วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อภิสิทธิ์ ขอโอกาสให้ ป.ย.ป.ทำงานก่อนวิจารณ์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอโอกาสให้ ป.ย.ป.ทำงานก่อนวิจารณ์ ยกตัวอย่าง ต้นตอปมขัดแย้งเกิดจากเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ดักทางคำตอบไม่ได้อยู่ที่ ป.ย.ป. แต่อยู่ที่การกระทำ

วันที่ 16 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจะเข้าหารือแสดงความเห็นกับคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ควรจะให้โอกาส ป.ย.ป.ในการทำเรื่องนี้ ถ้าเราไม่ให้โอกาสเลย มันก็ไม่มีทางสำเร็จ แต่ถ้าให้โอกาสแล้วคนในสังคมยังไม่สามารถที่จะตกผลึกได้ ก็เป็นสิ่งที่เราก็คงต้องยอมรับแล้วก็หาวิธีการในการแก้ไขกันต่อไป อยากให้ทุกคนคิดอย่างนี้ ถ้าพอมันมีโอกาส มันก็มีกำลังใจ แต่ถ้าไม่ให้โอกาสกันตั้งแต่ต้น มันก็ไม่สำเร็จแน่ คือ การให้โอกาสประเทศ แต่ท่ีเห็นแล้วไม่ค่อยสบายใจว่า ถ้าบรรยากาศเป็นการถกเถียงกัน เป็นการมาตำหนิกันตั้งแต่ต้น มันจะไม่สำเร็จอีก ถ้าไปบอกว่า วิธีสร้างความปรองดอง คือ รีบ คือประชาธิปไตย หรือเลือกตั้ง มันก็คงวนเวียน เพราะว่าทุกคนในสังคมอยากให้มันสำเร็จ นี่จากการสำรวจความเห็นและมีความกังวลว่า ถ้ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรคืบหน้า เลือกตั้งไปแล้วจะเกิดปัญหาอีก ประเทศอย่างไรก็ต้องกลับไปสู่การเลือกตั้ง ส่วนตัวก็เชื่อในระบบการเลือกตั้ง และสนับสนุนระบบการเลือกตั้ง แต่วันนี้ถ้าไปพูดเพียงแค่ว่า รีบๆ คืนอำนาจแล้วเลือกตั้งเสีย มันคงไม่ใช่ เพราะเราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ปัญหาความล้มเหลว หรือความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้นในอดีตในช่วงที่มีการเลือกตั้ง มันต้องมาพูดกันให้ชัดว่า เราจะแก้กันอย่างไร ซึ่งประชาธิปไตยในตัวของมันเอง การเลือกตั้งในตัวของมันเองไม่ใช่ตัวปัญหา แต่ผู้เล่นที่อยู่ในระบบไปสร้างปัญหาด้วยการกระทำ พฤติกรรม หรือฝ่ายต่างๆ ในสังคมบกพร่องในหน้าที่ของตัวเอง มันจึงเกิดปัญหาขึ้น

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ จะให้ความเห็นในเรื่องการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ไม่ให้เกิดความขัดแย้งซ้ำ ทั้งก่อน และระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง จะสรุปสาระหรือเสนอวิธีการให้ทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะยืนยันว่า กรอบความคิดของความขัดแย้งมันเกิดขึ้น เพราะว่า มีคนชนะ คนแพ้การเลือกตั้ง จึงเป็นปัญหา หรือว่าทำไมพรรคการเมืองไม่มา ใช้คำว่า รักกัน ร่วมกันทุกอย่าง ซึ่งถ้ามองอย่างนี้ ตนว่าเข้าใจผิด เพราะต้องเข้าใจกระบวนการเลือกตั้ง และบทบาทหน้าที่ของมันในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่จะทำให้การดำเนินการก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง เป็นไปโดยราบรื่น คือ การทำให้การเลือกตั้งเกิดความขัดแย้งน้อยสามารถทำได้ คือ ต้องเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ถ้าสวนทางกันก็เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งแน่นอน ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งแล้วมันต้องขัดแย้ง แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วมันเกิดความรู้สึกว่า มันไม่เป็นธรรม มันไม่สุจริต มันไม่ได้เป็นเครื่องมือที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่แท้จริง อันนี้เป็นปัญหาตามมา จึงต้องย้อนมาดูว่า ก่อนการเลือกตั้ง เราจะทำอย่างไรที่จะช่วยกันให้เรามั่นใจได้ว่า การเลือกตั้งนั้นมันสุจริต เที่ยงธรรม กฎ กติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การหาเสียง บทบาทของพรรคการเมือง รูปแบบของการหาเสียง ปัญหาที่ตอนนี้ทั่วโลกเจอเรื่อง Fake News เรื่องการปลุกระดมผ่านโซเชียลมีเดีย จะแก้กันอย่างไร ทำกันอย่างไร

ส่วนหลังการเลือกตั้ง ตนย้ำว่า จะเป็นผู้ชนะ หรือผู้แพ้ ก็ต้องรู้หน้าที่ตัวเอง แล้วก็รู้ขอบเขตของการแสดงบทบาทของตัวเอง มันถึงจะเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ นี่สรุปให้สั้นที่สุดพ่วงบทบาท สื่อ องค์กรอิสระ จนท.รัฐ ล้วนมีปัญหาส่วนรูปแบบการของการพูดคุย แสดงความคิดเห็นนั้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตามความเข้าใจของตน คือ เขาส่งคำถามมา 10 คำถามตามที่เป็นข่าว แล้วก็เชิญเราไป 10 คน ให้ข้อคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่ หรือกรรมการฯ ด้วยหรือไม่ เขาจะทำหน้าที่ในการบันทึกว่าเราคิดอย่างไรต่อ 10 ข้อที่เขาถามมา พรรคจึงเลือกคนในพรรคว่าใครจะไปตอบเรื่องไหน ครบทั้ง 10 ประเด็น 10 คนรวมทั้งตนด้วย ซึ่งจะหารือซักซ้อมกันอีกครั้งเพื่อความเป็นเอกภาพว่าจะไปเสนออะไร อย่างไร ส่วนข้อเสนอแนะอื่นๆ นั้นความจริงข้อแรกที่ตั้งประเด็นนั้น ก็ไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องของการเลือกตั้ง ตนจะชี้ให้เห็นว่าระบบการเมืองตรงไหนบ้างที่มันเป็นปัญหา การทำงาน องค์ประกอบของส่วนต่างๆ ที่นำมาสู่ความขัดแย้ง มันเป็นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นมันจะหนีไม่พ้นไปแตะคำถามอื่นๆ ด้วย บทบาทสื่อ บทบาทองค์กรอิสระ บทบาทเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ หลายองค์ประกอบเลยในการทำงานว่า ทำไมที่ผ่านมา ที่เราพูดว่า เลือกตั้ง ประชาธิปไตยแล้วมันล้มเหลวนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร

ส่วนเหตุผลที่ให้นายเกียรติ สิทธีอมร ดูเรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะช่วงก่อนรัฐประหาร นายเกียรติเคยร่วมกิจกรรมของภาคเอกชนในเรื่องของการต่อต้านคอร์รัปชัน ส่วนนายสาทิตย์ วงศหนอง ซึ่งเป็นแกนนำ กปปส. แต่ตอนนี้ก็มาเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ดูเรื่องสื่อฯ นั้น เพราะเคยเป็นทั้งโฆษกของพรรค และตอนเป็นรัฐบาลก็ดูแลองค์กรสื่อฯ และผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพสื่อ การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของสื่อ เป็นต้น

เมื่อถามว่า หากผลลัพธ์ หรือสิ่งที่เขาเคาะออกมามันไปเอื้อพรรคหนึ่ง ไม่เอื้อพรรคหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่สำเร็จ และตนเชื่อว่า เขาก็คงไม่ทำอย่างนั้น และเขาจะทำอย่างนั้นทำไม สมมติว่า มันเอื้อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชัดเจน อีกฝ่ายหนึ่งเขาก็ไม่ตอบรับ ในที่สุดแล้วความสำเร็จเรื่องนี้มันไม่ได้วัดกันตรงการสรุปของคณะกรรมการฯ เช่น สมมติว่ากรรมการฯ ทำข้อตกลงขึ้นมา แล้วบอกทุกคนเห็นชอบด้วย มาเซ็นบอกว่าเห็นด้วย รับรองทุกอย่าง แต่ปรากฏว่า พอผ่านไป 6 เดือน เลือกตั้งแล้ว ก็ไม่มีใครปฏิบัติตามนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ว่าถ้าในกระบวนการนี้แม้จะไม่มีเอ็มโอยู หรือข้อตกลง สัญญา แต่เหมือนกับมาทำความเข้าใจในสังคมว่า ต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ แล้วเราอยู่แบบนั้นจริง อันนั้นต่างหาก คือ ความสำเร็จ ฉะนั้น ความสำเร็จของงานนี้ มันไม่มีใครจะเห็น จนกว่าเหตุการณ์มันจะผ่านไปแล้ว แล้วเกิดขึ้นจริงเป็นตัวพิสูจน์ว่า ทำสำเร็จหรือไม่ ซึ่งมันควรจะต้องสำเร็จ หรือเสร็จก่อนการเลือกตั้ง เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะไม่กลับไปวุ่นวายแบบเดิม จึงต้องเสร็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอโอกาสให้ ป.ย.ป.ทำงานก่อนวิจารณ์ ยกตัวอย่าง ต้นตอปมขัดแย้งเกิดจากเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ดักทางคำตอบไม่ได้อยู่ที่ ป.ย.ป. แต่อยู่ที่การกระทำ 16 ก.พ. 2560 12:36 ไทยรัฐ