วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้เขารู้เราอยู่แล้ว

กระบวนการ “ปรองดอง” เริ่มเดินหน้า ตัวแทน พรรคการเมืองต่างๆก็เข้า ไปให้ความเห็นกันแล้ว รอเพียงพรรคเพื่อไทยจะมี เงื่อนไขต่อรองในลักษณะ ไหน ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดถึงผลสำเร็จ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เหตุบ้านการเมืองในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้วนมีความเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่เป็นจริง

เช่นว่า กรณีวัดพระธรรมกายเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร สำนักพุทธศาสนาและตัวแทนสงฆ์ ได้เข้าปฏิบัติการค้นวัดได้อย่างสะดวกโยธิน

ต่างกับที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการต่อต้านอย่างหนัก

พูดง่ายๆว่า แทบจะหมดโอกาสที่จะเข้าไปจับ “ธัมมชโย” ได้

ที่สำคัญก็คือ การค้นหาครั้งล่าสุด ยังไม่แน่ใจว่าจะเจอตัวหรือไม่ เพราะพื้นที่กว้างขวางจนต้องค้นทุกซอกทุกมุม ที่จะต้องใช้เวลาพอสมควร

ทว่า นั่นคงไม่ใช่ปัญหา แต่ที่สำคัญก็คือ การเข้าไปยึดอาณาจักร “จานบิน” ได้ทั้งหมดและขั้นตอนต่อไปก็คือการจัดระเบียบใหม่

ทั้งพื้นที่ ทรัพย์สิน พระธรรมคำสอนและบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง

จึงต้องมีการเตรียมการวางแผนล่วงหน้าว่าจะดำเนินการต่อไป จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย

เห็นภาพข่าวภายในอาณาจักรแห่งนี้แล้ว ศาสนิกชนทั้งหลายควรต้องคิดกันให้ได้ว่า นี่หรือวัด…นี่หรือคือสถานที่เพื่อบำเพ็ญบุญ

ตอนนี้ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า จะเจอตัวหรือขึ้นจานบินเผ่นหนีไปแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การสร้างความปรองดองที่กำลังดำเนินการไปตามแผนที่วางเอาไว้ ด้วยการเชิญตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆให้มาแสดงความคิดเห็น

แม้บางฝ่ายจะมองว่าเป็นเพียงแค่ “ปาหี่” การเมืองเท่านั้น

แต่หากมองอย่างเป็นรูปธรรม ความจริงแล้วปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรกันเลย

อย่างน้อยเมื่อได้รับฟังความคิดเห็นให้กว้างขวาง ก็คงพอจะมองเห็นภาพต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะนำมาตัดต่ออันนำมาซึ่งสูตรสำเร็จได้

เท่าที่ฟังดูจากตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆแล้ว จะตรงกันอยู่อย่างก็คือ ต้องการเห็นความปรองดองให้เกิดขึ้นมาได้

เพราะนักการเมืองนั้น ถนนทุกส่วนล้วนต้องการเลือกตั้งทั้งนั้น

ขืนไปเล่นท่าเล่นตัวมาก เดี๋ยวก็ไม่ได้เลือกตั้งกันแล้วจะหนาว

แต่การเมืองนั้นคงจะมองในมิติเดียวไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของการต่อรอง มีเบื้องหน้าเบื้องหลังล้ำลึกกว่าที่จะคาดเดาได้

คงต้องรอดูว่าตัวแทนของพรรคเพื่อไทยจะเป็นใครกันบ้าง จะต่อรองในประเด็นอะไรบ้าง จะมีเนื้อหาอะไรบ้าง

เอาเข้าจริงแล้ว “เงื่อนไข” ของเพื่อไทยจะเป็นตัวแปรสำคัญ

ต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้น เพื่อไทยมีปัญหาสำคัญไล่ตั้งแต่เจ้าของพรรคตัวจริง ตัวเล่นอื่นๆล้วนมีปัญหาในคดีความจำนวนไม่น้อย

ว่าที่จริงแล้วทั้ง คสช.และเพื่อไทยต่างก็รู้เขารู้เราอยู่แล้ว

จึงไม่แปลกใจว่าทำไม คสช.จึงปิดทางเอาไว้ตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องคือ จะไม่นำเรื่องการนิรโทษและการทำผิดกฎหมาย

เป็นการดักทางเอาไว้ตั้งแต่เบื้องต้น!?!

เพราะรู้ดีว่าประเด็นนี้จะเป็น “เงื่อนไข” สำคัญที่เพื่อไทยจะต้องหยิบยกมาเป็นเครื่องต่อรอง ยิ่งคดีต่างๆกำลังงวดเข้ามาแล้ว

ถ้าจะสรุปการปรองดอง จะเดินหน้าไปได้มากน้อยแค่ไหน ปัจจัยสำคัญคงอยู่ที่พรรคเพื่อไทยนี่แหละ...ที่จะเป็นคำตอบ

อยู่ที่ว่าจะจัดการอย่างไร เพื่อให้เกิดความลงตัว!!!

“ลิขิต จงสกุล”

18 ก.พ. 2560 10:17 ไทยรัฐ