วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดตัวตน ดัง พันกร ไม่เปลือก ไม่ปลอม! อย่าแคร์รูปลักษณ์ภายนอก(ชมคลิป)

18 ปีที่แล้ว ทุกคนได้ฮือฮากับเพลงของเด็กหนุ่มมาดกวนที่มาพร้อมน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ วันเวลาหมุนผ่านอะไรหลายๆ อย่างมีความเปลี่ยนแปลง เด็กหนุ่มคนนั้นเติบโตขึ้นบนเส้นทางดนตรี กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของค่ายของตัวเอง ทำหลายๆ สิ่งที่บ่งบอกตัวตนและแก่นแท้ของเขาจริงๆ วันนี้ ดัง พันกร บุณยะจินดา ขยับไปอีกขั้นกับการร่วมงานกับศิลปินระดับโลก บอยซ์ ทู เมน พร้อมกับตัวตนของเขาที่ชัดเจนขึ้นไปอีกสเต็ป

"ซิงเกิ้ลใหม่ก็เป็นซิงเกิ้ลที่พิเศษไม่ได้มากัดจิกแล้ว แต่ได้มีโอกาสร่วมงานกับบอยซ์ ทู เมน ศิลปินระดับโลกที่เราเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เราได้โคจรมาเจอเขาเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากสำหรับตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันที่จะได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงกับเขา ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 18 ปีดัง และ 30 ปีบอยซ์ ทู เมน ดังเข้ามาในวงการ 18 ปีแล้วนะ ก็เลยนึกอยากทำเพลงอะไรที่เป็นความหมายของความรักในทางบวกบ้าง เป็นเพลงความหมายดีๆ บ้าง เพื่อให้แฟนคลับที่สนับสนุนเรามาตั้งแต่ออกอัลบั้มแรก จึงเป็นที่มาของเพลงรัก”

ดังไปร่วมงานกับบอยซ์ ทู เมนได้ยังไง
“คือบอยซ์ ทู เมนเขาใหญ่มากอยู่แล้ว เราไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีโอกาสที่จะโทรไปชวนมาทำงานกันนะ ดังคงไม่กล้าคิดไปถึงขนาดนั้น อันนี้เป็นด้วยโชคชะตา ความบังเอิญและจังหวะเวลาหลายๆ อย่าง ช่วงนั้นเขามาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย แล้วดังก็ได้รับโทรศัพท์จากที ทีวงขันทีน่ะครับ ที่โทรมาหาดังบอกว่ารู้จักบอยซ์ ทู เมนหรือเปล่าครับ  ดังก็รีบบอกรู้จักสิ เราก็นึกว่าเขาชวนให้ไปดูคอนเสิร์ตกันอะไรอย่างนี้ แต่เปล่า อยู่ๆ ทีก็ถามว่าอยากร่วมงานกับเขามั้ย โหบอยซ์ ทู เมนเลยเหรอ มันยิ่งใหญ่มากเลยนะ เอาแค่ศิลปินในเมืองไทยบางคนเราได้ร่วมงานกับเขา เราก็รู้สึกมีความสุขแล้ว แต่นี่บอยซ์ ทู เมนเลย และเขาระดับเคยฟีเจอริ่งกับ Mariah Carey, Justin Bieber แต่อยู่ๆ เขาจะฟีเจอริ่งกับเรา เราก็เลยตกลงทันที ทีเลยให้ไปคุยเลย อันนี้เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของดังมาก”

เขาเห็นผลงานของเราเหรอคะถึงเลือกเรา
“คิดว่าเขาคงมีการรีเสิร์ชมาบ้างแล้ว เขาก็เรียกไปคุย เราก็ไปคุยกับผู้จัดการของเขาที่โรงแรมที่เข้าพักคือโรงแรมดุสิตธานี ก็ได้นั่งคุยกับผู้จัดการเขาก่อนว่าอะไรยังไง คุยกันแล้วก็รู้สึกว่าเคมีตรงกัน คนเราทำงานกับคนเคมีคนละทางมันก็ไม่ได้ เราคุยกันได้หมด กระทั่งเรื่องสัพเพเหระ พอเคมีมันใช่งานก็เดิน แล้วรสนิยมในการทำดนตรีเขาก็คล้ายๆ เรา มันก็เลยทำให้งานไหลลื่นไปได้ด้วยดี ก็เลยไปต่อได้เรื่อยๆ”

การทำงานกับบอยซ์ ทู เมน เป็นอย่างไรบ้าง
“ด้วยความที่ของดังเป็นค่ายตัวเองมันจึงค่อนข้างเหนื่อยเพราะเราต้องดูแลหลายๆ อย่าง เราทำงานกันไม่กี่คน ไหนจะเรื่องสัญญา เรื่องการทำงาน เราก็ต้องมานั่งดูเอง  อย่างการทำสัญญาคืองานเราก็ทำกันด้วยใจ ให้ใจกันอยู่แล้วแหละ แต่ว่าเพื่อความสบายใจก็ต้องมีการทำสัญญาทั้งสองฝ่าย

ส่วนการทำงานโดยเริ่มจากการทำเดโมก่อนส่งไปให้เขา พอเราทำเดโมส่งไปปุ๊บเขาก็ชอบเลย ไม่ได้มีการแก้อะไรเลย เพราะว่าเราก็ทำเต็มที่เหมือนกัน แล้วดังก็เริ่มอัดเสียงดังเป็นเสียงไทยแล้วก็ไกด์เนื้อไปให้เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้เขาไปเขาก็จะเขียนกลับมาเป็นภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงกับที่เราเขียนไกด์ จากนั้นเขาก็ร้องพาร์ตของเขามา แล้วก็จะบอกว่ายูร้องท่อนนี้นะ เดี๋ยวไอร้องท่อนนี้ ก็จะมีการมาร์กมาในอีเมลต่างๆ นานา เป็นการทำงานแบบข้ามทวีปจริงๆ เพราะเขาจะร้องอยู่ที่ลาสเวกัสส่งมาให้เรา"

ถามจริงๆ ครั้งนี้เป็นดังเองหรือเปล่าที่ทุ่มจ่ายค่าตัวไปให้เขา

“ไม่เยอะฮะไม่เยอะ มันเป็นเรื่องของการร่วมกันทำงานมากกว่า เพลงนี้ไม่ได้ขายในเมืองไทย เพลงนี้เป็นครั้งแรกที่จะเอาสินค้าของดังออกไปขายต่างชาติเหมือนกัน ขายทั้งหมด 8 ประเทศด้วยกัน ก็จะมี ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน"

ดัง เล่นใหญ่คิดอลังการมากเลยนะกับโปรเจกต์นี้
“สำหรับดัง โปรเจกต์ใหญ่ไหมไม่รู้ แต่แค่ร้องกับบอยซ์ ทู เมนก็ฟินแล้ว ถ้าจะถามว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่หรือเปล่า ดังว่ามันเป็นอีกก้าวหนึ่งของดัง อีกสเต็ปหนึ่งที่เราได้ทำงานกับศิลปินระดับนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพลงไทยนะฮะ ไม่เคยมีใครได้ฟีเจอริ่งกับศิลปินระดับโลกขนาดนี้ คนอื่นก็จะไปทำเพลงฝรั่งร้องขายแบบนี้ เราฟีเจอริ่งภาษาไทยกับภาษาอังกฤษของศิลปินระดับโลกจริงๆ เขาใช้คำว่าดังแอนด์บอยซ์ ทู เมนเลย แล้วมีหลายเวอร์ชั่นนะฮะ ตอนแรกที่ปล่อยมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เดี๋ยวสักพักจะเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ปล่อยออกมาอันนี้จะเป็นสากล แล้วก็เดี๋ยวจะมีไทยล้วนออกมาด้วย”

อันนี้ก็คือทางค่ายดังทำดนตรีเอง

“ใช่ครับ เป็นคนทำดนตรีชื่อเอฟูเป็นคนไทย แต่ว่ามีความเป็นฝรั่งสูง และมีความเป็นป็อบสูง เขาทำเพลงขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทำงานด้วยมันก็เลยง่าย”

เพราะมีบอยซ์ ทู เมนเข้ามาร่วมงานด้วยหรือเปล่า เพลงของดัง พันกร ถึงลงปกติขึ้นชื่อว่าดัง พันกรที่ต้องแรงคารามายอย่างนี้

“ก็มีส่วน (หัวเราะ) อีกอย่างเราเองก็มองว่าเพลงมันเหมือนวัฏจักรชีวิต เรารู้สึกว่าเพลงตบตีมันมีอยู่แล้ว ทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในโมเมนต์ที่เราได้ทำกับบอยซ์ ทู เมนเรารู้สึกถึงโมเมนต์ที่เราได้เปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง ว่าเฮ้ยคนเราบางครั้งเมื่อโดนแย่งแฟนได้ ก็น่าจะเริ่มต้นใหม่ได้เหมือนกัน เพลงนี้จึงชื่อเพลงรัก เป็นการพูดถึงการขอบคุณความรักขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ เรียกว่าพูดถึงความรักให้แฟนเราในปัจจุบันก็ได้ มองไปถึงในอดีตก็ได้ ถึงคนที่เราเคยรักก็ได้ ในโมเมนต์ที่เราเคยอยู่ด้วยกันและมีโมเมนต์ดีๆ ร่วมกัน เพราะเวลาเราเลิกกับใคร เวลาผ่านไปโมเมนต์ที่ไม่ดีมันก็จะค่อยๆ จางไป มันจึงจะเหลือแต่สิ่งดีๆ และสิ่งเหล่านั้นนั่นแหละเป็นสิ่งที่มีค่ามาก มันเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากๆในชีวิตคนคนหนึ่งว่าจะมีสักกี่ครั้ง สำหรับดังเองดังก็บอกว่าเราเองก็เคยมีโมเมนต์อะไรแบบนั้น เราก็ดึงตรงนั้นมาใช้ จะได้เห็นคุณค่าของมันว่าเวลาผ่านมาขนาดนี้เรายังหาไม่ได้เลย (หัวเราะ)"

เหมือนมุมมองความรักดังเองก็เบาๆ ลงด้วยหรือเปล่า เหมือนผ่านอะไรมามากๆ ก็เริ่มเบาลงซอฟต์ลง

“ไม่ฮะ ยังแรงอยู่เหมือนเดิม แต่มีความโรแมนติกอยู่นะ แต่เป็นความโรแมนติกที่ไม่เลี่ยน ดังไม่ใช่คนที่จะคอยถามแฟนว่าตัวเองกินอะไรหรือยัง ดังเป็นคนที่ปากแบบยังไงล่ะ ไม่ใช่ว่าปากหมานะ แต่เป็นคนพูดตรง เป็นคนไม่ได้สวีต แล้วถึงแม้จะเป็นเพลงรัก แต่พอมาเป็นดังร้องมันก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็นรักหวาน มันก็จะมีรักนะแต่เอ๊ะยังไง จะรักหรือจะเศร้าอะไรยังไง เสียงดังมันสามารถนำพาไปได้ในหลายมิติ บางคนที่กำลังมีความรักอาจจะอิน บางคนดูแล้วเขาก็ร้องไห้ เพลงนี้ให้แง่คิดในหลายๆ มุม เพลงนี้เราใช้คำว่าเลิฟคำว่ารัก เพราะว่ารักเป็นคำที่ใหญ่มาก การทำงานของเราเองก็เป็นความรักที่ใหญ่มาก เราทำงานกันแบบข้ามเชื้อชาติ ไร้พรมแดน อย่างบอยซ์ ทู เมน เองเขาก็เป็นศิลปินผิวสีมาเจอดังซึ่งเป็นคนเอเชียผิวเหลือง ดังก็เลยเลือก ปอย ตรีชฎา มาเล่นเอ็มวีกับพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เพราะรู้สึกว่าความรักไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน มันต้องมองกันจากข้างในคนเราแก่นแท้ของความเป็นคนมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกหรืออะไรก็ตามแต่ แล้วสังคมและโลกของเรามันก็จะดีขึ้นเลยนะถ้าทุกคนคิดแบบนี้”

อันนี้เหมือนดังจะสื่อสารอะไรเกี่ยวกับตัวเราถึงสังคมหรือเปล่า

“ไม่ถึงขนาดสื่อสารหรอกครับ แต่ดังรู้สึกว่าเรามีสิทธิ์ที่จะพูด หากเราพูดอะไรแล้วจะช่วยทำให้สิ่งต่างๆ มันดีขึ้น”

ร้องเพลงรักตอนนี้ความรักของเราล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่มีฮะ”

เห็นตอนนั้นเคยบอกว่าอยากแต่งงาน

"อยากแต่งแต่ไม่มีใครให้แต่ง (หัวเราะ) ตอนพูดก็ไม่ได้มีใครจะให้แต่งด้วยนะ เพียงแต่เราพูดขึ้นมาเผื่อมีใครสนใจ เผื่อจะเป็นคนนี้ (ร้องเป็นเพลง) แต่ว่าก็ยังไม่มีใครสนใจ”

ทำค่ายเพลงของตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง

“ยังดีนะครับตอนเด็กๆ เราเคยใฝ่ฝันอยากทำเพลง แต่บางทีก็มีความท้อแท้ เราผ่านอะไรมาเยอะ ตอนนี้เราก็อยากทำศิลปินคนอื่นๆ ตอนนี้ก็ดึงเพื่อนหนึ่งคนกำลังจะทำเพลงเองแล้ว เราเคยผ่านตรงนี้มาแล้วเห็นเพื่อนเราเขาก็ชอบทางนี้ เราเข้าใจเขาก็ชวนเขามาทำด้วยกัน”

ทุกวันนี้ทำค่ายเพลงเพราะอยากทำเพลงหรือว่าการทำเพลงมันยังสร้างกำไรสร้างเม็ดเงินให้เราได้อยู่

“กำไรมันก็ยังคงมี แต่มันก็ไม่ได้มาก (ลากเสียง) คือโอ้โหถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแล้ว แต่ดังรู้สึกว่า ณ ตอนนี้ในชีวิตของดังมันไม่ใช่แค่จะต้องกอบโกยร่ำรวยอะไรมากมาย มันไม่ใช่แล้ว เพลงมันเป็นสิ่งที่เป็นศิลปะ มันคืออาร์ตที่อยู่ในใจเรา งานทุกชิ้นล้วนมาจากสิ่งที่เราอยากจะพูดในโมเมนต์นั้นของชีวิต มันคือไดอารี่ชีวิตดัง มองย้อนกลับไปอย่างเพลงไม่เอาคืน ตอนนั้นเราแอบชอบใคร หรือเพลงส่องไฟขึ้นฟ้าร้องตอนอกหัก แล้วดังเป็นคนที่อกหักตลอด พอกลับมาฟังเพลงนี้แล้วก็จะนึกถึงโมเมนต์นั้นที่เราอกหักแอบชอบคนนั้นนะ แต่ก็โดนเขาเหวี่ยงมา (หัวเราะ)”

ทำไมดูดังเป็นคนอกหักตลอดเวลา มีรักไม่เคยสมหวัง

“ไม่เคยสมหวังเรื่องรักเลย (ลากเสียง) เลยรู้สึกกลัวความรัก”

คนอย่างดัง พันกร เวลามีความรักเป็นยังไง ยังเป็นตัวของตัวเองหรือเปล่า หรือไปทุ่มเทให้เขา

“ถ้ารักจริงๆ ทุ่มเท ดังเป็นคนรักคนยาก แต่ว่าชอบคนง่าย ถ้าดังรักจริงๆ ดังจะเป็นคนที่ค่อนข้างมองไปไกลๆ เลยจะเป็นคนค่อนข้างทุ่มเท จนมีบ้างที่สูญเสียความเป็นตัวเอง  แต่มีไม่เยอะนะที่เป็นแบบนี้น้อยมาก พยายามขุดเอาความทรงจำเก่าๆ ขึ้นมา (ยิ้ม) เวลามีแฟนเวลาที่รักใครจริงๆ เราคงอยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข คนจะบอกว่าความรักมันคือการต้องปรับตัว แต่ดังว่าไม่จริง ถ้าเรารักจริงๆ ความรักมันจะทำให้เราเปลี่ยนตัวเองไปให้มันเข้ากับเขาได้เอง”

ส่วนใหญ่ที่อกหัก โดนเขาหลอกหรือว่าเขาไปมีคนอื่น

“ไปมีคนอื่นไม่ทันหรอก ไม่ทันได้มีคนอื่นหรอกฮะ ไอ้ที่อกหักเนี่ยเพราะเราไปชอบคนที่เขาไม่ชอบเรามากกว่า ดังชอบเป็นแบบนี้ คนที่ดีก็ไม่รัก คนที่รักก็ไม่ดี มันจะมาแบบนี้ตลอด แล้วเราก็รู้สึกว่ามันเจ็บตรงที่มันไม่ได้ดั่งใจเรา มันเจ็บตรงที่เขาไม่ชอบ เราไม่อายเลยถ้าจะบอกว่าเราไปชอบคนนี้ แล้วเขาไม่ชอบเรา เพราะรู้สึกว่าเวลาใครมาชอบเราก็ยังไม่ชอบได้เลย ต่อให้เราจะมั่นหน้าว่าเราหน้าตาดีขนาดไหนก็ตาม โดนเทตลอด (หัวเราะ)”

แปลว่าดังเป็นคนที่ใช้หัวใจเลือก ไม่ใช่ใช้เหตุผล

“ส่วนใหญ่จะใช้สายตาเลือก (หัวเราะลั่น) ต้องใช้สายตาเลือกก่อนสิ แต่ไม่น่าเชื่อนะว่าคนอย่างดัง พันกร จะแห้ง ต้องเอาทิชชูหรือว่าฟ็อกกี้ฉีดแล้วโปะลงไปจะได้ไม่แห้งแล้ง”

วางไว้ไหมถ้าเผื่อในอนาคตต้องอยู่คนเดียวจะทำยังไง

“เริ่มมองแล้วนะฮะ เพราะชีวิตนี้มันแบบเมื่อคืนก็เริ่มมองแล้วว่าเอ๊ะเวลานี้ก็ไม่มีใครตื่นมาคุยกับเรา ไม่มีใครอยู่ กับเพื่อนเราก็ไม่รู้จะโทรหาใครคนนี้เราจะคุยได้ โทรไปเขาจะว่าหรือเปล่า คือตอนเนี่ยยังโอเค แต่ถ้าคนอื่นมันมีแฟนไปหมดแล้วเนี่ยมันไปแน่มั่นใจ  ก็เลยรู้สึกว่าคิดเหมือนกันว่าอยากมี แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าถ้ามีแล้วไม่ดีก็ไม่มีดีกว่า”

ดัง พันกรนี่โดนหลอกได้ไหม

“ไม่น่าจะได้ ที่ผ่านมาไม่เคยโดนหลอก สตรองมาก หลอกเขามากกว่า”

เคยคบซ้อนไหม

“ไม่ๆ ดังไม่เคยคบซ้อน แต่จริงๆ คนไม่ค่อยเข้าก็เข้ามาหาดังเท่าไร คิดว่าดังน่าจะดูแรงนะ แต่ไม่จริงนะ ดังไม่แรง จริงๆ แล้วดังเป็นคนตลกมากกว่า เป็นคนเฮฮาเสียงดัง เป็นคนที่ค่อนข้างโอเพ่นนะ ยิ่งถ้ามีน้ำอะไรสักนิดนึงเนี่ย ดื่มเข้าไปนิดๆ หน่อยๆ เนี่ยมันก็จะมีความกล้าหาญชาญชัยขึ้น (หัวเราะ)”

ปีนี้ดังอยู่วงการมาครบ 18 ปี จะได้เห็นดังขึ้นคอนเสิร์ตร้องเพลงเก่าๆ สมัยอยู่อาร์เอสไหม
“อยากขึ้น อยากให้ได้เห็นมากเลย ส่วนเรื่องการเอาเพลงของอาร์เอสมาร้องเนี่ย ดังคุยได้เพราะดังกับอาร์เอสมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันอยู่แล้วร้องได้ ดังร้องเพลงเก่าๆ ได้  เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่าง คอนเสิร์ตดังอยากทำนะ แต่ว่ายังไม่รับปาก เพราะยุคสมัยมันก็เปลี่ยนไป การทำเพลงมันก็เปลี่ยนไป เพลงสมัยนี้กับในสมัยนั้นก็ไม่ค่อยเหมือนกัน เพราะคนที่เสพเพลงเขาเสพเพลงที่ต่างไป”

ค่ายเพลงของดังยังไปได้ด้วยดีไหม

“ยังไปได้ด้วยดี แต่ยังไม่คิดจะมีศิลปินเพิ่มมากมาย นอกจากจะมั่นใจจริงๆ เคมีต้องได้ เด็กต้องรักดีจริงๆ ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดก่อน (หัวเราะ)”

เหมือนทำค่ายขึ้นมาสนองนี้ดตัวเองหรือเปล่า

“สนองนี้ดเนี่ยมันสนองอยู่แล้ว แต่มันต้องได้ทุกอย่างที่เรานี้ดด้วย ไม่ใช่แค่ว่าทำเพื่อสนองนี้ดอย่างเดียว แต่ต้องทำให้มันออกมาดี ไม่ใช่ทำแค่เอาสะใจ เราต้องมองในมุมธุรกิจด้วย แต่เราก็ต้องยังทำงานในสิ่งที่เรารัก เพราะถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่รักมันก็จะไม่สนุก งานมันเลยเหมือนไม่ใช่งานออกมา เพราะมันอยู่ในสายเลือดเราไปแล้ว”

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยังไง ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ดัง พันกร ก็คือ ดัง พันกร คนที่รัก “เพลง” เป็นชีวิตจิตใจ.

กะเทาะเปลือก ดัง พันกร กับสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและแก่นแท้จริงๆ ของเขา รักใครเขาก็ไม่รัก 16 ก.พ. 2560 20:03 17 ก.พ. 2560 10:29 ไทยรัฐ