วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ประชาธิปไตย” บนความสับสน

เป็นเพียงแค่หลักคิดแต่จะไปให้ถึงฝั่งฝันได้หรือไม่?

การประชุม ครม.นัดล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้แจกเอกสารแก่บรรดารัฐมนตรีทั้งคณะที่จัดทำขึ้นมาเอง

หัวข้อ “หลักคิดในการปฏิรูปประเทศ”

เอกสารดังกล่าวได้มีการระบุถึงปัญหาระหว่างปี 2553-2557 ซึ่งเกิดจากปัญหาสั่งสมมานานแต่ไม่ได้รับการแก้ไขทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปประเทศโดยมีสาระสำคัญ 3 เรื่องใหญ่

1 บทบาทและขอบเขตของประชาธิปไตย

2 ความไม่เป็นธรรมของเศรษฐกิจ

3 การศึกษา

จำแนกปัญหาความบกพร่องที่เกิดขึ้นเพื่อเข้าใจง่ายๆเอาไว้ 3 ข้อ

1 ความสับสนในประชาธิปไตย

2 การเยียวยาแก้ปัญหาที่ไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม

3 การปฏิรูปการศึกษาของชาติด้วยการปลุกจิตสำนึกและหลักคิดที่ถูกต้อง ใช้คำสั่งสอนของศาสนามาเป็นกรอบ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสาระในเอกสารดังกล่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประมวลมาจากปัญหาของประเทศในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมาและได้เสนอแนวทางการแก้ไขที่พอจะมองเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าควรทำอะไร แก้ไขตรงไหน

นั่นคือที่มาที่ไปของ ป.ย.ป. ซึ่งเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาและกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งจะนำไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

เพียงแต่แผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด จึงยังไม่สามารถรับรู้ในรายละเอียดได้ทั้งหมด ซึ่งคณะทำงานกำลังเร่งดำเนินการอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ออกมาดีที่สุด

มีหลายฝ่ายพยายามที่จะพูดถึงเรื่องนี้ทำนองค่อนแคะว่าเอาแค่ 5 ปีก็พอแล้ว เพราะจะไปใช้ให้ถึง 20 ปี ได้อย่างไร เนื่องจากสถานการณ์โลกจะเกิดความเปลี่ยนแปลงแล้วแผนนี้จะตามทันหรือ?

ว่าที่จริงแล้วคณะทำงานเรื่องนี้หาใช่ว่าจะไม่รับรู้หรือไม่เข้าใจและก็ไม่ใช่ว่าจะปรับเปลี่ยนไม่ได้ เพียงแต่ประเทศจะต้องมีกรอบเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้ในทุกด้าน

มิฉะนั้นก็จะเกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมาไม่ว่ารัฐบาลพรรคไหนเข้ามาบริหารประเทศต่างก็หยิบเอานโยบายของพรรคมาใช้และนำไปปฏิบัติ

เพียงเพื่อหวังให้ได้รับคะแนนนิยมเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น

สิ่งที่ทำมาดีอยู่แล้วก็ไม่นำมาสานต่อ ละเลยหรือลืมไปเลยก็ว่าได้ จนทำให้เกิดปัญหาความต่อเนื่องจนกลายเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก

หรือจะพูดง่ายๆว่าได้หน้าจนลืมหลังเสร็จแล้วก็กลายเป็นปัญหาไปแทบทุกเรื่อง

แม้แต่เรื่องประชาธิปไตยที่มุ่งมองไปแค่การเลือกตั้ง การได้มาซึ่งอำนาจ การเข้าสู่อำนาจโดยคิดและเข้าใจกันไปเองว่าแค่นี้ก็คือ “ประชาธิปไตยสากล” ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

สุดท้ายเป็นยังไงครับ...บรรดานักประชาธิปไตยจ๋าเมื่อได้อำนาจก็นำไปใช้เพื่อประโยชน์พรรค ประโยชน์นักธุรกิจการเมือง ประโยชน์เจ้าของพรรค ประโยชน์หัวหน้าพรรคและพรรคพวก

แม้แต่ “ประชาธิปไตยทั้งตระกูล”...ก็เกิดขึ้นมาแล้ว

สิ่งที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ถูกกลุ่มการเมืองลวงโลกจนหลงเชื่อว่าที่เขาบอกมานั้นคือประชาธิปไตยจริงๆ

ที่น่าเกลียดที่สุดก็คือบรรดานักการเมือง นักวิชาการบางกลุ่มบางพวกที่รู้ทั้งรู้ว่าประเทศนี้มันเกิดอะไรขึ้นและควรที่จะจรรโลงประชาธิปไตยที่เป็นของแท้เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ

ตรงกันข้ามกลับไปเกลือกกลั้วเป็น “ลูกมือ” จนสังคมสับสนขัดแย้งกันไปหมด.

“สายล่อฟ้า”

16 ก.พ. 2560 10:44 16 ก.พ. 2560 10:44 ไทยรัฐ