วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบอีกครั้งในรอบ 40 ปี 'แมวป่า' ที่ดอยเชียงดาว เจอทั้งตัวผู้ตัวเมีย

(ภาพจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

ทีมงานวิจัยสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว สุดตื่นเต้น ถ่ายรูป "เสือกระต่าย" หรือ "แมวป่า" ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ได้อีกครั้งในรอบ 40 ปี ชี้ ระบบลาดตระเวนป่าอมก๋อยเข้มแข็ง เตรียมสำรวจประชากรจริงจัง...

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 60 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งข่าวดีจาก นายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการสำนักสัตว์ป่าว่า ผู้ช่วยนักวิจัยที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้รายงานว่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยนั้น พบ เสือกระต่าย หรือแมวป่า โดยทีมงานวิจัยสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว นายจิรัชย์ คำอ้าย ผู้ช่วยนักวิจัย และนายปริญญา ผดุงถิ่น ช่างภาพอิสระ สามารถถ่ายรูปได้ พบทั้งตัวผู้และตัวเมีย

"ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะประมาณ 40 กว่าปีแล้ว ที่เราไม่มีข่าวคราวของสัตว์ชนิดนี้ออกมา เวลานี้สามารถยืนยันได้แล้วว่า เสือกระต่ายไม่ได้หมดไปจากป่าไทยแน่นอน โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2519 ในรายงานสัตว์ป่าเมืองไทยของ นพ.บุญส่ง เลขะกุล ผู้บุกเบิกงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าของไทย ว่า เสือกระต่าย หรือแมวป่านั้น กระจายพันธุ์อยู่ในป่าผลัดใบตั้งแต่พื้นที่ภาคกลางขึ้นไปทางตอนเหนือ แต่หลังจากนั้นไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีใครเจอสัตว์ชนิดนี้อีกเลย มีแต่พูดกัน แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ครั้งนี้ มีหลักฐานยืนยันจริงๆ" นายธัญญา กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า การเจอเสือกระต่ายครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ และระบบการลาดตระเวนป่ามีความเข้มข้น โดยหลังจากนี้ได้วางแผนขั้นต่อไปสำหรับการดูแลเสือกระต่ายในพื้นที่ดังกล่าว คือ การสำรวจจำนวนประชากรว่ามีมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนพื้นที่ดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีข่าวดีกว่านี้ คือ มีจำนวนเสือกระต่ายมากกว่าที่คาดเอาไว้

ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า เสือกระต่าย เป็นสัตว์ในตระกูลแมว อาศัยอยู่ในป่าผลัดใบ เป็นสัตว์ป่าปราดเปรียว ทั้งตัวผู้และตัวเมียน้ำหนัก 4-6 กิโลกรัม ปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครในเมืองไทยศึกษาสัตว์ชนิดนี้อย่างจริงจัง จึงไม่มีข้อมูลทางวิชาการมากนัก อย่างไรก็ตาม คาดว่าที่มีการเรียกชื่อว่า เสือกระต่ายนั้น เป็นเพราะมันมีใบหูค่อนข้างใหญ่คล้ายกระต่ายป่าหรืออาศัยอยู่ในป่า ที่มักจะมีเหยื่อคือกระต่ายค่อนข้างชุกชุม

ทีมงานวิจัยสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว สุดตื่นเต้น ถ่ายรูป "เสือกระต่าย" หรือ "แมวป่า" ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ได้อีกครั้งในรอบ 40 ปี ชี้ ระบบลาดตระเวนป่าอมก๋อยเข้มแข็ง เตรียมสำรวจประชากรจริงจัง 16 ก.พ. 2560 12:38 16 ก.พ. 2560 14:04 ไทยรัฐ