วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์อุโมงค์ลับธรรมกาย ไร้เงา ‘ธัมมชโย’

เป็นที่ติดตั้งระบบทํานํ้าตก ตะลึงกักตุนนํ้ามันแสนลิตร บิ๊กแป๊ะให้ประกันถ้ามอบตัว

ค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายหมดแล้ว แต่ยังไร้วี่แวว “พระธัมมชโย” ดีเอสไอไม่ถอดใจ เตรียมแผนตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียงวัดต่อ แต่ยังอุบว่าจุดไหน แจงข้อสงสัย อุโมงค์ใต้อาคารภาวนา 60 พื้นที่โซนซี ที่เชื่อว่าเป็นทางหนีพบเป็นทางตัน อุโมงค์เป็นส่วนของน้ำพุยาวประมาณ 3 กม. พล.อ.ประวิตร โต้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เยอะ ยันในวัดมีคน 6-7 พันคน เจ้าหน้าที่คนสองคนเข้าไม่ได้ “บิ๊กแป๊ะ” เชื่อพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ในวัดหรือไม่ กล่อมถ้ายอมมอบตัวในชั้นตำรวจให้ประกันแน่ แต่ถ้าจับได้เองไม่ให้ประกัน “ไพบูลย์” ฟันธง “ธัมมชโย” ยังอยู่ในวัด ยกตัวอย่าง “องอาจ” โฆษกธรรมกายที่เพิ่งเข้ามอบตัว ให้การอยู่ในวัดมาตลอด ส่วนข้อสงสัยเรื่องอุโมงค์ออกซิเจน สธ.ยันใช้รักษาแผลจากเบาหวานได้ ดีเอสไอสั่งอายัดตรวจสอบช่วงเวลาการใช้งาน

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน รวม 3 ข้อหาประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยการได้ ทำได้เพียงดำเนินคดีกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกว่า 300 คดี หลังจากนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆเริ่มเงียบไป ล่าสุด รัฐบาลใช้ยาแรง ออกคำสั่งใช้ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร กว่า 4,000 นาย เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย วันแรกตรวจค้น 19 จุดในพื้นที่โซนเอ 196 ไร่ โดยเฉพาะอาคารดาวดึงส์ที่เชื่อเป็นที่พักของพระธัมมชโย แต่เมื่อเข้าไปถึงต้องคว้าน้ำเหลว พบเพียงเตียงนอนและอุปกรณ์รักษาพยาบาล เตรียมวางแผนตรวจค้นพื้นที่อื่น
ต่อไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ตำรวจ-ทหารคุมเข้มตลอดคืน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกาย ว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังตั้งด่านความมั่นคงคุมเข้มบนถนนคลองหลวง ถนนเลียบคลองสอง ถนนมงคลเศรษฐี หรือถนนเลียบคลองแอน ถนนเลียบคลองสามทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพื่อเฝ้าระวังป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์รุนแรง นอกจากนี้ยังเป็นการสกัดกั้นไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในวัดพระธรรมกาย ส่วนบริเวณประตูวัดพระธรรมกายเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินถือไฟฉายตรวจตราบริเวณหน้าประตู เพื่อป้องกันประชาชนลักลอบเข้าไปภายในพื้นที่วัด เหตุการณ์ทั่วไปสงบเรียบร้อยตลอดทั้งคืน

วางแผนตรวจค้นโซนบีและซี

ต่อมาเวลา 07.30 น. ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี สำนักงานเทศบาลเมืองคลองหลวง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมชุดตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประชุมวางแผนการเข้าตรวจค้นในพื้นที่โซนบีและโซนซี เวลาเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนทราบว่า เจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกายยินยอมให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพขณะตรวจค้นได้ แต่ต้องไปลงทะเบียนกับทางวัดบริเวณประตู 7 ก่อนเข้าไปในพื้นที่ หากประชุมแล้วเสร็จจะลงพื้นที่ในโซนบีและซี ตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 8 จุดทันที

“พระสนิทวงศ์” โต้ไม่ได้จัดฉาก

ที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายเผยว่า ภาพกุฏิและห้องรักษาอาการอาพาธหลวงพ่อธัมมชโยที่เผยแพร่ผ่านสื่อในอาคารดาวดึงส์ฝั่งพื้นที่ 196 ไร่ เป็นห้องที่พระธัมมชโยเคยรักษาอาการอาพาธจริง ส่วนที่มีหมอนและผ้าห่มมาคลุมเตียง ขอชี้แจงว่าไม่ใช่การจัดฉากถ่ายภาพว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด แต่พระลูกวัดอาจนำมาวางไว้เพื่อคลุมกันฝุ่น และการที่ไม่พบตัวพระธัมมชโยเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) ขอไม่แสดงความเห็น อ้างว่าส่วนตัวไม่พบพระธัมมชโยมานานแล้ว เพราะตนไม่ได้มีหน้าที่ติดต่อท่าน เลยไม่ได้ติดต่อนานแล้ว หลวงพ่อมีภารกิจของท่าน และทีมแพทย์ทำการรักษาที่ไหนอย่างไรไม่ทราบได้

ขออนุญาตให้พระกลับเข้าวัดได้

“ส่วนภาพรวมวันนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าค้นวัดในส่วนโซนซีเนื้อที่ 2,000 ไร่ กับโซนบีเนื้อที่ 130 ไร่ หนึ่งในนั้นมีหอฉันคุณยาย ที่วัดเคยอ้างว่าพระธัมมชโยอยู่ที่นั่นและที่อื่นๆก็จะพาไปตรวจ แต่อยากจะเจรจาและขอร้องเจ้าหน้าที่ขอให้พระสงฆ์ที่ออกไปทำกิจนิมนต์และบิณฑบาตข้างนอกสามารถกลับเข้ามาในวัดได้ เนื่องจากเป็นกิจนิมนต์ของสงฆ์” พระสนิทวงศ์กล่าว

เจ้าหน้าที่กว่า 2,000 คนเข้าพื้นที่

ต่อมาเวลา 08.30 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เข้าพบพระสนิทวงศ์บริเวณประตู 7 พากันไปที่ห้องอินฟอร์เมชันสื่อสารองค์กร เพื่อพบพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อนิมนต์ร่วมตรวจค้นวัดพระธรรมกายด้วย และจุดนี้มีเจ้าหน้าที่วัดจัดให้สื่อมวลชนที่ต้องการเข้าไปทำข่าวการตรวจค้นลงทะเบียน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2,000 นาย ทยอยเข้าไปในพื้นที่ มีทั้งเดินเท้าและใช้รถเป็นพาหนะ เพื่อตรวจค้นภายในวัดตามแผนที่วางไว้

ค้นโซนบี 4 จุดและโซนซีอีก 4 จุด

แผนการตรวจค้นวันนี้ เจ้าหน้าที่แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซนคือ โซนบีพื้นที่ 130 ไร่ และโซนซี พื้นที่ 2,000 ไร่ พื้นที่โซนบีแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 4 ชุดคือ บี 1 เข้าตรวจค้นอาคารหอฉันคุณยายอาจารย์ บี 2 ตรวจค้นอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ บี 3 ตรวจค้นอาคารที่พักสงฆ์ และบี 4 ตรวจค้นอาคารอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนพื้นที่โซนซีตรวจค้นอีก 4 จุดเช่นกัน แบ่งเป็นซี 1 ตรวจค้นมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ซี 2 ตรวจค้นมหาวิหารคด อาคารจอดรถ และที่จัดเก็บอุปกรณ์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซี 3 ตรวจค้นมหาธรรมกายเจดีย์ และซี 4 ตรวจค้นอาคารพุทธบุตรสงฆ์และอาคารภาวนา 60 ปี

นำ K9 ตำรวจร่วมตรวจค้น

คณะหลักมีพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เข้าตรวจค้นอาคาร 100 ปี ลักษณะอาคารเป็นตึกทรงกลมคล้ายลูกโลกขนาดใหญ่สูง 15 ชั้น เนื้อที่ในอาคารมีทั้งลานจอดรถ ที่พักอาศัยของอุบาสิกา และสถานที่ปฏิบัติธรรม ระหว่างการตรวจค้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การเข้าค้นวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำสุนัขตำรวจมาใช้ตรวจค้นด้วย โดยมีพระลูกวัดพระธรรมกายและกลุ่มศิษยานุศิษย์คอยเดินตามอำนวยความสะดวก พบว่าบริเวณชั้น 6 ที่คาดว่าน่าเป็นศูนย์กลางสั่งการของวัด พบว่าเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่แบบโรงหนัง อยู่ระหว่างการก่อสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จ

คว้าน้ำเหลวไม่พบธัมมชโย

กระทั่งเวลา 11.15 น. การตรวจค้นบริเวณอาคาร 100 ปีทั้ง 15 ชั้นจึงแล้วเสร็จ โดยไม่พบพระธัมมชโย เจ้าหน้าที่จึงทยอยเดินทางออกจากอาคาร นายวสวัต ชวลิตธำรง ผอ.ส่วนคดีเทคโนโลยีดีเอสไอ นำเอกสารให้หลวงพี่ฑูร์ ปุญญากะโร พระอาจารย์สำนักต่างประเทศ นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความวัดพระธรรมกาย ลงนามการตรวจค้นอาคาร 100 ปี โดยไม่พบพระธัมมชโยผู้ต้องหาตามหมายจับ

แถลงผลตรวจค้นช่วงเช้า

ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมข้าง สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกดีเอสไอ และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.ร่วมกันแถลงผลการตรวจค้นช่วงเช้า พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ตามที่ดีเอสไอรายงานผลการปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบ ตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 5/2560 เรื่องมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เป้าหมายเพื่อจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโยเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรของวัดพระธรรมกาย จนการตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกาย โซนเอเสร็จสิ้นแล้ว และตรวจค้นพื้นที่ของมูลนิธิธรรมกายในพื้นที่โซนซีมีพื้นที่ 2,000 ไร่ได้บางส่วน แต่ไม่พบตัวบุคคลตามหมายจับ

ธรรมกายให้ความร่วมมือดี

“ส่วนภาพรวมวันนี้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ท.ชาญ–เทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประชุมชุดปฏิบัติการ ให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรับทราบการปฏิบัติ กำหนดแผนการดำเนินการ กำหนดเป้าหมายเข้าตรวจค้นในพื้นที่มูลนิธิธรรมกายโซนบีและโซนซีส่วนที่เหลือ จัดกำลังเข้าพื้นที่ละ 8 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ สุนัขตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง โดยมีพระสงฆ์และตัวแทนวัดร่วมตรวจค้นด้วย กระทั่งเวลา 08.00 น. พ.ต.ต.สุริยาปล่อยชุดตรวจค้นตามแผนเข้าทางประตู 4 เพื่อค้นพื้นที่โซนบี ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจค้น ผลการดำเนินการเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

รับพบอุโมงค์จริงแต่เป็นทางตัน

พ.ต.ต.วรณันเผยต่อไปว่า กรณีที่เมื่อวานมีข่าวว่าพบอุโมงค์ในวัดพระธรรมกาย ขอชี้แจงว่า อุโมงค์ดังกล่าวอยู่ใต้อาคารภาวนา 60 ปี อยู่ในพื้นที่โซนซี จากการตรวจสอบพบว่า เป็นอุโมงค์ที่ใช้บำบัดน้ำเสียมีทางเดินลงไป และมีทางแยกออกไปซ้ายและขวา แต่ละฝั่งยาวประมาณ 1.5 กม. แต่ไม่มีทางออกเป็นอุโมงค์ตัน จึงไม่น่าใช่ทางหลบหนีดังที่มีข่าวลือ ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจสนับสนุนดีเอสไอร่วมตรวจค้น วันนี้เสริมกำลังโดยการนำสุนัขตำรวจหรือ K9 มาร่วมตรวจสอบ มีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3,000 นาย ส่วนจะลดหรือเพิ่มจำนวนขึ้นอยู่กับ ผบ.เหตุการณ์เป็นผู้ประเมิน

พาสื่อพิสูจน์อุโมงค์ลับ

ต่อมาเวลา 15.30 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ และกลุ่มศิษยานุศิษย์ พาสื่อมวลชนกว่า 50 คน ไปที่อุโมงค์ใต้อาคารภาวนา 60 ปี โซนซี ภายในวัดพระธรรมกาย ที่ร่ำลือกันว่าเป็นอุโมงค์ลับที่พระธัมมชโยใช้หลบหนีออกจากวัด เมื่อไปถึงพบว่า เป็นอาคารใต้น้ำตกเทียม สร้างโอบล้อมรอบอาคารภาวนา 60 ปีอยู่ตรงกลาง สร้างด้วยคอนกรีตสูงกว่า 15 เมตร ด้านบนเป็นบันไดให้น้ำตกไหลลงมาแบบขั้นบันได 12 ขั้น ขณะที่ส่วนปีกซ้ายและปีกขวา ทอดยาวโค้งเป็นครึ่งวงกลมความยาวฝั่งละ 1.5 กม. เมื่อเข้าไปตรวจอุโมงค์ข้างใต้พบเป็นส่วนที่ติดตั้งปั๊มน้ำ บ่อพักน้ำ และระบบกรองวางเรียงรายอยู่

แค่ที่ตั้งอุปกรณ์น้ำตกเทียม

พระไพบูลย์ อธิมุตโต พระสงฆ์ที่รับผิดชอบพื้นที่อาคารภาวนา 60 ปี เผยว่า มีกระแสข่าวลือว่า มีอุโมงค์ลับทางวัดพระธรรมกายจึงพาสื่อมวลชนมาตรวจสอบให้เห็นกับตาว่า เป็นเพียงส่วนพื้นที่ใต้อาคารน้ำตกเทียม ข้างในเป็นปั๊มสูบน้ำ 260 ตัว เพื่อใช้สูบน้ำขึ้นไปข้างบน ก่อนปล่อยน้ำลงมาเป็นน้ำตกเทียม เพื่อให้อากาศรอบๆอาคารภาวนา 60 ปี เย็นสบายแบบธรรมชาติและมีความสวยงาม

ค้นหมดแล้วไม่พบธัมมชโย

กระทั่งเวลา 17.30 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมข้าง สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ แถลงผลตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ระหว่างวันที่ 16-17 ก.พ.ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมกำลัง 3 ฝ่าย เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมง ชุดปฏิบัติการเข้าตรวจพื้นที่ครบทั้ง 3 โซน ประกอบด้วย โซนเอ โซนบี และโซนซีแล้วทุกพื้นที่ ยืนยันว่ายังไม่พบพระธัมมชโย จึงเตรียมเข้าตรวจค้นพื้นที่ควบคุมนอกวัดวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) ต่อไป

ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจอุโมงค์ออกซิเจน

“ส่วนกรณีพบอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะตู้อุปกรณ์ทางการแพทย์ไฮเปอร์แบริก (hyperbaric chamber) ภายในห้องที่เคยใช้รักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย บริเวณอาคารดาวดึงส์ ดีเอสไออายัดพื้นที่อาคารดังกล่าว เป็นพื้นที่ควบคุมห้ามไม่ให้บุคคลเข้าออก รวมถึงห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของ เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างตู้ไฮเปอร์แบริกที่พบในห้องดังกล่าว และเตรียมประสานขอความร่วมมือจากแพทย์ทหารผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อดูว่าเครื่องใช้งานล่าสุดเมื่อใด มีความสอดคล้องกับการรักษาอาการอาพาธหรือไม่” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

คลายกฎเหล็กให้เข้าออกได้บ้าง

พ.ต.ต.วรณันกล่าวด้วยว่า ดีเอสไอจะยังยึดคำสั่งมาตรา 44 ที่ประกาศให้พื้นที่วัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ยังคงกำลังเจ้าหน้าที่ไว้บางส่วน มากน้อยขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์แต่ละวัน ส่วนจะเปิดพื้นที่บริเวณใดให้คณะศิษยานุศิษย์ผ่านเข้าออกได้บ้าง จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง แต่ยังคงปฏิบัติการด้านการข่าวเพื่อติดตามพระธัมมชโยต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการข่าว พร้อมฝากประชาชนหากพบเบาะแสผู้ต้องหาสามารถแจ้งดีเอสไอโดยตรงผ่านสายด่วน 1202 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ปิดบังซ่อนเร้นพระธัมมชโย หรือบุคคลที่ถูกออกหมายจับต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบ ส่วนวันที่ 18 ก.พ.จะไม่มีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

“บิ๊กแป๊ะ” กล่อมถ้ามอบตัวให้ประกัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า หากพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประสานขอมอบตัวกับตำรวจ จะพิจารณาให้ประกันตัวโดยไม่คัดค้าน เพราะมีเจตนาที่จะมอบตัว มีเจตนาดี ตำรวจก็แฟร์ๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไปเจอตัวตนไม่ให้ประกันตัว แต่ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวมาที่ตน แต่ไม่ยืนยันว่าติดต่อไปกับคนอื่นหรือไม่ ส่วนการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเป็นวันที่ 2 ขณะนี้ยังไม่พบตัวพระธัมมชโย ส่วนรายละเอียดการตรวจค้นยังไม่มีการรายงานเข้ามาเพิ่มเติม ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะยังดำเนินการตรวจค้นในส่วนที่ยังต้องสงสัยว่าพระธัมมชโยหลบซ่อนอยู่ อาศัยหมายค้นและอำนาจตามมาตรา 44 ของ คสช.ไม่สามารถ เปิดเผยกรอบระยะเวลาการตรวจค้นได้

แน่ใจ “ธัมมชโย” ยังอยู่ในไทย

“ส่วนตัวไม่ยืนยันว่าพระธัมมชโยยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดหรือไม่ แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศ วัดถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยเช่นกัน จะปรับเปลี่ยนแผนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ดูแลความปลอดภัยโดยรอบวัดพระธรรมกายตามสถานการณ์ วัตถุประสงค์การตรวจค้นครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกพื้นที่เจ้าหน้าต้องเข้าไปตรวจสอบได้ จะเจอพระธัมมชโยหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่ทำไมเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปในพื้นที่นั้นไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปตีความกันผิดๆถูกๆ การที่เจ้าหน้าที่มีหมายค้นต้องเข้าไปตรวจค้นได้ ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ยังคงรับผิดชอบการดำเนิน คดีกับวัดพระธรรมกายอยู่เช่นเดิม ส่วนกระแสการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดีนี้ที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบว่ามาจากที่ใด” ผบ.ตร.กล่าว

รมว.ยุติธรรมสั่งค้นละเอียด

ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ต้องรอให้ดีเอสไอรายงานผลปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายอย่างเป็นทางการมาก่อน เพราะตอนนี้มีเพียงผลปฏิบัติเบื้องต้นตามที่เป็นข่าวว่ามีการตรวจค้นพื้นที่ตรงไหนบ้าง พบอะไรแล้วบ้าง การปฏิบัติการวันนี้เป็นการตรวจค้นพื้นที่เพิ่มเติม ตนยังไม่ได้รับรายงานจากดีเอสไอว่าพบอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง ทั้งนี้ ต้องตรวจค้นในพื้นที่วัดพระธรรมกายให้ครบถ้วน 2,000 ไร่ ดังนั้น ให้ดีเอสไอทำงานให้เต็มที่ สิ่งที่ตนต้องการอย่างเดียวคือ เราสามารถที่จะเข้าไปตรวจค้นในพื้นที่วัดพระธรรมกายได้ครบถ้วนทั้งหมด

ถ้าไม่เจอธัมมชโยถือว่าหนีคดี

“ส่วนเรื่องพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ เรื่องนี้ต้องให้ดีเอสไอเป็นคนตอบ แต่ได้คุยกับอธิบดี ดีเอสไอว่า ดีเอสไอจะต้องมีคำตอบกรณีพระธัมมชโยให้กับรัฐบาลและสังคมได้ สรุปแล้วพระธัมมชโยอยู่ในวัดหรือไม่ อยากให้รอผลการปฏิบัติการของดีเอสไอก่อน หากไม่เจอตัวคือไม่เจอ เพราะไม่เจอ แปลว่าพระธัมมชโยหนีคดี และหมายจับยังมีอยู่อายุความ 15 ปี ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ต้องรอผลสรุปการปฏิบัติการจากดีเอสไอเป็นหลัก จึงจะบอกได้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป” นายสุวพันธุ์กล่าว

นายกฯใช้ ม.44 คุ้มครองเจ้าหน้าที่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามกฎหมายอยู่ ถ้าอยู่ก็เจอ ไม่อยู่ก็ไม่เจอ แค่นั้น กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 สามารถใช้ได้ทุกที่ ไม่ใช่มายกเว้นพระสงฆ์ เป็นการประกาศใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานได้ เพราะไม่เช่นนั้น จะเกิดปัญหา หากเข้าไปไม่มีอะไรคุ้มครองเจ้าหน้าที่จะเดือดร้อน เห็นภาพที่ออกมาหรือไม่ เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงอะไรบ้าง ก็ไม่มี สมควรหรือไม่ที่พระสงฆ์ควรจะคาดหน้าคาดตา ต้องดูทั้ง 2 ฝ่าย รัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำความผิด เจ้าหน้าที่เขาจะเข้าไปทำอะไร ทุกคนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธนับถือศาสนาพุทธอยู่แล้ว ใครอยากไปทำร้าย ทำลายพระสงฆ์ ทำลายพุทธศาสนา

“บิ๊กป้อม” โต้ใช้เจ้าหน้าที่เยอะ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรามีหมายศาลตรวจค้นวัดพระธรรมกาย รวมถึงหมายจับพระธัมมชโย ทุกอย่างต้องเดินไปตามนั้น ส่วนจะเจอหรือไม่เจอก็คล้ายกับการจับกุมผู้กระทำผิดทั่วไป จับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จะถูกโจมตีว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ บางคนโจมตีหนักกว่านั้นว่า ใช้กำลังมากมายเพื่อจับคนคนเดียว ไม่รู้ใช้สมองคิดหรือไม่ ในวัดพระธรรมกายมีลูกศิษย์อยู่ในวัดประมาณ 6-7 พันคน ต้องดูแลส่งเจ้าหน้าที่ไป แค่คนสองคนเข้าพื้นที่ไม่ได้ ตอนนี้ทางวัดพระธรรมกายก็เข้าใจ ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นได้ทุกพื้นที่ ส่วนพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศหรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องตามจับทุกที่

“บิ๊กเจี๊ยบ” ย้ำใช้ความนิ่มนวล

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และ รอง ผอ.รมน.ฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินการเป็นหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ผ่านมามีความเรียบร้อย เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวพันกับผู้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่รัฐนำหมายค้นไปหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะประชาชนจำนวนมากอยู่ในวัด คสช.จำเป็นต้องออกมาตรา 44 ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากวัด ได้รับความร่วมมืออย่างดี สำหรับการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่วัด เป็นความรับผิดชอบของ กกล.รส.ในภาพใหญ่พื้นที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.ทบ.) จัดกำลัง 2 กองร้อยรับผิดชอบพื้นที่ภายนอก อีก 4 กองร้อยดูแลอีกชั้น คสช.ตั้งพื้นที่วัดเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อคัดแยกคนและตรวจอาวุธ ขอย้ำว่าเราทำอย่างละเอียดและนิ่มนวล ที่ผ่านมาใช้เวลาชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคลากรในวัดและประชาชน ขณะนี้คนต่อต้านลดน้อยลง

ลั่นกฎหมู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย

เมื่อถามว่าการข่าวแจ้งหรือไม่ว่า พระธัมมชโย อยู่ในวัด พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ณ เวลานี้ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ลงลึกในรายละเอียด ภายใน 1-2 วัน คงน่าจะทราบผลชัดเจนว่าพบตัวหรือไม่ เรื่องนี้อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่สิ่งที่เราพยายามดำเนินการถือเป็นพื้นที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่หรือไม่เป็นอีกเรื่อง หากมีข้อมูลว่าอยู่ที่ใดจะตามไป ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจว่า ให้ถอยออกมาจากปัญหา แล้วดูว่าใครที่กล่าวหาใครว่าดี ไม่ดีอย่างไร เราทำด้วยเหตุด้วยผล อย่าเอาความเชื่อเพียงอย่างเดียว บ้านเมืองยุ่งยากมาจนทุกวันนี้เพราะความเชื่อส่วนตัว ไม่ได้ตัดสินด้วยเหตุผล จนบางทีกลายเป็นความหลง ที่สำคัญกฎหมู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย เพราะเราเจ็บปวดมามากแล้วที่ใช้กฎหมู่ อยากให้ประชาชนเคารพกฎหมาย ทุกคนรวมทั้งตนอยู่ใต้กฎหมาย ถ้าไม่ผิดก็ไปสู้ในกระบวนการยุติธรรม

“ไพบูลย์” ฟันธง “ธัมมชโย” อยู่ในวัด

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะอดีตประธาน ปฏิรูปแนวทางและมาตรการพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ทั้งพระธัมมชโย ลูกศิษย์ และพระในวัดพระธรรมกาย ล้วนแต่เชื่อมั่นว่าหากมีคดีขึ้นการหลบอยู่ในวัดเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมีพื้นที่กว้างถึง 2,000 กว่าไร่ มีกลุ่มอาคารมากมายพื้นที่หลายล้านตารางเมตร มีห้องเป็นพันๆห้อง เป็นเมืองๆหนึ่ง เห็นได้จากล่าสุดนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกายที่มีคดีถูกออกหมายจับ สังคมคาดว่าหนีออกนอกประเทศหรือหลบอยู่ต่างจังหวัด แต่ปรากฏว่า เมื่อมามอบตัวพบว่าหลบซ่อนอยู่ในวัดพระธรรมกายเช่นเดียวกับภิกษุในวัดทุกรูปที่มีคดี ไม่มีผู้ใดหนีออกจากวัดพระธรรมกาย จึงมั่นใจว่าพระธัมมชโยฐานะเป็นผู้สร้างวัดมาด้วยตนเอง สูงวัย และไม่มีพาสปอร์ต จึงยิ่งมั่นใจว่าปัจจุบันยังคงหลบอยู่ในเขตวัดพระธรรมกายไม่จุดใดก็จุดหนึ่งในอาคารที่มีที่หลบซ่อนมากมาย

จี้ “ดีเอสไอ” ค้นให้ละเอียด

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ดังนั้นการเข้าค้นวัดครั้งสุดท้ายอาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.มาตรา 44 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องใช้เวลาค้นหาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกี่วัน กี่สัปดาห์ หรือเป็นเดือน ถ้าค้นหายังไม่เจอต้องวางกำลังค้นหาที่วัดจนกว่าจะเจอ เป็นห่วงว่าถ้าประกาศเร็วไปว่าค้นจนทั่วแล้ว พบว่าพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วเจ้าหน้าที่รัฐถอนกำลังออกมาหมด หากต่อมามีคนออกมาเปิดเผยว่า จริงๆแล้วพระธัมมชโยยังแอบซ่อนอยู่ในวัดไม่ได้หลบไปอยู่ที่อื่น จะทำให้การปฏิบัติการอาศัยคำสั่ง คสช.มาตรา 44 ครั้งนี้เสียหาย กระทบต่อชื่อเสียง คสช.และรัฐบาล จึงขอให้ระมัดระวังอย่ารีบร้อน

สธ.แจงอุโมงค์ออกซิเจน

กรณีแชร์ภาพในโซเชียลมีเดียพร้อมคำถามเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่เรียกว่า ไฮเปอร์แบริก (hyperbaric chamber) หรืออุโมงค์ออกซิเจน ปรากฏภาพตั้งอยู่ในห้องพระธัมมชโยขณะเข้าตรวจค้น จนเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดจึงสามารถซื้อหาเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่ที่ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ มีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่มีเครื่องมือดังกล่าว นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จริงๆจากที่เห็นในภาพข่าวหลายแห่ง เครื่องที่ปรากฏนั้นเป็นเครื่องลักษณะบุคคลเดียวเข้าไปได้ เครื่องที่ใช้ในโรงพยาบาลเป็นเครื่องขนาดใหญ่เข้าได้ถึง 4 คน กระทรวงสาธารณสุขมีอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต วัตถุประสงค์ของเครื่องนี้มุ่งเน้นรักษาผู้ป่วยโรคน้ำหนีบ เป็นโรคที่เกิดจากการดำน้ำลึก อาการเกิดเมื่อขึ้นจากน้ำโดยเร็ว จะทำให้รู้สึกมึนงง ออกซิเจนไม่เพียงพอ แขนขาอ่อนแรง เมื่อเข้าสู่เครื่องดังกล่าวจะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆมากขึ้น วัตถุประสงค์ของเครื่องคือการเติมออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆในร่างกายทำงานดีขึ้น

ใช้รักษาแผลเบาหวานได้

“นอกจากรักษาโรคน้ำหนีบแล้ว ยังนำมาเป็นอีกทางเลือกในการรักษาแผลเบาหวาน นอกเหนือจากการรักษาแผลปกติ เพราะออกซิเจนจะไปทำให้เซลล์ดีขึ้น ช่วยสมานแผล ส่วนที่มีการนำไปใช้เรื่องผิวพรรณให้เต่งตึง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก ผู้สื่อข่าวถามกรณีคลินิกสามารถใช้เครื่องดังกล่าวได้หรือไม่ หรือต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายการขึ้นทะเบียนพบว่า หากนำเครื่องนี้ไปใช้เพื่อบริการจะทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สถานพยาบาลจะมีความผิดตามกฎหมาย แต่หากเป็นการรักษาผู้ป่วยรายเดียว และมีแพทย์ดูแลใกล้ชิดกฎหมายได้ให้ข้อยกเว้นความผิดไว้” โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าว

เจอกักตุนน้ำมันนับแสนลิตร

เมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า เมื่อช่วงค่ำได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายว่า เจอจุดที่วัดพระธรรมกายใช้กักตุนน้ำมันไว้จำนวนมาก เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอสั่งอายัดน้ำมันดังกล่าวไว้ และจะให้ตำรวจ สภ.คลองหลวง ตรวจสอบว่า เป็นน้ำมันชนิดไหน กักตุนไว้เพื่ออะไร และขออนุญาตถูกต้องหรือไม่อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบแท็งก์บรรจุน้ำมันแทงค์ละ 20,000 ลิตร จำนวน 5-6 แท็งก์ รวมกว่า 100,000 ลิตร อยู่บริเวณด้านหลังวัด คาดว่าจะกักตุนไว้กรณีถูกตัดน้ำตัดไฟ และใช้น้ำมันกับเครื่องปั่นไฟ

ค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายหมดแล้ว แต่ยังไร้วี่แวว “พระธัมมชโย” ดีเอสไอไม่ถอดใจ เตรียมแผนตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียงวัดต่อ แต่ยังอุบว่าจุดไหน แจงข้อสงสัย อุโมงค์ใต้อาคารภาวนา 60 พื้นที่โซนซี ที่เชื่อว่าเป็นทางหนีพบเป็นทางตัน... 18 ก.พ. 2560 00:11 18 ก.พ. 2560 00:23 ไทยรัฐ