วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอ แจง ตรวจค้นวัดธรรมกาย เพื่อนำตัวธัมมชโยสู่กระบวนการยุติธรรม

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจงยิบ ปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อนำตัว "พระธัมมชโย" เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย โดยจะกระทำการให้เกิดผลกระทบกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้น้อยที่สุด 

วันที่ 16 ก.พ. ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการสอบสวนดำเนินคดีอาญาพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีได้รับเงินที่เกิดจากการทุจริตของอดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวนเงินกว่า 1,400 ล้านบาท ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร เป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ซึ่งพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และศาลอาญาได้ออกหมายจับไว้เพื่อให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจับตัวนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ปัจจุบันคดีดังกล่าวพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวมถึงเห็นควรสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย และมีคำสั่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจัดการเพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจและติดตามการดำเนินการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอดนั้น

กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ได้ตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย มาดำเนินคดีโดยตลอด ตั้งแต่การเปิดโอกาสให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและนำพยานหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาถึง 3 ครั้ง คือ (1) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 (2) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 และ (3) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 แต่ผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงอ้างเหตุจำเป็นต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประเมินสถานการณ์และขออนุมัติศาลเพื่อเข้าทำการตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อพบและจับกุมตัวบุคคลตามหมายจับครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 เมื่อมีการนำกำลังเข้าปฏิบัติการปรากฏว่า มีมวลชนจำนวนมากมาสวดมนต์ภายในวัด มีบุคคลปกปิดใบหน้าปะปนในหมู่ประชาชนภายในวัด รวมทั้งมีการตั้งเครื่องกีดขวางเส้นทางเข้าออกวัดและจุดสำคัญต่างๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการเข้าปฏิบัติการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า หากยังคงปฏิบัติการต่อไปอาจมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์หรือก่อความวุ่นวาย จนส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่มาปฏิบัติธรรมตามความเชื่อ จนต้องยุติการปฏิบัติการ

และในการเตรียมการเพื่อเข้าตรวจค้นในครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 13 – 16 ธันวาคม 2559 เจ้าหน้าที่ก็ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งการจะตัดสินใจเข้าปฏิบัติการเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่มาปฏิบัติธรรมตามความเชื่อ ซึ่งจากการประเมินเห็นว่า มีจำนวนมากกว่าการเข้าปฏิบัติการตรวจค้นครั้งแรก ประกอบกับทางการข่าวพบมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่จะฉวยโอกาสสร้างความรุนแรงและใส่ความว่า ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย และจะนำเสนอข่าวที่เป็นเท็จไปบนระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อทำลายความเชื่อถือต่อเจ้าหน้าที่และทำให้เข้าใจว่าเป็นการรังแกสถาบันพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ ทั้งที่เป็นการปฏิบัติการเพื่อจับกุมบุคคลตามหมายจับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงจำเป็นต้องยุติการปฏิบัติการ

จากปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ คือ คำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมพื้นที่บริเวณวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบ เพื่อตรวจสอบคัดกรองผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายออกจากพื้นที่ปฏิบัติการเป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่บางประการเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานโดยสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้ยังคงดำรงหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ (1) นำตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม (2) ดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และ (3) ปกป้องคุ้มครองประชาชนผู้บริสุทธิ์มิให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยให้เกิดผลกระทบกับประชาชนทั่วไปที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ควบคุมน้อยที่สุด.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจงยิบ ปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อนำตัว "พระธัมมชโย" เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย โดยจะกระทำการให้เกิดผลกระทบกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้น้อยที่สุด 16 ก.พ. 2560 08:45 ไทยรัฐ