วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยทักษิณโผล่พม่า ลูกโชว์รูปไหว้เจดีย์

รธน.ทูลเกล้าฯแล้วถึงบิ๊กตู่คะแนนตกเชื่อมั่นขยันทุ่มเท

“บิ๊กช้าง” ปลื้มถกปรองดองสัปดาห์แรก ฝ่ายการเมืองร่วมมือดี พท.ยังไม่รู้ได้คุยวันไหน แต่ขอโอกาสพูดมากกว่าโจทย์ที่ ป.ย.ป.ตีกรอบไว้ ภท.ชี้ต้องแก้ขัดแย้งให้ได้ก่อนเดินหน้า “วิษณุ” แจงนายกฯทูลเกล้าฯร่างแก้ รธน.แล้ว อยู่ในพระราชอำนาจ ขออย่าคาดคั้นกำหนดวันเลือกตั้ง รัฐบาลกำชับ ขรก.นั่งควบ สนช.เข้าสภาวาระสำคัญ มีปัญหาแค่ 7 คน อีก 200 กว่าคนยังทำงานได้ “นิคม” กระตุกต่อมสำนึกอย่ามาอ้างงานเยอะ ป.ป.ช.เร่งรัดคดีทุจริตข้ามชาติ สั่งคุ้ยปมสินบนเครื่องมือแพทย์ ผู้ว่าการ สตง.ขออย่าท้อปราบโกง ชี้เป้าสินบนโรลส์รอยซ์ จัดซื้อช่วงปี 48 ฝืนคำเตือนสภาพัฒน์ไม่คุ้มทุน

“ศรีสุวรรณ” หมดศรัทธา คสช.ล้างโกง รองนายกฯย้ำยึดทรัพย์จำนำข้าวมาตรฐานเดียว “ทักษิณ” ขยับใกล้ไทยไหว้ชเวดากองกระบวนการรับฟังความเห็นแนวทางสร้างความปรองดองของ ป.ย.ป. ยังคงเดินหน้าต่อไป ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายกรัฐมนตรีได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน ขึ้นทูลเกล้าฯถวายแล้ว ถือว่าอยู่ในพระราชอำนาจ

“บิ๊กช้าง” ปลื้มการเมืองร่วมมือดี

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงบรรยากาศการหารือและรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองดอง จากตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆในช่วงสัปดาห์แรก ว่า ในภาพรวมการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองเป็นไปได้ด้วยดีราบรื่น ทุกพรรคให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสามัคคีปรองดองในอนาคต ส่วนข้อเสนอที่พรรค การเมืองเสนอมานั้น อนุกรรมการฯจะส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการบูรณาการ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อรวบรวมความคิดเห็นต่อไป ในเมื่อคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 2 รวบรวมความเห็นเสร็จแล้ว จากนั้นก็ส่งไป ที่คณะที่ 3 คือ คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในโอกาสต่อไป

เผยคิวต่อไปเป็นกลุ่มการเมือง

พล.อ.ชัยชาญกล่าวต่อว่า ส่วนตัวแทนพรรค การเมืองที่จะเชิญมาในสัปดาห์หน้า พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นพรรคอะไรบ้าง มีหลายพรรค ส่วนพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยนั้น ได้ส่งหนังสือเชิญไปเรียบร้อยแล้ว เข้าใจว่าพรรคการเมืองเหล่านั้น น่าจะตอบรับเข้าร่วมพูดคุย อย่างไรก็ตามเมื่อเราเชิญตัวแทนพรรคการเมืองกว่า 70 พรรค มาให้ข้อเสนอแนะจนครบแล้ว กระบวนการต่อไปจะเชิญกลุ่มการเมือง ไม่ว่าจะเป็น นปช. กปปส. คปท. และอีกหลายกลุ่ม รวมทั้งภาคธุรกิจ เอกชน เข้ามาเสนอแนวทางสร้างความปรองดองในโอกาสต่อไป

ป.ย.ป.หยิบแก้ ก.ม.สินบนถกวงใน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป) วงใน หรือมินิคาบิเนตครั้งที่ 3 วันที่ 20 ก.พ. ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน จะพิจารณางานของกระทรวงการคลังในการแก้ไขปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นหลัก การปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบสัญญาให้เป็นตามมาตรฐานสากล กระชับ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ลดการทุจริตคอร์รัปชัน เพิ่มมาตรการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น และหารือเรื่องที่กระทรวงการคลังเสนอแก้ไขกฎหมาย ลดโทษอาญาคนให้สินบน

พท.ขอพูดมากกว่าโจทย์บังคับ

ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือเชิญจากคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ให้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นแล้ว แต่คณะกรรมการฯยังไม่มีการกำหนดวันเวลาว่าจะให้เข้าชี้แจงวันไหน เพียงแจ้งว่าจะประสานงานมาอีกครั้ง แต่ส่ง 10 ประเด็นหัวข้อหารือมา พรรคเพื่อไทยยินดีให้ความร่วมมือเข้าหารือ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป และจะเอาผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคไป เข้าใจว่าเราน่าจะมีโอกาสเสนอเรื่องอื่นที่นอกเหนือจาก 10 ประเด็นที่ทาง ป.ย.ป.กำหนดไว้ เพราะพรรคมีประเด็นที่อยากเพิ่มเติมไป ซึ่งมีอยู่ในใจเยอะมาก

ปชป.ย้ำต้องปฏิรูปตำรวจจริงจัง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปฏิรูปตำรวจว่า ประชาชนคาดหวังอยากให้ คสช.ทำให้สำเร็จ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการแต่ละชุดที่เคยศึกษาไว้ควรเอามาศึกษา สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้เลย และจะเป็นหลักประกันคุ้มครองให้กับประชาชนและพนักงานสอบสวน คือ การบันทึกภาพและเสียงในการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนทั้งหมด โดยให้ประกอบกับบันทึกการสอบปากคำที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนผู้ต้องหา การสอบปากคำผู้เสียหาย พยานต่างๆ ต้องส่งประกอบสำนวนไปยังศาลด้วย จะป้องกันความคลาดเคลื่อนในการบันทึกการสอบปากคำได้ รัฐบาลควรกำชับให้พนักงานสอบสวนยึดหลักที่เป็นหลักประกันแก่ประชาชน คือเมื่อมีคดีเกิดขึ้น นอกจากรวบรวมพยานหลักฐานที่พิสูจน์ความผิดแล้ว ควรรวบรวมพยานหลักฐานที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วย แม้ผู้ต้องหาจะไม่ได้นำเสนอเข้าสู่สำนวนคดี แต่พนักงานสอบสวนควรแสวงหาพยานหลักฐานที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ในฐานะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มาชั่งน้ำหนักในการพิจารณาสั่งคดีด้วย นี่คือสิ่งที่อยากเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้ปฏิรูปเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและกระบวนการยุติธรรม

ภท.ชี้แก้ขัดแย้งก่อนเดินหน้า

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีการหารือกันในอีกวันสองวันนี้ ถึงข้อเสนอที่จะนำไปหารือกับ ป.ย.ป. เท่าที่ทราบหนังสือเชิญยังมาไม่ถึง ในหลักการเราเห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง ที่ต้องแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งก่อนบ้านเมืองจึงเดินหน้าต่อไป การปฏิรูปเรื่องต่างๆที่แม่น้ำหลายสายกำลังทำอยู่ ก็ทำให้ความขัดแย้งคลี่คลายลงบ้าง แต่ความขัดแย้งไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองเท่านั้น ยังมีเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรม ฉะนั้น การทำอย่างจริงจังน่าจะเป็นประโยชน์ เมื่อถามว่ากระบวนการสร้างความปรองดองภายใต้กองทัพ จะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า โมเดลการแก้ปัญหาความขัดแย้งตามหลักสากลมีสูตรไม่ต่างกัน เช่น การแสวงหาความจริง การเยียวยา การนิรโทษกรรม แต่ประเด็นวันนี้ คสช. รัฐบาล ตั้งใจมาเป็นเจ้าภาพสังคมก็ต้องให้โอกาส

ชงยกเครื่องวัฒนธรรมการเมือง

นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง ในคณะกรรมาธิการการเมือง สปท. เชิญตนเข้าให้ความเห็นวันที่ 20 ก.พ. จะนำเสนอผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่มีสาระสำคัญ คือ การปฏิรูปด้านวัฒนธรรมทางการเมือง สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย ในหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาต่างๆ รวมถึงการสร้างกฎและกติกาที่บังคับใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตนสนับสนุนแนวทางการสร้างความปรองดองของรัฐบาล มองว่ามาถูกทางแล้ว แต่ควรเพิ่มบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้ง เช่น กลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย เข้าเป็นกรรมการด้วย

นายกฯทูลเกล้าฯร่างแก้ รธน.แล้ว

ที่สถาบันพระปกเกล้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯถวายแล้ว เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ขณะนี้อยู่ในพระราชอำนาจขึ้นอยู่ที่ว่ามีพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานลงมาเมื่อใด ภายใน 90 วัน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบัญญัติไว้ ส่วนการเปิดเผยเนื้อหาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการเรียบเรียง คิดว่าจะนำเรื่องนี้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ก.พ.นี้ จากนั้นรัฐบาลจะเปิดเผยในเร็วๆนี้ ขอให้รอฟังรายละเอียดจากรัฐบาล

อย่าคาดคั้นกำหนดวันเลือกตั้ง

เมื่อถามย้ำถึงโรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้ง นายวิษณุตอบว่า ขั้นตอนทำอะไรก่อนหลังแต่ละขั้นมีระยะเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่ยังหาวันเวลานับหนึ่งของแต่ละขั้นไม่ได้ และวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวกำหนดอะไรหลายอย่าง การเลือกตั้งต้องดำเนินการภายใน 150 วันหลังจากเริ่มบังคับใช้กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ยืนยันว่าทุกอย่างในโรดแม็ปยังเป็นอย่างเดิม แต่อย่าเพิ่งคาดคั้นเวลา เพราะยังหาเวลาเริ่มต้นที่ชัดเจนไม่ได้

กำชับ ขรก.นั่งควบ สนช.เข้าสภา

นายวิษณุยังกล่าวถึงกระแสกดดันให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทั้ง 7 คนที่ถูกตรวจสอบพบว่าขาดการลงมติบ่อยครั้ง ลาออกจากตำแหน่งว่า ไม่ขอให้ความเห็นของเรื่องนี้ และไม่เห็นว่าระเบียบข้อบังคับของ สนช.มีช่องโหว่ เขียนไว้ดีแล้ว มีเกณฑ์กำหนดจำนวนครั้งการลาหรือขาดประชุม อยากให้นำข้อบังคับแบบนี้ไปใช้ในสภาสมัยหน้าด้วยซ้ำ ขณะที่รัฐบาลกำชับข้าราชการที่เป็นสมาชิก สนช. ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อช่วยกันอภิปรายและลงมติเมื่อมีร่างกฎหมายสำคัญเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. แต่ในที่ประชุม สนช.มีเรื่องอื่นอีกมาก รัฐบาลจึงไม่ได้ตามไปกำชับ แต่โดยทั่วไปคิดว่าถ้ามีปัญหาแค่ 7 คนตามที่เป็นข่าว ก็ยังมีอีก 200 กว่าคนที่ไม่มีปัญหา ทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการที่สมาชิก สนช.บางส่วนต้องทำงานในตำแหน่งอื่นด้วย เพราะแม้คนเหล่านี้มีหมวกหลายใบ แต่ไม่ได้มาสวมพร้อมกัน ทุกคนควรทำหน้าที่ของตัวเองที่มีในปัจจุบันก็เพียงพอแล้ว

“พีระศักดิ์” ขึงขังคำร้องมาสอบแน่

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สนช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคสช. เสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ สนช. 7 คน ที่มีชื่อขาดการลงมติบ่อยครั้งว่า มีผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนแล้ว ตามกระบวนการของสภาเรื่องต้องผ่านสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารคำร้องว่าถูกต้องหรือไม่ ก่อนเสนอเรื่องมายังคณะกรรมการจริยธรรมให้พิจารณาต่อไป ข้อมูลเบื้องต้นที่เรามีคงเป็นเรื่องใบลา แต่ตนยังไม่สามารถชี้ชัดอะไรได้ ต้องขอตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อน ยืนยันว่าทันทีที่เรื่องมาถึงเมื่อไร จะรีบออกคำสั่งนัดประชุมคณะกรรมการจริยธรรมทันทีโดยไม่รอช้า เพราะถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ไม่มีปกปิด

“นิคม” กระตุกต่อมสำนึก 7 สนช.

ด้านนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า แม้ผู้มีอำนาจจะออกมาช่วยกันปกป้อง 7 สนช.ว่าไม่ผิด แต่จะเป็นข้อกังขาของสังคม จึงอยู่ที่จิตสำนึก ถ้าจะอยู่ทำงานควบหลายตำแหน่งโดยไม่ลาออก ท่านต้องปรับวิธีการทำงาน ไม่ต้องบอกว่าใครบ้างที่ควบหมวกหลายใบ อยู่ที่สามัญสำนึกของแต่ละคน ไม่รู้จะแนะนำอย่างไรแต่ละคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อย่ามาอ้างว่างานเยอะ เพราะตอน คสช.แต่งตั้งเข้ามาท่านก็ไม่ปฏิเสธ เหมือนอาสามาทำเอง

ป.ป.ช.เร่งรัดคดีทุจริตข้ามชาติ

วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การประชุม ป.ป.ช.ที่ผ่านมา มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานและเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศ มีประธาน ป.ป.ช.เป็นประธาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมเป็นกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษา กำหนดแนวทางการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศ ตลอดจนเร่งรัดติดตามการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานปราบทุจริตระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพันธกรณีและข้อตกลงระหว่างประเทศ

สั่งคุ้ยปมสินบนเครื่องมือแพทย์

นายสรรเสริญกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังมีมติให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไปแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีบริษัท ไบโอราด แลบอราทอรี่ส์ จำกัด ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ ผ่านนายหน้าชาวไทยหรือผู้แทนจำหน่ายเพื่อให้ได้เป็นคู่สัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ตรวจวินิจฉัยโรคกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอยู่ขณะนี้

ทีดีอาร์ไอแนะยึดโมเดลสิงคโปร์

ช่วงบ่าย ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเวทีสาธารณะ “แก้ปัญหาคอร์รัปชันชาตินี้หรือชาติหน้า” ครั้งที่ 2 โดยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวปาถกฐาว่า การปราบคอร์รัปชันจะสัมฤทธิผลได้ต้องทำต่อเนื่องเอาจริงเป็นระบบ อย่างสิงคโปร์สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ในชาตินี้ โดยใช้ 5 วิธี คือ 1.ต้องทำให้กฎหมายก้าวหน้าให้ข้าราชการพิสูจน์ทรัพย์สินของตัวเอง 2.เพิ่มอำนาจหน่วยงานตรวจสอบ 3.ให้ข้าราชการมีเงินเดือน 2ใน 3 ของเอกชนเพื่อป้องกันการทุจริต แต่ถ้าจะใช้ในไทยคงทำได้ยากเพราะข้าราชการมีจำนวนมาก 4.ตัดเงื่อนไขป้องกันไม่ให้คอร์รัปชันเกิดขึ้น เช่น สิงคโปร์ทำให้ภาษีเป็นศูนย์ หากไทยทำจะต้องปฏิรูปกฎหมายประเทศครั้งใหญ่ 5.ผู้นำต้องเอาจริงและเป็นตัวอย่างให้ประชาชน หากพบคนใกล้ตัวทำผิดต้องจัดการ

ผู้ว่า สตง.ขออย่าท้อปราบโกง

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเราต้องไม่ย่อท้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีสองทางเลือก คือ เลือกผลประโยชน์ของประชาชน หรือผลประโยชน์ของกลุ่มทุน แต่ขอให้เชื่อมั่นว่ายุคแห่งการปฏิรูป สิ่งดีๆ ต้องเกิดขึ้น ขอให้มีความหวังเพราะกรรมจะตามทันในชาตินี้แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาลงโทษอดีตผู้บริหารธนาคารแห่งหนึ่งให้เข้าคุก หรืออย่างประเด็นโรลส์รอยซ์ล่าสุดพบว่าในปี 2548 การบินไทยมีการจัดซื้อเครื่องบินขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำ ถูกสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเตือนเรื่องความคุ้มทุน แต่ไม่ทราบผู้บริหารคิดหรือมีแรงจูงใจอะไรจึงเดินหน้าซื้อเพิ่มอีก 1 ลำ และยังเดินหน้าซื้อเครื่องยนต์อะไหล่อีก 7 ตัว สตง.จะต้องตรวจสอบว่าเป็นการจัดซื้อที่แพงหรือไม่ และผู้บริหารละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะสภาพัฒน์ฯ เตือนแล้ว หากรวบรวมแล้วจะส่งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป ถ้าใช้หลักเกณฑ์กับคดีจำนำข้าวที่มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็มีความผิดได้

“ศรีสุวรรณ” ไม่เชื่อน้ำยา คสช.

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาคอร์รัปชันมักถูกใช้เป็นเหตุผลสำคัญในการปฏิวัติและยึดอำนาจ ยุค คสช.เข้ามาใหม่ๆ ก็อ้างว่ามาแก้ปัญหานี้ แต่นานวันเข้ารูปธรรมจากที่เฝ้ามอง ยุคนี้เป็นยุคที่การร้องเรียนต่อหน่วยต่างๆมีสถิติมากกว่าทุกรัฐบาล เพราะมีสถานการณ์ที่สะท้อนว่าไม่ได้เป็นไปตามคำพูดที่ คสช.พยายามใช้โฆษณาชวนเชื่อ กลับกลายเป็นการกระทำของคนใกล้ชิดในรัฐบาลและ คสช.ด้วยซ้ำ ขัดกับคำพูด คสช.ว่าจะเข้ามาปฏิรูป จึงเชื่อว่าคอร์รัปชันยากที่จะสิ้นไปในรัฐบาลนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการเสวนา นายศรีสุวรรณได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าการ สตง. ขอให้ตรวจสอบสมาชิก สนช. 7 คน ที่ขาดการประชุม ว่าการรับเงินเดือนของทั้ง 7 คน ถูกต้องหรือไม่

ย้ำมาตรฐานยึดทรัพย์จำนำข้าว

อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากระบวนการยึดทรัพย์คดีทุจริตจำนำข้าวกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปยึดทรัพย์ใดๆ เพราะรัฐบาลคำนึงถึงความเหมาะสม เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์และกรมบังคับคดีจะดำเนินการตรวจสอบ และชี้เป้าทรัพย์ที่ต้องดำเนินการยึด โดยเจ้าหน้าที่ต้องไปสืบว่ามีทรัพย์อยู่ที่ใด ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล ยืนยันเป็นการบังคับใช้กฎหมายเช่นเดียวกับคดีอื่นที่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน โดยการใช้เจ้าหน้าที่และกฎหมายฉบับเดียวกัน

“ชาญชัย” บี้เก็บภาษี “โอ๊ค-เอม”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลอาญามีคำพิพากษาคดีเลี่ยงภาษีจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯ ของนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร เป็นการหลบเลี่ยงภาษี จึงมีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง คือกรมสรรพากรดำเนินการจัดเก็บคนละ 7,941 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,882 ล้านบาท ให้ตกเป็นของรัฐและแผ่นดิน แต่ผ่านมากว่า 7 ปี หน่วยงานรัฐยังไม่ดำเนินการ คดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 30 มี.ค. จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเร่งทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร กำชับให้กรมสรรพากรเร่งดำเนินการ ขอเตือนกรมสรรพากรว่ากำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และหากคดีหมดอายุความขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้ายึดทรัพย์ทันที

“ทักษิณ” ขยับใกล้ไทยไหว้ชเวดากอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรม ระบุว่า “แอบเล่นสโนว์บอร์ดอยู่ พ่อส่งรูปมาว่าไปทำบุญที่พม่า และแวะไปสักการะเจดีย์ชเวดากอง หน้าตายิ้มแย้ม ดูอิ่มบุญมาก บอกว่าไหว้เผื่อลูกๆ หลานๆแล้วนะ คุณตาคิดถึงนะคะ เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ” โดย น.ส.แพทองธารระบุด้วยว่า พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา โดยเชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชม จะต้องถอดรองเท้าทุกครั้ง

โพลชี้คะแนน “บิ๊กตู่” ลดทุกด้าน

อีกเรื่อง กรุงเทพโพลล์เปิดผลสำรวจ การประเมินผลงาน 2 ปี 6 เดือน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนให้คะแนนความพอใจในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เฉลี่ย 5.83 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน ลดลงจากการประเมินรอบ 2 ปีที่ได้ 6.19 คะแนน ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้ถือว่ารัฐบาลได้คะแนนลดลงทุกด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบริหารจัดการ การบังคับใช้กฎหมาย สังคมและคุณภาพชีวิต การต่างประเทศ และเศรษฐกิจ ขณะที่ความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ 7.40 คะแนน ลดลงจากเดิมที่ได้ 7.57 คะแนน ถือว่าลดลงเกือบทุกด้าน คือความเด็ดขาดกล้าตัดสินใจ ความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม ความสามารถในการบริหารจัดการตามอำนาจที่มี การสร้างสรรค์ผลงานหรือโครงการใหม่ๆ ยกเว้นด้านความขยันทุ่มเทในการทำงานแก้ปัญหาประเทศ ที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น จาก 7.74 เป็น 7.75 คะแนน

ชอบสุดปราบทุจริตแต่แก้ ศก.ห่วย

สำหรับนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด 5 อันดับแรก คือนโยบายปราบโกง ปราบทุจริตคอร์รัปชัน รองลงมาคือโครงการลงทะเบียนคนจน แก้ปัญหายาเสพติด ช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ส่วนเรื่องที่ประชาชนอยากให้แก้ไขปรับปรุงเร่งด่วน 5 อันดับแรก คือเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ บทลงโทษที่ไม่เด็ดขาดสำหรับคดียาเสพติดและคดีข่มขืน ราคาสินค้าแพง ค่าครองชีพสูง แต่คนมีรายได้น้อย และปัญหาการคอร์รัปชันในวงราชการ

ทุกฝ่ายเลิกราไร้ข้อแม้สำเร็จแน่

ขณะที่สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องปรองดองแบบไหนที่คนไทยต้องการ พบว่าส่วนใหญ่เห็นว่าการที่นายกฯมอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการสร้างความปรองดองมีความเหมาะสม แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสมหวังหรือไม่ โดยสิ่งที่จะทำให้การปรองดองสำเร็จ 3 อันดับแรกคือ ต้องให้อภัยแก่กันนึกถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกฝ่ายกระตือรือร้นให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง และส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยให้ทุกฝ่าย รวมถึงพรรคการเมืองคู่ขัดแย้ง เลิกรากันไปโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ปัญหาต่างๆจะได้ยุติล

“บิ๊กช้าง” ปลื้มถกปรองดองสัปดาห์แรก ฝ่ายการเมืองร่วมมือดี พท.ยังไม่รู้ได้คุยวันไหน แต่ขอโอกาสพูดมากกว่าโจทย์ที่ ป.ย.ป.ตีกรอบไว้ ภท.ชี้ต้องแก้ขัดแย้งให้ได้ก่อนเดินหน้า “วิษณุ” แจงนายกฯทูลเกล้าฯร่างแก้ รธน.แล้ว 19 ก.พ. 2560 00:12 19 ก.พ. 2560 05:40 ไทยรัฐ