วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค้นธรรมกายทลายอาณาจักร! จับ ‘ธัมมชโย’ เป้าหลอก ของจริงเขย่าศรัทธา

ปฏิบัติการบุกล้อม ลุยค้น วัดพระธรรมกาย เพื่อหาตัว “หลวงพ่อธัมมชโย” โดยหัวหอก กรมสอบสวนคดีพิเศษ​ หรือ DSI ซึ่งถือดาบอาญาสิทธิ์ มาตรา 44 ของ “ลุงบิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินนำหน้าสแกนทุกตารางนิ้วนั้น ถึงบัดนี้ (17 ก.พ.) ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัว

ซึ่งก่อนเดินหน้าก็เจอเสียงทัดทานจากหลายฝ่ายว่า “เกินกว่าเหตุ” หรือไม่ เหมาะสมหรือเปล่าที่ทำขนาดนี้เพื่อตามจับ “พระ” เพียงรูปเดียว

หากแต่...ลองไตร่ตรองดูแล้ว งานนี้เป้าหมายหลักในการลงมือ อาจจะไม่ใช่ตามจับ “หลวงพ่อธัมมชโย” จากคดีฟอกเงินก็เป็นได้

หลายทศวรรษที่ผ่านมา อาณาจักรของวัดพระธรรมกาย แผ่ขยายไปมาก หยั่งรากฝังความคิดผู้คนถึงหลักธรรม ที่ส่อจะไม่ตรงกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า กระทั่งมีหลายคนออกมาติติง แต่เหมือนกับ “โยนก้อนกรวดลงทะเลสาบ” สิ่งที่คนเห็นต่างจากวัดพระธรรมกายออกมาพูดทำได้เพียงสร้างแรงกระเพื่อมให้กับ “ทะเลสาบ” ใหญ่ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่การลงมือในวันนี้ สังคมอาจจะได้เห็น “เนื้อใน” ของ “แดนสนธยา” ที่ชื่อวัดพระธรรมกายมากขึ้น

สำหรับปฏิบัติการขอค้นวัดพระธรรมกายนั้น เคยปฏิบัติการมาแล้ว 3 ครั้ง (รวมครั้งล่าสุด) ซึ่ง 2 ครั้งแรก คล้ายกับจบลงด้วยการพ่ายแพ้ของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้นับตั้งแต่บรรทัดนี้

Chapter 1 ปฏิบัติการลุยค้น แต่แค่หน้าด่าน...ก็เข้าไม่ได้

17 มิถุนายน 2559 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ​ เปิดปฏิบัติการ “กบิล 59” หวังเป้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย

ก็คล้ายกับทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังตำรวจ บช.ภ.1 เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ และฝ่ายปกครอง ตั้งแถวบริเวณประตู 7 แต่ก็ปล่อยให้ลูกศิษย์ลูกหาทยอยเข้าวัดไปได้ ขณะเดียวกันทางศิษยานุศิษย์วัด ยังได้ระดมคนผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้คนทยอยเข้าวัดอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสุดท้าย มีการเจรจาต่อรอง แต่ก็เข้าค้นไม่สำเร็จ...

Chapter 2 ข้อหาเพียบ ผู้ต้องหาอื้อ สุดท้ายยื้อสำเร็จ

มาถึงครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคม หลังจากฮึ่มๆ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายกดดัน ด้วยการดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกาย และผู้เกี่ยวข้องรวมกันกว่า 100 คดี และมีการระดมกำลังตรึงกันอยู่หน้าวัด มีการเจรจา ตั้งกำแพงมนุษย์ ด้วยการให้ศิษยานุศิษย์ และพระสงฆ์มานั่งสวดมนต์เหมือนกับเป็นการป้องกันเจ้าหน้าที่ กระทั่งหมายค้นที่ขอศาล และ ศาลอนุมัติให้เข้าค้น ในวันที่ 14-15 หมดลง

สิ่งที่ทำได้คือ แค่นำเครื่องกีดขวางออก แต่ก็ยังเข้าไปข้างในไม่ได้ และค้นหาตัว พระธัมมชโย แบบจริงจังไม่ได้ จบลงด้วยการคว้าน้ำเหลวอีกครั้ง

หากมองเกม 2 ครั้งที่ผ่านมา วัดพระธรรมกาย ใช้วิธีการไม่แตกต่างจากเดิม คือการตั้งโล่มนุษย์ ป้องกันเจ้าหน้าที่ ขณะที่ ฝั่งเจ้าหน้าที่ ก็ไม่กล้าที่จะใช้กำลังรุนแรงกับพระ ผู้หญิง และคนชรา ทุกอย่างจึงเข้าทางฝ่ายแรกมาโดยตลอด ผลจึงลงเอยไม่ต่างกัน

Chapter 3 ม.44 ฟันเปรี้ยง 5 ชั่วโมงถึงห้อง พบ เตียง แว่นตา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และข้อความให้คิด

เมื่อมาสู่ในเกมวัดพลังครั้งที่ 3 ระหว่างวัดพระธรรมกาย กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในปีใหม่ (พ.ศ.2560) เดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์นี้ สิ่งที่ต่างออกไปคือ มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว อำนาจเหลือล้น ทุกอย่าง “จบ” ได้ภายใต้กฎหมายนี้

ดีเอสไอ ได้ยาชูกำลังชนิดแรง จาก ม.44 ในคำสั่งที่ 5/2560 ของ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่อง มาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย บริเวณวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี และพื้นที่โดยรอบว่า คำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายในการเข้าตรวจค้น จับกุมผู้กระทำผิด รวมทั้งปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในพื้นที่ จากผู้ไม่หวังดีที่อาจก่อความรุนแรงได้

ครับ เมื่อเจอคำสั่งนี้เข้าไป หลังจากที่ยื้อกันมาเป็นแรมปี ถูกสลายได้ในคราวเดียว และเพียง 5 ชั่วโมงผ่านไป ข้อพิสูจน์แรกก็ปรากฏว่า “หลวงพ่อธัมมชโย” ไม่อยู่ในห้องพักที่เคยรักษา ภายในอาคารดาวดึงส์ อย่างที่ศิษยานุศิษย์ หรือใครหลายคนเคยให้ข่าวเมื่อหลายเดือนก่อน...!?

สิ่งที่พบคือ เตียงที่เคยมีหลวงพ่อธัมมชโย นอนอยู่ และเผยแพร่คลิปให้ชาวโลกได้ดู ณ ขณะนั้น แว่นตา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และข้อความที่ไม่รู้ใครเขียน และเขียนถึงใคร ว่า “ใจไม่สงบ อยู่จักรวาลไหนก็ไม่สงบ”

ต่อมา พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย กล่าวในเรื่องนี้ว่า ภาพกุฏิ และห้องรักษาอาการอาพาธหลวงพ่อที่เผยแพร่ผ่านสื่อ อยู่ที่อาคารดาวดึงส์ ฝั่งพื้นที่ 196 ไร่ เป็นห้องที่พระธัมมชโย เคยรักษาอาการอาพาธจริง ส่วนที่มีหมอนและผ้าห่มมาคลุมไว้ ชี้แจงว่า ไม่ใช่การจัดฉาก ถ่ายภาพว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด แต่อ้างว่า พระลูกวัดอาจจะนำมาวางไว้ เพื่อคลุมกันฝุ่นเท่านั้น และบอกว่าการที่ไม่พบตัวพระธัมมชโยเมื่อวานนี้ ขอให้แสดงความเห็น โดยอ้างว่า ส่วนตัวไม่พบพระธัมมชโยมานานแล้ว เพราะตนไม่ได้มีหน้าที่ติดต่อท่าน เลยไม่ได้ติดต่อนานแล้ว หลวงพ่อก็มีภารกิจของท่าน และทีมแพทย์ที่ทำการรักษาที่ไหนอย่างไรก็ไม่ทราบได้

ข้อสังเกตต่อมา การบุกครั้งนี้ ถึงแม้จะได้ยาแรงคือ ม.44 แต่ก็มีความแตกต่างคือ ขุมกำลังที่เคยมีมากมายนั้น กลับน้อยลงจริงหรือไม่ เรื่องนี้ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์รักพระธัมมชโย บอกกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ตอนนี้ศิษย์ที่เคยสนับสนุนเริ่มน้อยลงจริง โดยตอนนี้ภายในวัดมี พระ เณร ญาติโยม รวมกันไม่เกิน 3,000 คน

ข้อสังเกตต่อมาคือ เจ้าของวลี “พระเดชพระคุณหลวงพ่อ” หรือ นายองอาจ ธรรมนิทา อดีตโฆษกศิษย์วัดพระธรรมกาย ผู้ที่ถูกออกหมายจับ มีข่าวลือว่าหนีคดีไปปารีส แต่จู่ๆ ก็ดอดมอบตัวก่อนเจ้าหน้าที่บุกไม่กี่ชั่วโมง การมอบตัวของ นายองอาจ คือ โอกาสได้ประกันตัวใช่หรือไม่ หากเจ้าหน้าที่ค้นๆ วัดอยู่ เดินเจอนายองอาจขึ้นมา นายองอาจจะได้ประกันตัวหรือไม่

เรื่องนี้ก็น่าคิดๆ

จะว่าไป การบุกค้นวัดพระธรรมกายครั้งนี้ แท้จริงมีเป้าหมายใดกันแน่ จะค้นหาตัว “พระธัมมชโย” เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีฟอกเงินและรับของโจร แต่เพียงอย่างเดียวหรือไม่

หรือจริงๆ แล้ว รัฐบาลมีเป้าหมายอื่น...?


นันทเดช เชื่อเป้าหลักค้นวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่ตัว “ธัมมชโย”

ดังนั้นเพื่อเป็นการวิเคราะห์ให้รอบด้าน ทีมข่าวฯ จึงขอตัวช่วยด้วยการสอบถามเรื่องนี้ไปยัง พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ร่วมถกด้วย

และก็ไม่รอช้า พล.ท.นันทเดช เริ่มกล่าวอย่างหนักแน่นถึงกลยุทธ์การบุกวัดพระธรรมกายในครั้งนี้ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่การบุก แต่เป็นการปิดล้อม สกัดกั้น ไม่ให้คนเข้าคนออก เพื่อลดจำนวนคนและสภาพความขัดแย้งภายใน ทั้งนี้ ตนมองว่าการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ถือว่าเหมาะสมแล้ว และไม่เกินกว่าเหตุ เนื่องจากวัดพระธรรมกาย มีพื้นที่กว้างขวางมาก จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องค้นพื้นที่เป็นบล็อกๆ ก่อนจะตามเก็บรายละเอียดภายหลัง ส่วนที่ถอนกำลังออกมา และมาตรวจค้นอีกครั้งตอนเช้าเพราะป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงตอนค่ำคืน

“เป้าหมายหลักครั้งนี้ คิดว่าเพื่อเคลียร์คดีต่างๆ เนื่องจากวัดพระธรรมกาย และผู้เกี่ยวข้อง ถูกดำเนินคดีหลายคดี นับตั้งแต่คดีหลวงพ่อธัมมชโย ไล่เรียงไปถึงคดีต่างๆ เช่น วัดใช้พื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต การตรวจสอบคนเข้าคนออก พระที่อยู่ในวัด เป็นพระจริงหรือไม่ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ สร้างถูกต้องหรือไม่ ส่วนจะเจอตัวหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ คือเราจะได้รู้ว่าวัดพระธรรมกาย เชื่อมโยงกับมูลนิธิวัดฯ อย่างไร ภายในมีการทำอะไรไปบ้าง เงินที่บอกว่าใช้จ่ายไปมันจริงเท็จแค่ไหน เหมาะสมหรือไม่ พระทองคำที่ว่า เป็นพระทองคำจริงหรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่า ในท้ายที่สุดหลังการตรวจค้น เรื่องที่จะเป็นปัญหามากที่สุดก็คือ เรื่องเงิน เส้นทาง

ไขคำตอบ เครื่องสีฟ้าๆ ข้างเตียงหลวงพ่อ คือ Hyperbaric Chamber ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับภาวะขาดออกซิเจน

แต่ที่ฮือฮาไปกว่านั้นคือ กลุ่มชาวโซเชียลก็ตาดี ดันเห็นเครื่องแปลกๆ สีฟ้าๆ ตั้งอยู่ข้างเตียงหลวงพ่อ เขาจึงพร้อมใจอุทานกันออกมาว่า “นั่นมันคืออะไร...ใช้ทำอะไร!”, “มันต้องตั้งอยู่โรงพยาบาลหรือเปล่า...?” 

ครัช...จากคำถามเหล่านี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงสอบถามแหล่งข่าวซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ท่านหนึ่ง มาให้ความรู้ว่า สิ่งนั้นมันคือ “เครื่อง Hyperbaric Chamber” อธิบายง่ายๆ ให้เข้าใจ ก็คือ เป็นเครื่องที่มีไว้สำหรับใช้รักษาโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะขาดออกซิเจน เนื่องจากคุณสมบัติของเจ้าเครื่องนี้ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหายใจรับออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายได้ในปริมาณที่สูงกว่าปกติหลายเท่า

ยกตัวอย่างเช่น โรคอัมพฤกษ์-อัมพาตจากเส้นเลือดในสมองตีบ บาดแผลเรื้อรังจากไฟไหม้ แผลอักเสบเรื้อรัง และแผลที่เกิดการอักเสบจากโรคเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้ เมื่อได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์ จะทำให้แผลต่างๆ หายได้เร็วขึ้น สมานตัวกันมากขึ้น

กรณีผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่เกิดอาการเส้นเลือดอุดตัน จนทำให้เกิดอวัยวะบางส่วนเน่านั้น สามารถใช้เครื่อง Hyperbaric Chamber ในการรักษาได้

แพทย์คนเดิม ยังอธิบายเพิ่มว่า ส่วนผู้ป่วยเบาหวาน มีความจำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องหรือไม่นั้น มันขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วย เช่น หากบริเวณอวัยวะที่เส้นเลือดอุดตันเพราะเบาหวาน เริ่มหายจากสีดำคล้ำ ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง เพราะผู้ป่วยเบาหวานที่จะใช้เครื่องนี้ ก็ต่อเมื่อมีอวัยวะบางส่วนเกิดบาดแผล หรือเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน จนทำให้อวัยวะบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง กระทั่งเกิดอาการเน่าเท่านั้น

เบื้องต้น เชื่อว่า พระธัมมชโย มีอาการป่วยด้วยโรคเบาหวานจริง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ขาข้างหนึ่งเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน จนกระทั่งมีสีดำคล้ำ หากสังเกตให้ดี ในระยะหลังๆ เวลาปรากฏตัว พระธัมมชโย มักจะสวมถุงเท้าสีเหลืองอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยปรากฏว่าเดินเท้าเปล่าเลย ซึ่งเบื้องต้น คาดว่า ภาวะเส้นเลือดอุดตันดังกล่าวที่บริเวณขา น่าจะเกิดจากการนั่งเป็นระยะเวลานานๆ ติดต่อกันหลายๆ ชั่วโมง

แต่อย่างไรก็ดี เท่าที่ทราบ อาการป่วยเบาหวานของพระธัมมชโยนั้น ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่จะไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้ และบริเวณขาที่มีสีดำคล้ำ จากอาการเบาหวานนั้น ไม่ได้ดำคล้ำขนาดที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ เพราะหากดำคล้ำขนาดนั้นจริง เชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูงที่แพทย์ผู้ทำการรักษา คงต้องแนะนำให้ตัดขาข้างนั้นทิ้งแล้ว เพราะปล่อยไว้ก็จะเป็นอันตราย

“ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า เครื่อง Hyperbaric Chamber ที่พบในวัดพระธรรมกาย น่าจะถูกนำไปใช้รักษาอาการเน่าที่บริเวณขาของพระธัมมชโย"

จริงไหม Hyperbaric Chamber ช่วยทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ผิวพรรณเต่งตึง

บุคลากรทางการแพทย์คนเดิม ยืนยันว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะตามหลักการ สำหรับอวัยวะที่ปกติได้รับออกซิเจน 100% อยู่แล้ว หากได้รับมากขึ้น มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ยิ่งหากเป็นเด็กทารก หากได้รับออกซิเจนมากเกินไป อาจถึงกับเสียชีวิตได้ด้วยซ้ำไป เช่น เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด หากไปให้ออกซิเจนมากเกินไป อาจจะทำให้ตาบอดได้

“อีกอย่าง การที่จะทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ หรือผิวพรรณเต่งตึงนั้น ด้วยการแพทย์ปัจจุบัน มีวิธีการอื่นมากมาย เช่น การฉีดกลูต้าไธโอน ซึ่งง่ายและสะดวกกว่า คงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่อง Hyperbaric Chamber ช่วย” แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

ปฏิบัติการบุกล้อม ลุยค้น วัดพระธรรมกาย เพื่อหาตัว “หลวงพ่อธัมมชโย” โดยหัวหอก กรมสอบสวนคดีพิเศษ​ หรือ DSI ซึ่งถือดาบอาญาสิทธิ์ มาตรา 44 ของ “ลุงบิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี... 17 ก.พ. 2560 16:45 ไทยรัฐ