วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีดีมาเลย! ค้นหาบทหนังเจ๋ง! เพื่อทำหนังจริง!

เลิกฟุ้ง เลิกเพ้อ เลิกบ่น เลิกเบื่อ ว่าหนังไทยสุดยี้! ทำไมไร้คุณภาพจัง หนังไทยทำไมมีแต่บทไม่ดี แย่ๆ รีบปลุกความคิดมหาศาลให้บรรเจิดจริง หาบทหนังเจ๋งๆ นำมาทำเป็นหนังคุณภาพทะลุจอให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้โลกได้รับรู้ว่า หนังไทยเราก็มีดีเหมือนกัน 

ใครมีดีไอเดียพุ่งกระฉูด เชิญชวนดังๆ มาไวๆ ไม่ต้องรีรอ!!! เพราะเวทีนี้เปิดกว้างจริง และได้ทำจริงๆ กับโครงการ Movie Boost Up : เทศกาล “หาเรื่อง” Story Pitching เวทีประกวดที่เปิดกว้างมากๆ ครั้งแรกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ที่เปิดรับแนวคิดไอเดีย และเรื่องราวสร้างสรรค์ใหม่ๆ ส่งเข้ามาประกวด หากผลงานผ่านการพิจารณาคัดเลือก จากคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ ผลงานนั้นๆ จะถูกนำมาพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ และนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จริง จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ต่อไปด้วย ยังมีโอกาสต่อยอดอินเตอร์อีก โดยการนำเอาไอเดียและเรื่องราวที่ชนะแล้วไปประกวดต่อได้ในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อทำให้เกิดเป็นมิติใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
            
ครั้งแรกครั้งสำคัญ! กับการประกวดไอเดีย เพื่อนำมาพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ โดยเจ้าของไอเดียที่ชนะเลิศ จะได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในทุกขั้นตอน เพื่อพัฒนาไอเดียสู่บทภาพยนตร์ ที่จะดูแลโครงการร่วมกันระหว่าง คุณวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ใหญ่อีกรายของไทย ร่วมกับ เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้ผลิตบัณฑิตสู่แวดวงสื่อสารมวลชน และบริษัทเอ็มเทอร์ตี้ไนน์ (M๓๙) ได้ร่วมกันก่อตั้ง Start Up Project ในนามโครงการ Movie Boost Up (MBU) เปิดเวทีเทศกาล “หาเรื่อง” เฟ้นหาไอเดียสดๆ ใหม่ๆ จากทุกสาขาอาชีพ นำมาพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ที่ดีๆ หวังผลักดันและส่งเสริมภาพยนตร์ไทยให้แข็งแกร่ง หลากหลายและมีคุณภาพ เพื่อเพิ่มสัดส่วนให้ได้ 50% ของตลาด พร้อมต่อยอดหนังไทยให้ก้าวไกลสู่การแข่งขันระดับโลก

อ่านให้ดีแล้วจำให้แม่นขึ้นใจว่า งานครั้งนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่การประกวดบทภาพยนตร์พร้อมใช้ แต่เป็นเทศกาลที่จะเฟ้นหา และพัฒนานักเขียนบทหน้าใหม่ เพื่อส่งเสริมภาพยนตร์ไทยให้มีความหลากหลายและมีคุณภาพระดับสากล ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ทาง facebook.com/mbustorypitching หรือทางอีเมล mbustorypitching@gmail.com ซึ่งต้องประกอบด้วย
1. ไอเดียตั้งต้น (Kick off Idea) ซึ่งเป็นก้อนความคิดที่มีคุณค่า และน่าสนใจสำหรับการต่อยอดเป็นเรื่องราวในบทภาพยนตร์
2. พล็อตขนาดสั้นไม่เกิน 5 บรรทัด
3. บทภาพยนตร์ 5 นาที เฉพาะช่วงเปิดเรื่องของฉากแรก
 
บอกดังๆ ไปเลยว่า รีบส่งผลงานเข้าประกวดได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้จนถึง - 31 มีนาคม 2560 รอลุ้นระทึก จะประกาศผลการคัดเลือกผลงานเข้ารอบเพียง 10 คน ในวันที่ 16 เมษายน 2560 ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 คน จะผ่านเข้าสู่รอบการสัมภาษณ์และนำเสนอผลงาน โดยจะคัดเลือกเหลือผู้ชนะเลิศผ่านเข้ารอบเพียง 3 คนสุดท้าย!!! เข้าสู่กระบวนการพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ต่อไป

คุณวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวอย่างมั่นใจว่า "บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนา และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้มีการเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ ซึ่งการสร้างภาพยนตร์ในปัจจุบัน ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีทุกกลุ่มทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ คนทำงาน และกลุ่มครอบครัว ที่มีความต้องการชมภาพยนตร์ที่หลากหลาย ดังนั้นการเฟ้นหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพื่อจะได้ภาพยนตร์ที่ดีมานำเสนอให้กับผู้ชม ทางบริษัทฯ จึงอยากเปิดกว้างเป็นเวที หรือจุดเริ่มต้นในการผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น"

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปคุยกับพี่เอมี่ จันทิมา เลียวศิริกุล กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการผลิต บริษัทเอ็มเทอร์ตี้ไนน์ (M๓๙) อีกหนึ่งทีมที่จะร่วมด้วยช่วยผลักดันโครงการนี้ ความเป็นมาจริงๆ ของโครงการนี้คือ? "จริงๆ จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เรามองว่าคนไทยยังไม่เห็นภาพรวมของธุรกิจหนัง รุ่นพี่ๆ พวกเราที่อยู่ในวงการมานานก็เห็นกันแล้วแหละ แต่จะทำยังไงให้เห็นเป็นวงกว้าง ณ ชั่วโมงนี้คนไม่เข้าใจหนัง ไม่เข้าใจเรื่องผลประโยชน์ของหนัง ก็เลยไม่ค่อยสนใจหนัง เพราะตัวเลขทางธุรกิจหนังไทยลดลงๆ เราอยากจะให้ข้อมูลว่าหนังไทยมีมูลค่านะ ถ้าศรัทธามันสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มไปถึงต่างประเทศได้

"หัวใจจริงๆ ของการทำหนังจริงๆ มันเริ่มจากเรื่องราว สตอรี่นี่แหละ แต่สูตรที่ทำให้ถูกใจตลาดจริงๆ คือบทของใครของมัน หรือที่เราชอบเรียกว่าหนังนี้ๆ มีลายมือผู้กำกับของใครของมัน นี่คือหนังของ GDH นะ! นี่มันคือหนังพจน์ อานนท์ นะ! นี่มันคือหนังยอร์ช ฤกษ์ชัย นะ! คือหนังของใครก็สูตรใครสูตรมัน ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ก็เข้าใจแล้วแหละว่าเราจะช่วยพัฒนาหนังของเขาให้ทำได้จริงๆ ไม่ใช่ไปเปลี่ยนหนังของมึง (หัวเราะ) โครงการนี้คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจะดี ในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ไอเดีย 3 บรรทัด จนถึงหนังเสร็จอ่ะ เราก็จะช่วยดูไปเรื่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ จนคุณได้ทำหนัง ผลประโยชน์ของคุณที่จะได้ยาวไปเลย"

มีอะไรจะแนะนำ คนที่จะส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้บ้างมั้ยค่ะพี่เอมี่? "ถ้าในตลาดตอนนี้ ทุกแนวหนังได้หมดเลยค่ะ ทำให้ออกมามีความหลากหลายหน่อย คือบทหนังคอมเมอร์เชียล หนังค้าขายที่คุณคิดว่าค้าขายได้อ่ะ ถ้าถามว่าหนังแนวไหน ก็ตอบได้อย่างชัดเจนว่า หนังที่ค้าขาย 100% ค่ะ (เสียงดังได้อีก) สมมติว่าไอเดียเรื่องนี้เราหยิบมา ฝ่ายมาร์เกตติ้งบอกว่า เฮ้ย กูปั้นตลาดได้ คือหนังแบบนี้อาจจะไม่มีใครเคยซื้อ ใครเคยทำมาก่อน ยกตัวอย่าง หนังซีจีใช้เทคนิคพิเศษเยอะๆ เราไปถามทางโปรดักชั่นว่า เฮ้ย มีทางทำมันได้มั้ย ถ้าทางทีมโปรดักชั่นบอกว่าทำได้ เฮ้ย น่าลุ้นว่ะ เพราะคนดูต้องการของใหม่"

"อย่างหนังอินดี้หนังอิสระ เราคิดว่าพี่ๆ ในวงการก็ทำๆ กันเยอะแล้ว เราชัดเจนว่าเราเป็นแม่ค้า เราอยากได้คนที่ทำหนังเพื่อมหาชน ถ้าคุณทำหนังออกมาคนดูเยอะ เราก็ภูมิใจอ่ะ ถ้าคนมาดูน้อยๆ เราก็เหี่ยวๆ ว่ะ เฮ้ย!!! คนดูเหมือนไม่ชอบเราว่ะ มันเสียเซลฟ์นะ (หัวเราะ) ณ ตอนนี้คนดูเบื่อหนังของเดิมๆ แต่เราก็ต้องมองตลาดหนังที่มีราคาอยู่มาเลี้ยงก่อนด้วยแป๊บหนึ่ง เราอยู่ในวงการหนังมานานตั้งแต่ตอนรุ่งจนตอนนี้ขาลงแล้ว ตอนนี้เรามีโอกาสอยู่เราก็ให้โอกาสคนอื่นไป อย่างเราไปหาผู้กำกับใหม่ที่ทำงานได้ เป็นหนังอินดี้ก็ได้นะ เฮ้ย เรามาลุ้นกันหน่อยทำเป็นหนังทุนต่ำ ไอเดียแบบนี้ทำทุนต่ำได้หรือเปล่า แต่ทำให้มันใหม่กว่านี้ได้ป่ะ ก็เอาทุกๆ ส่วนของการทำหนังมาคุยกันใหม่ว่า แบบน่าสนใจหรือว่าใหม่แบบแปลกไป ก็ต้องรีเสิร์ชกันไป ก็ต้องประคองหาทางกันต่อไปให้ได้ในปีนี้"  

"ถ้าเราทำหนังเพื่อมหาชนได้ ธุรกิจหนังก็จะโต พอมันโตคนก็อยากจะลงมาเล่นด้วย โครงการนี้ไม่ใช่แค่หาบทหยิบไปทำหนังนะ จะหยิบบทไปทำซีรีส์หรือทำละครก็ได้ ถ้าทำให้แข็งแกร่งจริงๆ ได้ และรวมตัวกันได้จริงๆ มันไม่จำกัดแค่การผลิตนะ เราทำโครงการนี้เจตนาเพื่อให้คนภายนอกได้รู้ ได้มีช่องทางที่จะมาหาเราได้ง่ายขึ้นด้วย"

"อย่างร้านขายหมูทอดมี 5 ร้านอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ละร้านก็จะมีสูตรการทำที่แตกต่างกันไป รวมๆ คืออร่อยต่างกันไปนะ (ยิ้ม) พี่ทำหนังหลายแบบ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะหาบทดีๆ หนังบ้านเราก็พัฒนามาไกลแล้วแหละ โปรดักชั่นและมาร์เกตติ้งก็ต้องไปด้วยกันได้ หนังแต่ละเรื่องก็ต้องใช้มาร์เกตติ้งที่แตกต่างกันไปนะ ไม่ใช่ว่าหนังแนวนี้ๆ จะให้ทีมมาร์เกตติ้งเดิมๆ อย่างหนังฮอลลีวูดเขาทำมานานแล้ว ลองผิดลองถูกมาเยอะแล้ว เราก็ไม่ต้องไปลองผิดอีกหรอก เอาสิ่งดีๆ ที่เขาทำมาแล้ว นำมาพัฒนาเราดีกว่า (ยิ้มแรง)".



เลิกฟุ้ง เลิกเพ้อ เลิกบ่น เลิกเบื่อ ว่าหนังไทยสุดยี้! ทำไมไร้คุณภาพจัง หนังไทยทำไมมีแต่บทไม่ดี แย่ๆ รีบปลุกความคิดมหาศาลให้บรรเจิดจริง 17 ก.พ. 2560 17:57 ไทยรัฐ