วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยจะเลียนแบบเศรษฐกิจคันไซ

คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม. เมื่อวันอังคารว่า ครม.รับทราบผลการศึกษาของ สภาพัฒน์ เรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษยุทธศาสตร์คันไซ ของ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ครอบคลุม 3 เขตสำคัญ โอซากา เกียวโต เงียวโกะ เพื่อเป็น “ต้นแบบ” ในการพัฒนา “เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC” หรือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ใน 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนญี่ปุ่น และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน

ฟังเหมือนรัฐบาลตั้งเป้าจะให้ญี่ปุ่นมาลงทุนเป็นหลักยังไงยังงั้น

ผมไม่แน่ใจว่า สภาพัฒน์ ไปศึกษา ต้นแบบเศรษฐกิจคันไซ มาจากไหน เพราะไม่ได้แถลง แต่ผมไปดูรายงานเขตเศรษฐกิจคันไซที่บริหารโดย คันไซ อีโคโนมิค เฟดเดอเรชั่น หรือ คันไคเรน ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1946 เป็นองค์กรเอกชนที่ไม่หวังกำไร มีสมาชิกกว่า 1,400 คน

จากภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆ พบว่า เขตเศรษฐกิจคันไซ ครอบคลุมเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นถึง 6 เมือง คือ โอซากา เกียวโต โฮโกะ นารา ชิกะ วากายามา รวมประชากรกว่า 20 ล้านคน

เขตเศรษฐกิจคันไซ มีขนาดเศรษฐกิจรวมกัน 879,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 30.76 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าเศรษฐกิจประเทศไทย 2 เท่า

อุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจคันไซก็เหมือนกับ อุตสาหกรรมนิวเอสเคิร์ฟ ที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้วางนโยบายไว้ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ไบโอเทค Life Science การแพทย์ อาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงเรื่อง R&D การวิจัยขั้นสูงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของญี่ปุ่น ผมเคยไปดูงานวิจัยในบางบริษัท มีการวิจัยเลียนแบบเส้นใยแมงมุมที่มีความเหนียวสูง พัฒนาเป็นเส้นใยสังเคราะห์เพื่อทอผ้าในอนาคต เป็นต้น

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ เขตเศรษฐกิจคันไซ เน้นเรื่อง Green Technology เป็นหลักและก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม คันไซกลายเป็นแหล่งพัฒนาและผลิต โซลาร์เซลล์ ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนสูงถึง 60% ของญี่ปุ่น เป็นแหล่งพัฒนาและผลิต แบตเตอรี่ ลิเธียม–ไอออน ที่เป็นแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าในรถยนต์และในบ้านสัดส่วนสูงถึง 61% ของญี่ปุ่น

ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของ โซลาร์เซลล์ และ แบตเตอรี่ ลิเธียม–ไอออน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าด้วยแสงแดดถูกลงมาก ในอนาคตอีกไม่นาน ผมเชื่อว่าจะถูกกว่าการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินด้วยซ้ำ ในอนาคตโซลาร์เซลล์พลังสูง และแบตเตอรี่ ลิเธียม–ไอออน ที่เก็บไฟฟ้าได้มาก จะมีราคาถูกกว่าเดิมหลายเท่า

ตอนนี้ เขตเศรษฐกิจคันไซ กำลังวางแผนยุทธศาสตร์ สร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ที่สำคัญเขา “สร้างกำลังคน” ในเขตคันไซเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต ผลสำรวจนักศึกษาในเขตคันไซ ร้อยละ 73 ตอบว่าจบแล้วอยากทำงานต่อที่คันไซ เพราะเขา สร้างเขตเศรษฐกิจคันไซ ให้เป็น เมืองที่มีบรรยากาศน่าอยู่มากๆ

ดูจาก โมเดลคันไซ จะเห็นว่า การวางแผนสร้างเมืองเศรษฐกิจ ไม่ใช่คิดแต่จะเอาอุตสาหกรรมลงไปเยอะๆด้วยการให้ผลประโยชน์เยอะๆเพื่อดึงคนไปลงทุน โดยไม่คิดถึงอนาคตข้างหน้า จะกลายเป็นเมืองสลัมอุตสาหกรรมไปหรือไม่ แต่ญี่ปุ่นเขามีการวางแผนอนาคตที่ชัดเจน โดยมี “คน” เป็น “ศูนย์กลาง” ที่สำคัญเขาเอา “การศึกษา” ลงไปด้วย ควบคู่ไปกับ “การสร้างเมืองให้น่าอยู่” เพื่อให้ประชาชนในเขตเศรษฐกิจใหม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมและดีกว่าที่อื่น

ขณะที่ไทยเราคิดจะสร้าง เมืองอัจฉริยะ สมาร์ทซิตี้ แต่เอา “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” ไปอยู่ใกล้ๆ ถ้าเรายังคิดอนาคตได้แค่นี้ ก็อย่าหวังว่าจะไปเลียนแบบคันไซเขาได้

ผมเคยไปดูงาน R&D ของญี่ปุ่นในหลายอุตสาหกรรม ดูแล้วก็ทึ่งมากๆ เขาวิจัยจนมองเห็นอนาคต 5 ปี 10 ปีข้างหน้า สังคมญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร สังคมโลกจะเป็นอย่างไร แล้วพัฒนาเทคโนโลยีไว้รองรับ ล่วงหน้า ไม่ใช่ไปหาคำตอบเอาดาบหน้า.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

16 ก.พ. 2560 10:50 16 ก.พ. 2560 10:50 ไทยรัฐ