วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เบนซ์' พบตร. แจงแหล่งเงิน หอบเอกสารปัดพันไซซะนะ

“เบนซ์ เรซซิ่ง” หอบหลักฐานพบตำรวจรอบ 2 แจงเพิ่มปมซื้อ “ลัมโบร์กินี-บิ๊กไบค์” และแหล่งที่มาของเงินกว่า 3 ชั่วโมง ตำรวจยันเบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา ข้อมูลที่ให้มาเพิ่มมีประโยชน์ ขณะที่ ป.ป.ส.รุดสอบ “บอย” เครือข่ายไซซะนะ ในเรือนจำวันที่ 17 ก.พ.นี้ เคลียร์ทรัพย์สิน 12 รายการ ส่วนกรณีตำรวจลาวระดมกวาดล้างรวบ 5 เครือข่ายยานรก มีเครือข่ายไซซะนะ รวมอยู่ด้วย โฆษก ปส.แจงตรวจสอบแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลในประเทศไทยไม่ต้องประสานขอข้อมูล

จากปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/2 ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำโดย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ลุยค้น 39 จุด ทั่วประเทศเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาวรายใหญ่ ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดย 1 ในจุดที่ตรวจค้นมีร้าน Area 51 ธนดลแมนชั่น ย่านอินทามระ ร้านแต่งรถบิ๊กไบค์ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถจักรยานยนต์ สามี แพท-ณปภา ตันตระกูล ดาราสาวและพิธีกรชื่อดัง โดยยึดรถสปอร์ตลัมโบร์กินีไปตรวจสอบ ต่อมามีข้อมูลจากฝ่ายสืบสวนพบพิรุธ เบนซ์ เรซซิ่ง ปิดร้านมา 3 ปี ชี้แจงข้อมูลกับกรมสรรพากร ขาดทุนตลอดขัดแย้งกับหลักฐานการครอบครองรถสปอร์ตหรูและบิ๊กไบค์หลายคัน ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าเบนซ์จะเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจอีกครั้ง แต่ต่อมาได้รับการปฏิเสธจากเบนซ์ว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกจากตำรวจ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ก.พ. พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษก บช.ปส.เผยว่า พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายเรียกเบนซ์มาพบตำรวจ แต่หากจะเดินทางเข้ามายื่นหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์เกี่ยวกับการครอบครองรถลัมโบร์กินี และทรัพย์สินอื่นๆ ก็สามารถมาได้ ส่วนกรณีเบนซ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้เดินทางมาพบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. เพราะไม่มีหมายเรียกนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะก่อนหน้านี้ ที่มาพบตำรวจเบนซ์ให้ข้อมูลว่า ยังไม่ได้นำเอกสารหลักฐานมาให้และจะขอนำมาให้ภายหลัง นอกจากนี้ คณะกรรมการในคดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานว่าเบนซ์เข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดี ส่วนขบวนการนี้จะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาและผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่ย้ำว่าคดีนี้ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางและหากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น

ต่อมาเวลา 14.50 น. นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง เดินทางมาที่ บช.ปส.ด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมมารดาและทนายความ พร้อมนำเอกสารหลักฐานเข้ามาพบพนักงานสอบสวน บช.ปส. นายอัครกิตติ์ได้ลงจากรถยกมือไหว้สวัสดีพร้อมทั้งยิ้มทักทายผู้สื่อข่าว โดยมีตำรวจ บช.ปส.มารับอยู่บริเวณทางเข้าตึกกองบัญชาการก่อนเดินเข้าไปภายในโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวตามเข้าไป

หลังเบนซ์เข้าพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง ออกมาเผยว่า ไม่ได้มาตามหมายเรียก และไม่มีหมายเรียกให้มาพบแต่อย่างใด แต่เดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจเอง เพื่อมอบเอกสารเพิ่มเติมหลายอย่าง อาทิ เอกสารการกู้ยืมเงินจากไฟแนนซ์ เอกสารที่มาที่ไปของรถลัมโบร์กินีให้เจ้าหน้าที่ สำหรับเรื่องเงิน 6 ล้านบาท ชี้แจงเรียบร้อยแล้วต้องรอตำรวจสรุปอีกครั้ง กรณีที่การเสนอข่าวว่าทางร้าน Area 51 ขาดทุนมา 3 ปี ขอให้รอข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ดีกว่า ยืนยันว่าตนไม่ได้นำเงินของนายไซซะนะมาใช้ซื้อรถลัมโบร์กินี เงินที่นำมาซื้อมาจากการประกอบกิจการของตนเอง สำหรับการเข้าให้ปากคำในวันนี้ค่อนข้างจะชัดเจนขึ้นเพราะได้นำเอกสารสำคัญมาให้ตำรวจ และที่นายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ได้ให้ปากคำและซัดทอดมายังตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนายไซซะนะนั้น ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแต่ได้นำหลักฐานมาแสดงให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว เบื้องต้นยังไม่ได้ถูกออกหมายเรียกใดๆ พร้อมทั้งไม่มีการแจ้งข้อหากับตน และหากมีหลักฐานเพิ่มเติมจะนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.อ.สมเกียรติ วรรณสิริวิไล รอง ผบก.อก.บช.ปส. ในฐานะผู้ช่วยโฆษก บช.ปส.เผยว่าเบนซ์ เรซซิ่ง พบพนักงานสอบสวนถือว่าเป็นประโยชน์มาก ได้นำเอกสาร 26 ชุด ประมาณ 150 หน้ามามอบเป็นหลักฐาน เป็นเอกสารเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในเรื่องของธุรกิจ รายได้เสริมที่ประกอบธุรกิจ ไปจนถึงรายการต่างๆเช่น การสั่งซื้อสินค้า เอกสารสัญญาต่างๆเกี่ยวกับการโอนหรือซื้อขายรถยนต์ พนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เพื่อเป็นหลักฐานก่อนนำมาชั่งน้ำหนักประกอบคำให้การ แต่ตอนนี้รอเพียงธุรกรรมการเงินจากธนาคารต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ขอไป เพื่อนำมาสรุปความสัมพันธ์ในแต่ละส่วน และให้คณะพนักงานสอบสวนตัดสินใจอีกครั้งว่าส่วนใดยังขาดและส่วนใดต้องนำมาเพิ่มในสัปดาห์หน้า สำหรับเอกสารที่เบนซ์มอบมาถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าเคลียร์ทุกประเด็น ชัดเจนแล้ว แต่ตำรวจต้องตรวจสอบว่าสัมพันธ์ต่างๆนั้นสอดคล้องตรงกับคำให้การหรือไม่

พ.ต.อ.สมเกียรติกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่ารายได้เบนซ์ไม่น่าจะมีจำนวนมากเพียงพอที่จะซื้อรถได้ ตำรวจยังไม่ได้ลงลึกถึงขั้นว่าเบนซ์ มีกำไรหรือขาดทุนในธุรกิจมากน้อยเท่าใด ส่วนนี้ขออนุญาตให้เป็นหน้าที่ของงานสอบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าข้อมูลในส่วนใดบ้างของเบนซ์ที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนมี เนื่องจากต้องกลับไปตรวจสอบเอกสารกว่า 150 หน้าให้ครบถ้วนเสียก่อน เพราะเบนซ์อ้างว่าไปกู้เงินไฟแนนซ์มา ซึ่งไฟแนนซ์ไปกู้ธนาคารมาอีกต่อ โดยต้องไปดูว่ากู้ไปทำอะไร หรือส่งให้ใคร แต่เบื้องต้นทราบว่าเบนซ์นำเอกสารที่กู้จากไฟแนนซ์มาให้แล้ว แต่เอกสารที่ไฟแนนซ์ไปกู้จากธนาคารอีกต่อหนึ่งนั้น ตำรวจจะต้องเป็นผู้ติดตามขอข้อมูลจากธนาคารเอง ขณะนี้เบนซ์ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงมีสิทธิที่จะยื่นเอกสารให้กับพนักงานสอบสวนได้เสมอ หลังจากนี้อาจจะต้องเชิญเบนซ์มาพบอีก เนื่องจากมีทรัพย์ส่วนหนึ่งที่โดนอายัดไว้ เป็นส่วนของ ป.ป.ส.

ด้านนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส.เผยว่า วันที่ 17 ก.พ.จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปสอบปากคำนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย เครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กรุงเทพมหานครอีกครั้ง หลังจากที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายณัฐพลทั้ง 12 รายการ โดยเฉพาะประเด็นรถสปอร์ตลัมโบร์กินี กัลลาโด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และรถบิ๊กไบค์ 2 คัน เป็นชื่อของนายอัครกิตติ์ หรือเบนซ์เป็นผู้ครอบครอง ถ้าหากนายณัฐพลให้การพาดพิงถึงบุคคลใดจะเรียกมาสอบทั้งหมด นอกจากนี้หากพบว่าพยานหลักฐานเกี่ยวข้องไปถึงนายอัครกิตติ์ เจ้าหน้าที่จะเรียกให้เข้ามาชี้แจง พร้อมกับแจ้งข้อหาทันที ภายในอาทิตย์หน้าจะทราบผลอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ตำรวจ สปป.ลาว ได้ระดมปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ จับกุมเครือข่ายยาเสพติด 5 เครือข่าย ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 33 คน หนึ่งในนั้นมีเครือข่ายแก๊งยาเสพติดของนายไซซะนะ แก้วพิมพา รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังจับกุมบุคคลที่วิ่งเต้นให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ โดยจะจ่ายเงินให้ 30 ล้านบาทต่อหนึ่งคน และจะจ่ายเงินล่วงหน้า 10 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษก บช.ปส.เผยว่า ทราบจากข่าวแล้ว รัฐบาล สปป.ลาว ได้สั่งการให้ตำรวจติดตามสืบสวนจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดทั้งหมด เนื้อหาข่าวบางตอนระบุว่าหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติดที่ถูกจับกุมมีเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาว รวมอยู่ด้วย แต่จากการสืบสวนยังไม่พบบุคคลที่ถูกจับกุมรายใดเกี่ยวข้องกับบุคคลในประเทศไทย จึงยังไม่จำเป็นต้องประสานขอข้อมูลจากตำรวจ สปป.ลาวแต่อย่างใด เป็นคนละส่วนกัน

“เบนซ์ เรซซิ่ง” หอบหลักฐานพบตำรวจรอบ 2 แจงเพิ่มปมซื้อ “ลัมโบร์กินี-บิ๊กไบค์” และแหล่งที่มาของเงินกว่า 3 ชั่วโมง ตำรวจยันเบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา ข้อมูลที่ให้มาเพิ่มมีประโยชน์ 17 ก.พ. 2560 08:01 17 ก.พ. 2560 11:02 ไทยรัฐ