได้มาจากพระราชประสบการณ์ และพระราชกรณียกิจที่ทรงทำ มีอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือ ศาสตร์แห่งการพัฒนา ศาสตร์แห่งการประพฤติและประกอบกิจการงานหรือเรียกว่าศาสตร์แห่งการครองตน และศาสตร์แห่งการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบและสันติ

“กษัตริย์จิกมี่แห่งภูฏานทรงตรัสว่า ทรงรักเหลือเกิน ในหลวง ร.9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำอะไรมากมายทั้งกับประเทศไทยและโลก การที่พระองค์ทรงอยู่ในสิริราชสมบัตินานถึง 70 ปี เป็นเหตุที่บันดาลให้เกิดองค์ความรู้สำคัญคือศาสตร์พระราชา ซึ่งมีทั้งหลักวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ศาสตร์เหล่านี้ไม่ใช่มีเอาไว้เพื่อสอบเอาปริญญา แต่มีไว้เพื่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาประเทศ ถ้ามีการนำศาสตร์พระราชามาศึกษาอย่างเป็นระบบก็จะเป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล และสมกับการเป็นคนไทย” นายวิษณุกล่าว

“วิษณุ” น้อมนำเรียนรู้และเดินตามศาสตร์พระราชา ให้สมกับการเป็นคนไทยและเผยกษัตริย์ “จิกมี่” แห่งภูฏานทรงรัก “ในหลวงรัชกาลที่ 9” มาก โดยพระราชกรณียกิจที่รัชกาลที่ 9 ทรงทำ มีอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือศาสตร์แห่งการพัฒนา 19 ก.พ. 2560 00:44 19 ก.พ. 2560 01:33 ไทยรัฐ