วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'แต้มรอง' เล่นได้เท่านี้

'แต้มรอง' เล่นได้เท่านี้

  • Share:

เข้มขลังเรื่อง “ขื่อแป” บ้านเมือง

เป็นไปตามที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม อ้างถึงแนวทางของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ออก คำสั่งตามมาตรา 44 กำหนดให้วัดพระธรรมกาย พื้นที่โดยรอบวัด เป็น “พื้นที่ควบคุม”

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

หลังประกาศคำสั่ง ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.อ.

ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประสานตำรวจ ทหาร สนธิกำลัง เคลื่อนพล เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกาย

รวมกว่า 3,600 นาย

ตามเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ ผลักดันผู้ที่อยู่ในวัดออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ควบคุมตัวพระธัมมชโย ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาสบคบกันฟอกเงินและรับของโจร

ก่อนบุกเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย

ถึงคิวที่ธงของผู้ถืออำนาจต้องโบกสะบัด “ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย”

แล้วก็เป็นธงที่เห็นชัดในภาพรวม กับการบริหารงานของรัฐบาล คสช.ในห้วงนี้ ทั้ง “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป้อม” ย้ำถึงการยึดหลักกฎหมาย ในโหมด “ปรองดอง” เปิดเวทีพูดคุยรับฟังแต่ละขั้วฝ่าย

วางกรอบเพื่อกำหนดกติกา “อยู่ร่วมกัน” ในอนาคต-ไม่มองย้อนอดีต

ไม่คุยเรื่องนิรโทษ ล้างผิด ชนักคดีความ

ไม่มีวาระแฝงนิรโทษ ไม่มีคิว “เกี้ยเซียะ”

แล้วก็เป็นจังหวะที่มาพอดี กับกรณีที่ศาลปกครองไม่รับทุเลาคำสั่ง “ยึดทรัพย์” ตามที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก ที่ติดบ่วงโครงการ “จำนำข้าว” ยื่นคำร้อง

ในชะตากรรมใกล้เคียงกันกับ “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องออกมาโวยใส่ “ดร.วิษณุ เครืองาม” รอง นายกฯ ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ที่แจกแจงคิวเร่งเครื่องยึดทรัพย์

อัดแรง เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ก่อนการพิจารณาขอทุเลาคำสั่งจะรู้ผล

“ต้องการเห็นการปรองดองแบบนี้หรือ”

กระทบชิ่งไปถึงบิ๊กท็อปบูตผู้ถือดุลอำนาจพิเศษ

ในห้วงที่ชนักคดีของคนในครอบครัว และเครือข่ายนายใหญ่ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ถึงจุดลุ้นระทึก นอกจากปมจำนำข้าว ล่าสุดคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ที่มีชื่อของ “โอ๊ค พานทองแท้” ลูกชาย “ทักษิณ” ถูกตรวจสอบ

ดีเอสไอขยับเช็กข้อมูลเชื่อมโยง

ขณะที่อีกด้าน กรณีการตรวจสอบปมสินบนโรลส์รอยซ์ ที่เกี่ยวโยงต่อเนื่องจากรัฐบาลในอดีต รวมทั้งการตรวจสอบ ปมร้อนบริษัท “หลานชายนายกฯ” เข้าไปประมูลงานกองทัพรวม 100 กว่าล้านบาท

ย่อมมีการชี้เป้าถึงปมมาตรฐานความยุติธรรม-เท่าเทียม

จับตาที่อัตราเร่งในการตรวจสอบ

กระนั้นก็ดี สำหรับ “อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์” ก็คงทำได้แค่โอดครวญเรียกแต้มสงสาร

กับชะตากรรมที่กำหนดเองไม่ได้

เพราะตามรูปการณ์ ฝ่ายคุมเกมอำนาจยึดหลักการกระบวน การยุติธรรม ยืนยันการบังคับใช้กฎหมาย รักษาขื่อแปบ้านเมือง แน่นอน หากเป็นโต๊ะเจรจา

ไพ่ในมือย่อมมี “แต้มต่อ” เหนือกว่า

และยิ่งจังหวะของการตรวจสอบชนักคดี เดินเครื่องคืบหน้าไปมากเท่าไหร่ น้ำหนักต่อรองของเครือข่ายและครอบครัว “นายใหญ่” ก็ย่อมลดลงไปตามลำดับ

สูตรที่ “นายใหญ่” รับรู้ กับจุดที่ตัวเองไม่ได้ “กำหนดเกม”.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้