วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หน้าเป๊ะ หน้าตึง! รู้ทันก่อนสวย 'ฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม' เสี่ยงแค่ไหน?

หน้าเป๊ะ ยกกระชับ ผิวเต่งตึง ‘ฟิลเลอร์-ร้อยไหม’ ทางเลือกของสาวๆ หนุ่มๆ ที่รักสวยรักงามอยากมีใบหน้าได้รูป วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ว่า ผลดี ผลข้างเคียง ความเสี่ยงมีอะไรบ้าง เพื่อหวังให้ประชาชนได้รอบคอบในการตัดสินใจเสริมความงามมากยิ่งขึ้น

รู้จัก ‘ฟิลเลอร์’ ผิวเปล่งปลั่งสดใส

นพ.จักรพงษ์ ชุณหเสวี ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ด้านโรคผิวหนัง สถาบันโรคผิวหนัง อธิบายถึงการฉีดฟิลเลอร์ว่า คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะสูญเสียทั้งคอลาเจน อีลาสติน และสารพื้นฐาน (Ground substance) ในชั้นหนังแท้ ภายใต้ผิวหนัง ทำให้ ผิวหนังหย่อนคล้อย ใต้ตาลึก แก้มตอบ เป็นต้น จึงเป็นที่มาของ คำว่า ฟิลเลอร์ คือ เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป แต่ในปัจจุบันตัวฟิลเลอร์ที่นิยมจะเป็นตัวสารที่เรียกว่า Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของตัว (Ground Substance) สารพื้นฐานของผิวหนังแท้มากกว่าการฉีดคอลาเจนฟิลเลอร์โดยตรง เพราะตัว HA นั้น แพ้น้อยกว่า รวมทั้งอยู่ได้นานกว่า ตัวคอลาเจนฟิลเลอร์ อีกทั้ง ยังช่วยสร้างความตึงเรียบเนียน ให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ ทดแทนเข้าไปให้ส่วนที่หายไปกลับมาเติมเต็มเหมือนเดิมได้ดีกว่า เนื่องจากตัว HA เมื่อฉีดแล้วส่วนมากจะไม่ไหล หรือเคลื่อนย้ายตำแหน่งหลังฉีด

ความเสี่ยงของการฉีดฟิลเลอร์

นพ.จักรพงษ์ เผยว่า หากฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในตำแหน่งที่มีเส้นเลือดเยอะ อาจเกิดการอุดตันในเส้นเลือดแดงหรือเส้นเลือดดำได้ และจะทำให้เกิดการขาดเลือดส่วนปลาย หรือการดันยาที่เร็ว และแรง อาจทำให้ยาเข้าไปในเส้นเลือดก็อาจจะเข้าไปอุดตันส่วนอื่นได้เช่นกัน

ดังนั้น ตำแหน่งที่ไม่แนะนำให้ฉีด เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน คือ บริเวณหน้าผาก บริเวณจมูก หรือ บริเวณใต้ตา ซึ่งทั้ง 3 ตำแหน่งนี้ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเส้นเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นตำแหน่งที่จะเกิดการแทรกซ้อนได้ค่อนข้างเยอะ

ทำจมูกมา ไม่แนะนำฉีดฟิลเลอร์!

หลายคนที่ไปทำศัลยกรรมมาและมีความต้องการจะฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติม นพ.จักรพงษ์ ให้คำแนะนำว่า สำหรับคนที่ไปเสริมจมูกมาไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก เนื่องจากตรงบริเวณที่ผ่าตัดเสริมจมูกมา จะเกิดผังผืดและมีเส้นเลือดเยอะกว่าปกติ เวลาฉีดจะมีภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างมาก แต่ในขณะเดียวกัน หากคนไข้ฉีดโบท็อกซ์มาก่อน ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เสริมได้ เพราะโบท็อกซ์เห็นผลหลังฉีดประมาณหนึ่งเดือน

“ความรู้สึกของคนไข้เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากในการฉีดฟิลเลอร์ เราต้องการให้คนไข้มีเซ้นท์ของการเจ็บ เพราะว่าถ้ามันเจ็บมาก แสดงว่ามันเข้าไปในเส้นเลือด หมอจึงต้องค่อยๆ ฉีดทีละนิด และคอยถามคนไข้อยู่ตลอดว่าเจ็บไหม พอคนไข้บอกว่าเจ็บ เราต้องรีบหยุดในทันที ดึงเข็มออกเลย ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ” นพ.จักรพงษ์ กล่าว

‘ร้อยไหม’ ยกกระชับ หน้าเรียว ผิวเต่งตึง ได้จริงหรือ?

บางคลินิกมักจะโฆษณาการร้อยไหมว่า จะช่วยปรับรูปหน้า ยกกระชับให้หน้าเรียว​ผิวเต่งตึงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แต่ใครจะรู้ว่า ‘ร้อยไหมยังไม่มีงานวิจัยรับรองว่าจะสามารถช่วยให้หน้าตึงได้จริง’

ประเด็นนี้ นพ.จักรพงษ์ อธิบายว่า ทำไมถึงอวดอ้างว่าร้อยไหมช่วยให้หน้าตึงได้นั้น เพราะส่วนใหญ่ เวลาสอดไหมลงไปและดึงไหมขึ้นมา จะเกิดปฏิกิริยากับร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังต่อตัวไหม และต่อมาจะเริ่มมีการสร้างคอลาเจนตามมา จึงเห็นว่าหน้าดูเต่งตึงขึ้นมาอย่างชัดเจน แต่ในแง่งานวิจัยที่มีคุณภาพจริงๆ มารับรองเรื่องนี้ มันยังไม่มี และที่สำคัญ การร้อยไหม เป็นการผ่าตัดแบบเล็ก มีแผลน้อย หากคนไข้เลือกจะร้อยไหมก็ต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้

ร้อยไหม เสี่ยงอะไรบ้าง?

1.มีโอกาสติดเชื้อ
2.มีโอกาสที่จะเกิดแผลเป็นภายใต้ผิวหนัง ซึ่งผลข้างเคียงของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะปฎิกิริยา การอักเสบต่อไหม ไม่เท่ากัน เช่นบางรอย อาจคลำได้เป็นก้อนใต้ผิวหนัง หรืออาจจะไปโดนเส้นประสาทหรือ เส้นเลือดได้
3.หากร้อยไหมไม่ได้ตำแหน่ง ร้อยตื้นไปอาจจะเห็นตัวเส้นไหมโผล่ได้
4.ร้อยไหมไม่ดีอาจจะทำให้หน้าไม่สมมาตร หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘หน้าเบี้ยว’

“ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ คนไข้ต้องรู้ และยอมรับ ว่า หากไปทำมาจะมีความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งอาจจะพบเจอได้กับคนไข้บางราย” นพ.จักรพงษ์ ฝากทิ้งท้าย

รู้หรือไม่? ‘ร้อยไหม’ ต้องยื่นขออนุญาตใช้ไหมจาก อย.

รู้หรือไม่ว่า...ผลิตภัณฑ์ไหมเย็บ ก่อนที่จะนำมาร้อยบนใบหน้าหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายได้นั้น จะต้องขออนุญาตจากทางสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน ไม่ใช่จะหยิบไหมยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้มาทำร้อยคนไข้อย่างไรก็ได้ เพราะผลิตภัณฑ์ไหมเย็บ เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ โดยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ ฉะนั้น ต้องขอรับรองและขออนุญาตนำเข้าจากทาง อย. เสียก่อน

เภสัชกรประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และโฆษก (อย.) กล่าวถึงรายละเอียดเอกสารที่จะต้องขอจากทาง อย. ว่า 1. ใบอนุญาตจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ 2. เอกสารใบอนุญาตรับรองการขายที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐจากประเทศผู้ผลิตด้วย เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นี้ขายให้กับประชาชนประเทศนั้นได้ ไม่ใช่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกอย่างเดียว ซึ่งอาจจะตกสเปกของประเทศผู้ผลิตได้

ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องมีหนังสือรับรองวัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ ซึ่งหากข้อบ่งใช้สำหรับยกกระชับใบหน้าหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อความสวยงาม จะต้องยื่นผลการวิจัยทางคลินิกของผลิตภัณฑ์ไหมเย็บนั้นๆ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อน

เช็ก ‘ผลิตภัณฑ์ไหม’ ที่ได้รับอนุญาตจาก อย.

1. ไหมที่มีวัตถุประสงค์หรือข้อบ่งใช้ สำหรับเย็บแผล บริเวณ soft tissue (เนื้อเยื่ออ่อน) หรือ subcutaneous tissue (เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังซึ่งเป็นชั้นไขมัน) ซึ่งจะเคลมสรรพคุณว่า จะช่วยยกกระชับใบหน้า หรือทำเพื่อความสวยงามไม่ได้

2. ไหมที่มีวัตถุประสงค์หรือข้อบ่งใช้ สำหรับใช้ยกกระชับใบหน้าหรือส่วนต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นไหมที่ผลิตจาก polydioxanone (ไหมละลาย PDO) จะต้องยื่นเอกสารผลการวิจัยทางคลินิกของผลิตภัณฑ์ไหมนั้นๆ และไม่อนุญาตให้โฆษณากับประชาชนทั่วไป โดยให้โฆษณาโดยตรงต่อผู้ประกอบการวิชาชีพทางการแพทย์ และต้องระบุข้อความว่า ‘ใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ’ เท่านั้น

ทั้งนี้ อย. อนุญาตให้นำเข้าได้ 1 รายเท่านั้น คือ ผลิตภัณฑ์ Silhouette Sutures ผลิตโดย Silhouette Lift, Inc ประเทศสหรัฐอเมริกา (อนุญาตให้นำเข้าได้ ธันวาคม 2555) ซึ่งเป็นไหมที่ไม่ละลายปราศจากเชื้อ ทำจาก polypropylene และมีส่วนที่มีรูปร่างเหมือนกรวยยึดติดกับไหม ซึ่งทำจาก Lactide/Glycolide ที่ละลายได้ อย่างไรก็ดี ที่ประชุมมีมติให้นำเข้าได้ โดยให้แสดงสรรพคุณ ข้อบ่งใช้ว่า “ยกผิวหนังบริเวณใบหน้าส่วนกลาง”

นอกจากนี้ หากเป็นไหมทอง เพื่อยกกระชับผิวหนังบางส่วน อย. อนุญาตให้เป็นยี่ห้อ 24k Gold Thread ผลิตโดยบริษัท Gold THREAD LLC ประเทศสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้นำเข้าสำหรับคนไข้เฉพาะรายเท่านั้น เนื่องจากยังเป็นเทคนิคใหม่ทางการแพทย์ที่ยังไม่แพร่หลายในสากล

ไขข้อสงสัย ‘อวดอ้างใช้แล้วดี มีสต๊อกเต็มโกดัง’ ผิดกฎหมายแน่!

‘ไหมทอง อนุญาตให้เป็นยี่ห้อ 24k Gold Thread แต่ไม่อนุญาตให้นำเข้ามาขายเป็นการทั่วไป ต้องเป็นกรณีที่ใช้กับคนไข้เฉพาะราย และขอผ่อนผันการนำเข้าเป็นรายๆ ไป แต่หากพบว่าบริษัทนี้มีไหมทองอยู่เต็มโกดัง และไม่มีการมาขอผ่อนผันการนำเข้า’

มีความผิดฐานนำเข้าโดยไม่มีหนังสือประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ สำหรับเครื่องมือแพทย์ทั่วไป พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ 2551 มาตรา 82 ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (11) เครื่องมือแพทย์ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผลิตหรือนำเข้าโดยไม่ได้จดทะเบียนสถานประกอบการ พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ 2551 มาตรา 85 ผู้ใดผลิต หรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘โฆษณาอวดอ้างว่า ไหมชนิดนี้ ยี่ห้อนี้ดี ช่วยยกกระชับสัดส่วนใบหน้าให้เต่งตึง’

มีความผิดฐานโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ 2551 มาตรา 116 ผู้ใดโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 57 วรรคหนึ่ง (ภายใต้บังคับมาตรา 56 การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตก่อน ใบอนุญาตโฆษณาให้มีอายุไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


คิดจะหน้าเป๊ะ หน้าตึง ใบหน้าเรียวงาม แต่ถ้ากระบวนการต่างๆ กว่าจะถึงใบหน้าคุณมัน ‘ผิดกฎหมาย’
“คุณยังจะกล้าใช้บริการอยู่หรือเปล่า?”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน



หน้าเป๊ะ ยกกระชับ ผิวเต่งตึง ‘ฟิลเลอร์-ร้อยไหม’ ผลดี ผลข้างเคียง ความเสี่ยงมีอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจเสริมความงาม! 18 ก.พ. 2560 16:02 ไทยรัฐ