วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วธ.จัดทำจดหมายเหตุฯ รัชกาลที่9

กระทรวงวัฒนธรรมแจงการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 9 รายการ ลงตัวแล้ว เล็งเตรียมทำเพิ่มแผ่นพับที่ระลึกฯ เนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชพิธีพระบรมศพ จำนวน 10 ล้านแผ่น แจกประชาชนที่มาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ พร้อมจะรวบรวมหนังสือ หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษ ของที่ระลึกที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความอาลัย ไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติ ด้าน กทม.ลงมือขุดล้อมต้นมะขามในท้องสนามหลวง 44 ต้น คาดเคลื่อนย้ายไปพักไว้ที่สวนเอกชนได้หมดภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้

126 วันในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 2/2560 ว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึก จำนวน 9 รายการ โดยแบ่งออกเป็นหนังสือจดหมายเหตุหลัก จำนวน 1 รายการ ได้แก่ จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถ บพิตร ซึ่งจะจัดพิมพ์จำนวน 20,000 ชุด ใน 1 ชุดมี 4 เล่ม

หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง จำนวน 5 รายการ ได้แก่ 1.จดหมายเหตุงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับประชาชน จัดพิมพ์จำนวน 15,000 ชุด ใน 1 ชุดมี 3 เล่ม 2.จดหมายเหตุงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับสื่อมวลชน จัดพิมพ์จำนวน 15,000 ชุด ใน 1 ชุดมี 2 เล่ม 3.กานท์กวีคีตการปวงประชาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งปัจจุบันได้รวบรวมถ้อยคำแสดงความอาลัยที่ประชาชนแต่งขึ้น จำนวน 1,327 สำนวน และบทกวี จำนวน 730 สำนวน จัดพิมพ์จำนวน 15,000 เล่ม 4.หนังสือและซีดีบทเพลงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดพิมพ์จำนวน 15,000 ชุด และ 5.จดหมายเหตุฉบับวีดิทัศน์ ที่มีเนื้อหาแบ่งเป็นตอนๆ ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เสด็จสวรรคตจนถึงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายวีระกล่าวอีกว่า จัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก จำนวน 3 รายการ ได้แก่ 1.พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์และพระเมรุในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จัดพิมพ์จำนวน 25,000 ชุด ใน 1 ชุด มี 2 เล่ม 2.เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 25,000 เล่ม 3.นวมินทราศิรวาทราชสดุดีร้อยกรองเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้เชิญกวี 9 ท่าน มารังสรรค์กวีนิพนธ์ อาทิ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายสถาพร ศรีสัจจัง จัดพิมพ์จำนวน 15,000 เล่ม

“ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดทำแผ่นพับที่ระลึกเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรม ศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมงานและแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจัดพิมพ์ 10 ล้านแผ่น มีเนื้อหาเกี่ยวพระราชประวัติ พระราชพิธีพระบรมศพ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้ วธ.ไปรวบรวมหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษ และของที่ระลึกที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยมารวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ของชาติ ทั้งนี้ วธ.จะเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาในวันที่ 17 ก.พ.นี้” รมว.วัฒนธรรมกล่าว

สำหรับบรรยากาศการแสดงความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันที่ 15 ก.พ. พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศไทย อาทิ จากจังหวัดกาญจนบุรี สกลนคร ชลบุรี นครศรีธรรมราช ปัตตานี ฯลฯ เดินทางมารอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ทั้งนี้ น.ส.สุนัน มิตย์มาศ แม่ค้าวัย 56 ปี ชาวนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยรอยยิ้มปนน้ำตาหลังเข้าถวายสักการะพระบรมศพว่า ได้เข้ากราบเป็นครั้งที่ 40 จากความตั้งใจที่จะเข้ากราบให้ครบ 89 ครั้ง ตามพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และตามเลขท้ายบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเอง แรงจูงใจเราคือความคิดถึง บอกตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพว่าต้องมาอีกเรื่อยๆ คิดไว้ว่าทำตามเป้าหมาย 89 ครั้ง ให้ได้ก่อนเดือนกันยายน จะทำให้ได้ใกล้เคียง หรือมากกว่านี้ได้ก็พอใจหมด ส่วนพระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้จากการเข้ากราบก็ไม่ได้เก็บไว้ทั้งหมด เพราะบ้านเกิดที่ใต้ยังมีญาติๆ ที่อยากมาแต่มาไม่ได้เยอะมาก บางคนก็เป็นผู้สูงอายุ บางคนก็ติดธุระการงาน เราพยายามทยอยส่งไปให้ที่บ้านแบ่งกันให้ได้ครบทุกคน เด็กๆ ลูกหลานก็ต้องได้ด้วย เพราะเวลาผู้ใหญ่อย่างเราๆ ให้ ก็จะได้เล่าขานบอกต่อว่านี่คือพ่อหลวงของเรา พระองค์ท่านมีพระคุณกับเราชาวภาคใต้มาก เกือบทุกพื้นที่ที่เรากินอยู่วันนี้ พระองค์ทรงเคยมาพัฒนาแก้ไขปัญหาให้หมด ทำให้เราอยู่ดีกินดีอุดมสมบูรณ์ เป็นพระคุณล้นพ้นที่พวกเราต้องระลึกถึงกันรุ่นสู่รุ่น

ด้านสำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. มีจำนวนทั้งสิ้น 29,097 คน รวม 104 วัน มี 4,412,230 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,724,497.50 บาท รวม 104 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 371,859,483.59 บาท

ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสวนนงนุช จ.ชลบุรี และสวนมงคล จ.สระบุรี นำเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ประกอบด้วย จอบ เลื่อย สแลนสีดำ ขุยมะพร้าว ตาข่าย และไม้ค้ำยัน มาขุดล้อมต้นมะขาม จำนวน 44 ต้น แบ่งเป็นด้านทิศเหนือ 30 ต้น ทิศใต้ 14 ต้น ซึ่งต้นมะขามดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ที่จะต้องใช้ในการก่อสร้างพระเมรุมาศและศาลาลูกขุน โดยเจ้าหน้าที่ใช้จอบขุดรอบโคนต้น เสร็จแล้วนำขุยมะพร้าวเทใส่ลงไปโดยรอบก่อนราดน้ำผสมฮอร์โมนเร่งรากแล้วนำตาข่ายมาล้อมรากที่โคนต้น เสร็จแล้วใช้ไม้ค้ำยันไว้ไม่ให้ล้มก่อนนำสแลนมาคลุมไว้เพื่อป้องกันแสงแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ก่อนเคลื่อนย้ายไปพักไว้ที่สวนนงนุช และสวนมงคล โดยจะทำให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 25 เม.ย.นี้ และหลังจากเสร็จพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก็จะนำต้นมะขามกลับมาปลูกที่จุดเดิม

ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวถึงการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศว่า หารือกับกรมศิลปากรแล้ว ในสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่จะเริ่มล้อมรั้วพื้นที่ก่อสร้างใหม่ ซึ่งจะขยับขึ้นมาฝั่งทิศเหนือของสนามหลวง ใกล้กับอาคารนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล โดยเว้นระยะห่างจากตัวอาคารประมาณ 20 เมตร เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนเดินเข้ามาในอาคารนิทรรศการได้อย่างสะดวก ซึ่งจะมีการจัดเตรียมเต็นท์รอคิวเฉพาะเข้าชมนิทรรศการไว้ให้ประชาชนได้นั่งคอยคิว

ผบก.น.1 กล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กระทรวงเกษตรฯจะเป็นแม่งานหลักที่รับผิดชอบในการจัดพื้นที่ โดยจะใช้บริเวณฝั่งทิศเหนือของสนามหลวง จากการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะย้ายเต็นท์จุดพักคอยคิวด้านทิศเหนือทั้งหมด ไปที่ด้านข้างสนามหลวงฝั่งทิศใต้แทน เพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมพื้นที่ โดยจะให้ประชาชนเข้าคิวด้านข้างสนามหลวงฝั่งทิศใต้ แล้ววนออกทางประตูด้านข้างวัดมหาธาตุ เข้าพระบรมมหาราชวัง แต่หากมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ก็จะปัดหางแถวให้ยาวต่อเนื่องวนรอบข้างสนามหลวงฝั่งทิศเหนือแทน ซึ่งการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆยังคงเหมือนเดิม คาดว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงเกษตรฯ ก่อนวันที่ 15 เม.ย.นี้

นอกจากนี้ เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน ที่ลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ใต้ร่มพระบารมีสดุดีจอมทัพไทย” ที่จัดขึ้นในวันที่ 15-17 ก.พ.นี้ โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชกรณียกิจทางด้านทหาร ในฐานะองค์จอมทัพไทย และมีพระราชกรณียกิจการพัฒนาประเทศ ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ รวมทั้งทรงมีพระบรมราโชวาทในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดจนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นโอกาสอันดีที่เราได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้คงอยู่ตลอดไป และให้ประชาชนรับทราบว่าตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงงานอะไรเอาไว้บ้าง และประเทศไทยที่อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงทำไว้ให้กับประเทศชาติมาโดยตลอด

กระทรวงวัฒนธรรมแจงการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 9 รายการ ลงตัวแล้ว เล็งเตรียมทำเพิ่มแผ่นพับที่ระลึกฯ... 16 ก.พ. 2560 08:23 16 ก.พ. 2560 08:23 ไทยรัฐ