วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนกันเองทำปาดเหงื่อ

คิวระทึกคั่นจังหวะบรรยากาศความปรองดอง

แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ในฉากที่ทีมศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายยินยอมเปิดทางให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ ทหารเข้าตรวจค้นพื้นที่ภายในวัด

ตามปฏิบัติการปูพรมต่อเนื่องตรวจค้นพื้นที่ 2,000 ไร่ภายในวัด ตามล่าตัว “พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาส ผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร

หลังจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อดำเนินการขอตรวจค้นวัด

ถึงเวลาบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ในปรากฏการณ์ระดมกำลังเจ้าหน้าที่นับพันนายเอกซ์เรย์ทุกตารางนิ้วของวัดพระธรรมกาย ไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำ ห้องส้วม

เพื่อหาตัวอดีตเจ้าอาวาสมาดำเนินคดีทางกฎหมาย แต่ยังไม่พบตัว

เป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่า ปฏิบัติการพลิกแผ่นดินธรรมกาย จะคว้าน้ำเหลวซ้ำซากหรือไม่

แต่อีกเรื่องที่ต้องตามลุ้นยาวๆว่า จะลงเอยแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ คือมหกรรมปรองดองแห่งชาติ ที่เพิ่งใช้ฤกษ์วันวาเลนไทน์สตาร์ตเครื่องไปหมาดๆ

กางปฏิทินเชิญทุกค่ายการเมืองคุยโต๊ะกลม เสนอแนวทางปลูกสามัคคี สลายความขัดแย้ง

ตามปรากฏการณ์ที่พรรคขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ พร้อมร่วมกติกาปรองดองฉบับรัฐบาลทหาร

คีย์แมนการเมือง พาเหรดขายไอเดียสมานฉันท์ต่อคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นหัวหอก

หลายพรรคชูธงลบรอยบาดหมางในอดีต กลับมาลงสนามเลือกตั้ง และให้ยอมรับผลการหย่อนบัตรลงคะแนน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นความสมานฉันท์ครั้งใหม่

บิ๊กเนมเห็นพ้องกันขอใช้กลไกเลือกตั้งหย่าศึก ไขประตูสู่ความปรองดอง

หยั่งเชิงอยากคืนสังเวียนกลับสู่สภาฯโดยเร็ว

แต่ยังไม่รู้ว่า ฝ่ายอำนาจพิเศษจะมีสัญญาณตอบรับอย่างไร เพราะเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นการรับฟังความเห็น ยังต้องผ่านกระบวนการนำข้อเสนอแนะต่างๆไปบูรณาการความเห็น

จัดทำเป็นข้อตกลงให้ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในลักษณะสัญญาประชาคม ใช้เวลาอีกหลายเดือน

เส้นทางสมานฉันท์ยังพลิกคว่ำพลิกหงายได้อีกหลายตลบ กว่าจะไปถึงพิมพ์เขียวปรองดองในขั้นตอนสุดท้าย ต้องเจอแรงเสียดทานอีกหลายยก

ยังมีตัวแปรสุ่มเสี่ยงอีกมากมาย คอยเจาะยางสนามปรองดองไปตลอดเส้นทาง

โดยเฉพาะอาการล้งเล้งจากฝ่ายพรรคเพื่อไทย ตัวแปรสำคัญบนเวทีขัดแย้งที่กำลังมีคิววิวาทกับรัฐบาล

กรณีการเร่งรัดคำสั่งทางปกครองเช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว

ส่งสัญญาณให้กรมบังคับคดีเร่งยึดอายัดทรัพย์อดีตนายกฯหญิง โดยไม่รอคำสั่งศาลปกครองว่าจะชะลอการบังคับคดีออกไปก่อนหรือไม่

ในจังหวะที่ “อดีตนายกฯปู” ต้องตั้งคำถามกลับดังๆ ต้องการเห็นการปรองดองแบบนี้หรือ

ยิ่งคดีจำนำข้าวงวดเข้ามา ยิ่งเสี่ยงเพิ่มแรงเสียดทานให้เป็นอุปสรรคบนเส้นทางปรองดองมากขึ้น

ตอบโต้ความไม่พอใจที่ถูกมัดมือชก จ้องเล่นงานด้านคดีความอยู่เพียงฝ่ายเดียว

เปรียบเทียบกับกรณีคนใกล้ตัวผู้นำ คสช.อย่าง “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกลาโหม น้องชาย “บิ๊กตู่” กำลังเป็นตำบลกระสุนตก

ติดชนักกรณีลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหาร ประมูลงานกับหน่วยงานรัฐ หรือกรณีเจ้าตัวถูกแฉข้อมูลการเลี่ยงประชุม สนช. เกินกว่าจำนวนที่ระเบียบกำหนด

แม้จะยื่นใบลาถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ แต่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงการทุ่มเทการทำงานคุ้มเงินเดือนเรือนแสนของ สนช.หรือไม่

แต่ไม่ปรากฏท่าทีไล่บี้ตรวจสอบเหมือนคดีของฝ่ายการเมือง

ถูกจุดกระแสเขี่ยแผลให้ลามไปถึงพี่ชาย จน “บิ๊กป้อม” ต้องแสดงท่าทีไปยังประธาน สนช.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว

เล่นบทขึงขัง ไม่ปกป้องคนกันเอง ประคองศรัทธารัฐบาลให้ไปตลอดรอดฝั่ง

เจอเจาะยางทำลายความเชื่อถือถี่ๆ เครดิตปรองดองก็ลดฮวบฮาบได้.


ทีมข่าวการเมือง

17 ก.พ. 2560 23:46 ไทยรัฐ