วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทรนด์ความงามใหม่ เน้น 'ลดใช้น้ำ-เครื่องสำอางเด็ก' ดัน SMEs สู่สากล

อุตสาหกรรมความงามไทยโตทวนกระแสเศรษฐกิจ ปิดตลาดปี 59 ที่ 2.6 แสนล้านบาท คาดการณ์มูลค่าปี 60 พุ่งถึง 2.8 แสนล้าน ครองอันดับที่ 17 ของโลก ด้าน SMEs ไทย จับมือคู่ค้าต่างชาติดันเครื่องสำอางไทยสู่เวทีอินเตอร์ ขณะที่เทรนด์ความงาม 2018 แนวโน้มลดใช้น้ำ-เครื่องสำอางเด็ก ...

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 60 นางเกศมณี เลิศกิจจา รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมความงามของโลกยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง เนื่องจากประชากรวัยทำงานอันเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้เพิ่มจำนวนขึ้น ส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคด้านสุขภาพและความงามได้รับความนิยมมากขึ้นตามความต้องการของกลุ่มคนที่อยู่ในวัยที่กำลังดูแลรักษาสุขภาพมากที่สุด ข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่าอุตสาหกรรมความงามของไทย มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 ต่อปี ปัจจุบัน ธุรกิจนี้มีมูลค่าตลาดในประเทศถึง 2.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% หรือ 1.68 แสนล้านบาท และตลาดส่งออกที่ทำรายได้ให้ประเทศถึง 40% หรือกว่า 1.12 แสนล้านบาท ส่วนในเวทีโลก ไทยครองอันดับที่ 17 ทั้งยังรั้งที่ 1 ในระดับอาเซียนอีกด้วย

“สำหรับสถานภาพสินค้าความงามของไทย พบว่า การบริโภคของตลาดในประเทศแบ่งออกเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผิว ร้อยละ 46 ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ร้อยละ 16 เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้าร้อยละ 16 และน้ำหอมร้อยละ 3 ส่วนการส่งออกสินค้าความงามของไทยไปยังอาเซียนและทั่วโลก มีผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม 40% ผลิตภัณฑ์สำหรับอาบน้ำ 22% ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก 16% สกินแคร์ 13% โดยประเทศที่ไทยส่งออกเครื่องสำอางไปจำหน่ายมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น รองลงมาคือฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตามลำดับ ซึ่งสินค้าความงามไทยนั้นได้รับความไว้วางใจในคุณภาพและมาตรฐานจากนานาประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับสินค้าที่ใช้สมุนไพรไทย ซึ่ง 90% ของอุตสาหกรรมความงามไทย” คุณเกศมณีกล่าว

ด้านคุณอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท ยูบีเอ็ม (เอเชีย) ประเทศไทย จำกัด ผู้จัดงาน ASEAN beauty 2017 หรือ อาเซียนบิวตี้ 2017 กล่าวว่า “การจัดงานอาเซียนบิวตี้ 2017 จึงเป็นอีกเวทีสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมความงามให้ผลิตสินค้าและทำการตลาดในเวทีโลกได้ โดยพบว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยมีการตื่นตัว และเข้าร่วมการแสดงสินค้าในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นถึงปีละ 15% โดยมีการตั้งเป้าที่ชัดเจนว่าจะสร้างความนิยมให้เกิดขึ้นในผู้บริโภคชาวต่างชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่ชื่นชอบสินค้าไทยเป็นทุนเดิม ก่อนที่ผู้ประกอบการเหล่านี้จะนำกระแสนิยมที่ได้รับจากนอกประเทศเข้ามาสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นกับตลาดในประเทศ ดังเช่นหลายๆ แบรนด์ที่ประสบผลสำเร็จมาแล้วจากการทำตลาดแบบเอาท์ไซด์-อิน เช่นนี้ ในอีกทาง การผลิตสินค้าความงามที่จะสามารถส่งออกต่างประเทศได้ ย่อมได้รับการตรวจสอบคุณภาพ และการรับรองมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งภาพลักษณ์เหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขยายตลาดเพิ่มเติมทั้งในและนอกประเทศ เพราะผู้บริโภคย่อมไว้วางใจในสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากมาตรฐานระดับโลก”

ส่วน เทรนด์ความงามปี 2018 ยังคงตอบรับกับกระแสรักษ์โลก รักสุขภาพของผู้บริโภค โดยมีแนวโน้มว่าสินค้าความงามจะต้องลดการใช้น้ำอันเป็นทรัพยากรสำคัญลง แบรนด์ต่างๆ จึงเริ่มปรับสูตรของผลิตภัณฑ์ให้เป็นสูตรใช้น้ำน้อยไปจนถึงไม่ต้องใช้น้ำเลย ตามมาด้วยเทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เข้าใกล้ความเป็น 100% ให้ได้มากที่สุด นำไปสู่การผลิตสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ของแบรนด์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการนำมาใช้ได้อย่างง่ายๆ ที่บ้านของผู้บริโภค ส่วนอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง คือเทรนด์เครื่องสำอางสำหรับเด็ก โดยการวิจัยของ Mintel (มินเทล) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ ตลาดผู้บริโภคและสื่อ ระบุไว้ว่า เด็กอเมริกันร้อยละ 80 ที่มีอายุระหว่าง 9-11 ขวบ ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงามที่ทำขึ้นมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ อาทิเช่น ลิปมัน โลชั่นที่มีกลิ่นหอม ฯลฯ โดยเด็กวัยรุ่นอเมริกันร้อยละ 80 ที่มีอายุระหว่าง 9 และ 11 ขวบ จะนิยมใช้เมคอัพบางอย่าง ส่วนเด็กวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 12-14 ปีนั้น ร้อยละ 54 นิยมใช้มาสคารา อายแชโดว์ อายไลเนอร์ และดินสอเขียนคิ้ว

อุตสาหกรรมความงามไทยโตทวนกระแสเศรษฐกิจ ปิดตลาดปี 59 ที่ 2.6 แสนล้านบาท คาดการณ์มูลค่าปี 60 พุ่งถึง 2.8 แสนล้าน ครองอันดับที่ 17 ของโลก ด้าน SMEs ไทย จับมือคู่ค้าต่างชาติดันเครื่องสำอางไทยสู่เวทีอินเตอร์ 16 ก.พ. 2560 11:45 ไทยรัฐ