วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

25ปี สถาปนา บช.ปส. เร่งปราบยาเสพติดให้สิ้น

“กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นหน่วยงานหลักในการปราบ ปรามยาเสพติด ที่ผ่านมาได้ทำผลงานในการปราบปรามเครือข่ายรายสำคัญต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนตั้งใจทำงานด้วยความตั้งใจและมีประสิทธิภาพที่ดีต่อไป” เป็นคำกล่าวของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานยาเสพติดในวันครบรอบ 25 ปี สถาปนา บช.ปส.ในวันที่ 14 ก.พ.

บช.ปส.ถือเป็นหน่วยงานหลัก จับกุม ยาเสพติดรายใหญ่ต่อเนื่อง ตามยึดและอายัดทรัพย์สินผู้กระทำผิดได้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น ผบช.ปส. ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมชุดสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างหนักหน่วง มีผลการจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ ทำให้ชื่อเสียงของ บช.ปส. เทียบชั้นหน่วยงานหลักอย่าง บช.ก.และ บช.น.

ช่วงเดือน ส.ค.2559 จับกุมเครือข่าย ยานรก “หมื่นจะดา” มี นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคนสำคัญที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติดไปอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมา วางข่าย การขยายกิจการค้าขายยาเสพติดในเมืองไทย มี นายวีรวัฒน์ หรือตั้ม อุดมโรจนกุล หรือ หมื่นจะดา น้องชาย เป็นคนหาลูกค้าจากฝั่งไทย มีภรรยาและมารดานายวีรวัฒน์ ดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดให้พรรคพวกเปิดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มเป็นบัญชีรับเงินค่ายาเสพติด ชุด บช.ปส.จับกุมเครือข่ายได้ 3 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมายกว่า 124 จุดทั่วประเทศ ยึดทรัพย์ได้ 400 ล้านบาท

ช่วงเดือน ต.ค.2559 ที่ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข รับตำแหน่ง ผบช.ปส. ได้กำหนดแผนปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายนายเล่าต๋า แสนลี่ และลูกชาย กำนันดังในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยึดยาไอซ์และอาวุธสงครามขยายผลรวบตัวผู้ต้องหาได้คาด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ จ.แพร่ ขณะขนลำเลียงยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กก. ซุกซ่อนรถบรรทุกข้าวสารตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนตามรวบเอเย่นต์ใหญ่ 3 ราย ยึดทรัพย์อีกกว่า 1,000 ล้านบาท

เป็นการเปิดตัวว่าที่ ผบช.ปส.คนใหม่ อย่างสมศักดิ์ศรี และได้รับการกล่าวขวัญอย่างมาก

ตามมาด้วยปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี” รวบตัว นายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว มีส่วนพัวพันการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลำเลียงสู่พื้นที่ตอนใน และจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างปี 2558-2559

จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ 5 คดีที่โยงเครือข่ายนายไซซะนะ ได้ของกลางยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ตรวจยึดเงินสด โฉนดที่ดิน รถหรูกว่า 20 คัน รวมรายการตรวจยึด 74 รายการ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

บช.ปส.ประสานชุดสกัดกั้นยาเสพติด สปป.ลาว กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดใน สปป.ลาว จับกุมผู้ต้องหา 33 คน แยกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โต รวมทั้งเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายัดทรัพย์สินบ้าน โรงแรม ตลาด ร้านอาหาร โรงงาน ปั๊มน้ำมัน ตึกแถว รถหรูและเจ็ตสกี

ต้นเดือน ก.พ. ชุด บช.ปส. จับกุม นายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ได้ที่บ้านพักย่าน จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเครือข่ายนายไซซะนะ ยึดของกลางยาเสพติดและทรัพย์สินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมายใหญ่ทั่วประเทศ 41 จุด ในพื้นที่ 13 จังหวัด

1 ใน 41 จุดเข้าตรวจค้นร้าน Area 51 ย่านห้วยขวางของ นายอัครกิตติ์ วร-โรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีของ แพท–ณปภา ตันตระกูล ดาราและพิธีกรคนดัง ยึดรถยนต์หรูลัมโบร์กินี ทะเบียน กจ 51 สีดำ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท นาย เบนซ์ เป็นผู้ครอบครอง แต่เงินเช่าซื้อเป็นของนายณัฐพล นำมาตรวจสอบ เป็นเรื่องใหญ่ที่นายเบนซ์ต้องชี้แจงที่มาทรัพย์สินให้ได้ ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี

เป็นการขุดรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติด ผู้ ต้องหาส่วนใหญ่ฉากหน้าเป็นนักธุรกิจ คบหากลุ่มไฮโซ ดารา คนดังในทุกวงการ แฝงตัวเป็นนายหน้าค้ารถหรูและใช้คนดังไฮโซ เป็นช่องทางฟอกเงิน และกระจายยาเสพติดไปในทุกวงการ

สรุปข้อมูลสถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดประจำปี 2558-2560 ปี 2558 จับกุมยาบ้า 40,440,432 เม็ด ไอซ์ 584.14 กก. เฮโรอีน 56.07 กก. โคเคน กัญชาแห้ง 4,461.21 กก. ปี 2559 จับกุมยาบ้า 28,838,422 เม็ด ไอซ์ 632.72 กก. เฮโรอีน 43.69 กก. โคเคน 39.32 กก. กัญชาแห้ง 917.76 กก. และปี 2560 จับกุมยาบ้า 14,001,947 เม็ด ไอซ์ 959.09 กก. เฮโรอีน 69.19 กก. โคเคน 16.30 กก. กัญชาแห้ง 369.54 กก. ยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดปีงบ 2558 จำนวน 207.89 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 346.67 ล้านบาท และปี 2560 จำนวน 98.29 ล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาช-ญากรรม” ว่า “แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ประเภทยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน จากแหล่งผลิตในเมียนมาเข้าประเทศไทยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงการปราบปรามด้านชายแดนภาคเหนือตอนบน มายังชายแดนไทย–สปป.ลาว ด้านติดกับแม่น้ำโขง มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งตอนบน และตอนล่าง ขณะที่การลักลอบนำเข้ากัญชาแห้งอัดแท่งจากแหล่งผลิตใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นผลผลิตกัญชารอบฤดูกาลใหม่เริ่มมีจำนวนมาก โดยยาเสพ-ติดส่วนใหญ่มีปลาย ทางส่งจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหา-นคร ภาคตะวันออก ภาคใต้ และประเทศที่สาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ปราบปราม จับกุมขบวนการทุกรูปแบบและจะตามยึดและอายัดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการทุกราย”

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวว่า “ตั้งแต่มารับตำแหน่ง ก็ได้ปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ยืนยันที่จะดำเนินการภายใต้คำขวัญ “ทำอย่างไรก็ได้ ให้ประชาชนมีความสุขที่สุด” ซึ่งปัจจุบันพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง พบว่ามีครูเป็นผู้ค้ายาเสพติดให้เยาวชน เป็นเรื่องน่าห่วง เนื่องจากเยาวชนกับยาเสพติดเข้าถึงกันได้โดยง่าย ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพร้อมที่จะประสานกับทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดทุกรูปแบบ และจะติดตามยึดทรัพย์ ทลายขบวนการให้หมดสิ้น วันนี้เราต้องการให้ลูกหลานของเราอยู่เย็นเป็นสุข คนพวกนี้ทำลายลูกหลาน ทำลายครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ เอาเงินของคนจนไปซื้อรถหรูแล้วเอามาอวดคนจนไปอีก มันเหยียบย่ำหัวใจเราเกิน ไปแล้วนะ ผมจะยึดทรัพย์ให้มันจนกว่าขอทานให้ได้”

เป็นคำยืนยันของแม่ทัพใหญ่หน่วยปราบ ปรามยาเสพติด ซึ่งรูปแบบการทำงานชนิดถึงลูก ถึงคนของ พล.ต.ท.สมหมาย ที่เติบโตมาจากพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นมือปราบที่มีชื่อชั้นเป็นที่ยอมรับในแวดวงตำรวจมืออาชีพ เป็นความคาดหวังที่จะได้เห็นปฏิบัติการตอบโต้ขบวนการค้ายาเสพติด ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน

เป็นปัญหาใหญ่ของขบวนการค้ายาเสพติดทุกกลุ่ม.“กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นหน่วยงานหลักในการปราบ ปรามยาเสพติด ที่ผ่านมาได้ทำผลงานในการปราบปรามเครือข่ายรายสำคัญต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนตั้งใจทำงานด้วยความตั้งใจและมีประสิทธิภาพที่ดีต่อไป” เป็นคำกล่าวของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานยาเสพติดในวันครบรอบ 25 ปี สถาปนา บช.ปส.ในวันที่ 14 ก.พ.

บช.ปส.ถือเป็นหน่วยงานหลัก จับกุม ยาเสพติดรายใหญ่ต่อเนื่อง ตามยึดและอายัดทรัพย์สินผู้กระทำผิดได้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น ผบช.ปส. ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมชุดสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างหนักหน่วง มีผลการจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ ทำให้ชื่อเสียงของ บช.ปส. เทียบชั้นหน่วยงานหลักอย่าง บช.ก.และ บช.น.

ช่วงเดือน ส.ค.2559 จับกุมเครือข่าย ยานรก “หมื่นจะดา” มี นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคนสำคัญที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติดไปอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมา วางข่าย การขยายกิจการค้าขายยาเสพติดในเมืองไทย มี นายวีรวัฒน์ หรือตั้ม อุดมโรจนกุล หรือ หมื่นจะดา น้องชาย เป็นคนหาลูกค้าจากฝั่งไทย มีภรรยาและมารดานายวีรวัฒน์ ดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดให้พรรคพวกเปิดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มเป็นบัญชีรับเงินค่ายาเสพติด ชุด บช.ปส.จับกุมเครือข่ายได้ 3 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมายกว่า 124 จุดทั่วประเทศ ยึดทรัพย์ได้ 400 ล้านบาท

ช่วงเดือน ต.ค.2559 ที่ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข รับตำแหน่ง ผบช.ปส. ได้กำหนดแผนปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายนายเล่าต๋า แสนลี่ และลูกชาย กำนันดังในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยึดยาไอซ์และอาวุธสงครามขยายผลรวบตัวผู้ต้องหาได้คาด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ จ.แพร่ ขณะขนลำเลียงยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กก. ซุกซ่อนรถบรรทุกข้าวสารตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนตามรวบเอเย่นต์ใหญ่ 3 ราย ยึดทรัพย์อีกกว่า 1,000 ล้านบาท

เป็นการเปิดตัวว่าที่ ผบช.ปส.คนใหม่ อย่างสมศักดิ์ศรี และได้รับการกล่าวขวัญอย่างมาก

ตามมาด้วยปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี” รวบตัว นายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว มีส่วนพัวพันการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลำเลียงสู่พื้นที่ตอนใน และจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างปี 2558-2559

จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ 5 คดีที่โยงเครือข่ายนายไซซะนะ ได้ของกลางยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ตรวจยึดเงินสด โฉนดที่ดิน รถหรูกว่า 20 คัน รวมรายการตรวจยึด 74 รายการ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

บช.ปส.ประสานชุดสกัดกั้นยาเสพติด สปป.ลาว กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดใน สปป.ลาว จับกุมผู้ต้องหา 33 คน แยกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โต รวมทั้งเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายัดทรัพย์สินบ้าน โรงแรม ตลาด ร้านอาหาร โรงงาน ปั๊มน้ำมัน ตึกแถว รถหรูและเจ็ตสกี

ต้นเดือน ก.พ. ชุด บช.ปส. จับกุม นายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ได้ที่บ้านพักย่าน จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเครือข่ายนายไซซะนะ ยึดของกลางยาเสพติดและทรัพย์สินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมายใหญ่ทั่วประเทศ 41 จุด ในพื้นที่ 13 จังหวัด

1 ใน 41 จุดเข้าตรวจค้นร้าน Area 51 ย่านห้วยขวางของ นายอัครกิตติ์ วร-โรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีของ แพท–ณปภา ตันตระกูล ดาราและพิธีกรคนดัง ยึดรถยนต์หรูลัมโบร์กินี ทะเบียน กจ 51 สีดำ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท นาย เบนซ์ เป็นผู้ครอบครอง แต่เงินเช่าซื้อเป็นของนายณัฐพล นำมาตรวจสอบ เป็นเรื่องใหญ่ที่นายเบนซ์ต้องชี้แจงที่มาทรัพย์สินให้ได้ ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี

เป็นการขุดรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติด ผู้ ต้องหาส่วนใหญ่ฉากหน้าเป็นนักธุรกิจ คบหากลุ่มไฮโซ ดารา คนดังในทุกวงการ แฝงตัวเป็นนายหน้าค้ารถหรูและใช้คนดังไฮโซ เป็นช่องทางฟอกเงิน และกระจายยาเสพติดไปในทุกวงการ

สรุปข้อมูลสถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดประจำปี 2558-2560 ปี 2558 จับกุมยาบ้า 40,440,432 เม็ด ไอซ์ 584.14 กก. เฮโรอีน 56.07 กก. โคเคน กัญชาแห้ง 4,461.21 กก. ปี 2559 จับกุมยาบ้า 28,838,422 เม็ด ไอซ์ 632.72 กก. เฮโรอีน 43.69 กก. โคเคน 39.32 กก. กัญชาแห้ง 917.76 กก. และปี 2560 จับกุมยาบ้า 14,001,947 เม็ด ไอซ์ 959.09 กก. เฮโรอีน 69.19 กก. โคเคน 16.30 กก. กัญชาแห้ง 369.54 กก. ยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดปีงบ 2558 จำนวน 207.89 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 346.67 ล้านบาท และปี 2560 จำนวน 98.29 ล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาช-ญากรรม” ว่า “แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ประเภทยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน จากแหล่งผลิตในเมียนมาเข้าประเทศไทยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงการปราบปรามด้านชายแดนภาคเหนือตอนบน มายังชายแดนไทย–สปป.ลาว ด้านติดกับแม่น้ำโขง มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งตอนบน และตอนล่าง ขณะที่การลักลอบนำเข้ากัญชาแห้งอัดแท่งจากแหล่งผลิตใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นผลผลิตกัญชารอบฤดูกาลใหม่เริ่มมีจำนวนมาก โดยยาเสพติดส่วนใหญ่มีปลาย ทางส่งจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก ภาคใต้ และประเทศที่สาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ปราบปราม จับกุมขบวนการทุกรูปแบบและจะตามยึดและอายัดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการทุกราย”

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวว่า “ตั้งแต่มารับตำแหน่ง ก็ได้ปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ยืนยันที่จะดำเนินการภายใต้คำขวัญ “ทำอย่างไรก็ได้ ให้ประชาชนมีความสุขที่สุด” ซึ่งปัจจุบันพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง พบว่ามีครูเป็นผู้ค้ายาเสพติดให้เยาวชน เป็นเรื่องน่าห่วง เนื่องจากเยาวชนกับยาเสพติดเข้าถึงกันได้โดยง่าย ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพร้อมที่จะประสานกับทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดทุกรูปแบบ และจะติดตามยึดทรัพย์ ทลายขบวนการให้หมดสิ้น วันนี้เราต้องการให้ลูกหลานของเราอยู่เย็นเป็นสุข คนพวกนี้ทำลายลูกหลาน ทำลายครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ เอาเงินของคนจนไปซื้อรถหรูแล้วเอามาอวดคนจนไปอีก มันเหยียบย่ำหัวใจเราเกิน ไปแล้วนะ ผมจะยึดทรัพย์ให้มันจนกว่าขอทานให้ได้”

เป็นคำยืนยันของแม่ทัพใหญ่หน่วยปราบ ปรามยาเสพติด ซึ่งรูปแบบการทำงานชนิดถึงลูก ถึงคนของ พล.ต.ท.สมหมาย ที่เติบโตมาจากพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นมือปราบที่มีชื่อชั้นเป็นที่ยอมรับในแวดวงตำรวจมืออาชีพ เป็นความคาดหวังที่จะได้เห็นปฏิบัติการตอบโต้ขบวนการค้ายาเสพติด ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน

เป็นปัญหาใหญ่ของขบวนการค้ายาเสพติดทุกกลุ่ม.

18 ก.พ. 2560 11:43 18 ก.พ. 2560 11:45 ไทยรัฐ