วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนะวิธีตรวจ สลากปลอม จ่อพิมพ์ฉบับ 5 คู่-แก้หวยชุด (ชมคลิป)

ปลอมไม่เนียน ผอ.สำนักงานสลากฯโชว์วิธีการตรวจสอบสลาก ของปลอมแค่น้ำลูบ หมึกก็จางแล้ว หลังจับกุมผู้ค้าปลอม 693 ฉบับที่นครปฐม มั่นใจตำรวจขยายผลรวบได้ยกแก๊งแต่ห่วงคนซื้อตกเป็นเหยื่อนำสลากปลอมมาขึ้นเงินรางวัล นอกจากไม่ได้เงินแล้วยังมีความผิด สั่งผู้ตรวจการทุกเขตสุ่มตรวจสลาก ขณะเดียวกัน เตรียมเสนอบอร์ด ขอพิมพ์สลากใหม่ 1 ใบ แต่เทียบเท่าสลาก 5 ฉบับคู่ หรือเลขชุด 5 ใบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แถลงข่าวกรณีตำรวจจับกุมผู้จำหน่ายสลากปลอม งวดประจำวันที่ 16 ก.พ.2560 จำนวน 693 ฉบับคู่ โดยจัดทำเป็นเลขชุด 7 ฉบับคู่ ซึ่งเป็นที่เลขเหมือนกันใส่ซองพลาสติก เรียงจำหน่ายบนแผงในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 4 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนและขยายผลการจับกุมเพื่อรวบแก๊งปลอมสลากให้ได้ทั้งหมด

พล.ต.ฉลองรัฐกล่าวว่า สำนักงานสลากฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากได้รับการแจ้งเบาะแสว่า มีการจำหน่ายสลากปลอมที่จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุม เมื่อวันที่ 14 ก.พ. หลังจากตรวจสอบพบว่า สลากดังกล่าวเป็นสลากปลอมจริง สังเกตได้จากตาเปล่าไม่ปรากฏรูปนกวายุภักษ์ในเนื้อกระดาษ และเมื่อนำน้ำมาลูบที่สลากพบว่า หมึกจางลง แตกต่างจากสลากจริงอย่างชัดเจน และเมื่อตรวจสอบด้วยแสงแบล็กไลต์ พบความแตกต่างหลายจุดประกอบด้วย 1.สลากไม่มีเส้นไหมเรืองแสง ซึ่งสลากจริงต้องมีเส้นไหมเรืองแสงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 2.เส้นที่พาดผ่านตัวเลขสลาก 6 หลักไม่เรืองแสง 3.หมึกที่ใช้พิมพ์ตัวเลขสีส้มเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสีหม่นไม่ชัดเจน และ 4.หมายเลขบาร์โค้ดบนสลากหากเป็นสลากจริงหมายเลขแต่ละฉบับจะไม่ซ้ำกัน ขณะที่สลากปลอมตัวเป็นตัวเลขที่เหมือนกันหมด

พล.ต.ฉลองรัฐกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า กระดาษที่ใช้ในการพิมพ์สลากปลอม เป็นกระดาษทั่วไป มีความหนา 60-80 แกรม ไม่ใช่ กระดาษที่ใช้ในการพิมพ์สลากฯของสำนักงานสลากฯ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือมีความบางและมีความเหนียวกว่ากระดาษปกติทั่วไป โดยผู้ค้าสลากเมื่อสัมผัสแล้วก็จะรู้ได้ทันว่าเป็นสลากปลอมหรือสลากจริง และที่สำคัญการตัดต่อภาพหรือแก้ไขตัวเลขก็ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ง่ายๆ ระบบการพิมพ์ก็ใช้เครื่องพิมพ์ธรรมดา แตกต่างจากสำนักงานสลากฯ อย่างมาก ที่มีระบบการพิมพ์อย่างดีและตรวจสอบความถูกต้องได้ทั้งหมด

ผอ.สำนักงานสลากฯกล่าวด้วยว่า สำนักงานสลากฯเป็นห่วงเรื่องสลากปลอมมาก เพราะที่ผ่านมา การปลอมแปลงสลากจะเป็นการปลอมเพื่อมาขอขึ้นเงินรางวัลกับสำนักงานสลากหรือพ่อค้าสลากที่รับขึ้นเงินรางวัลทั่วไป แต่ครั้งนี้เป็นการปลอมสลากเพื่อขายให้แก่ประชาชน จึงสั่งให้ผู้ตรวจการสำนักงานสลากฯทุกเขตลงพื้นที่สุ่มตรวจสลาก ส่วนประชาชนที่ซื้อสลากไปแล้ว หากพบว่าเป็นสลากปลอมขอให้รีบแจ้งความ เพราะหากถูกรางวัลและนำสลากมาขึ้นรางวัลจะไม่ได้รับเงินรางวัล แต่จะมีความผิดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเจตนา

พล.ต.ฉลองรัฐกล่าวว่า สำนักงานสลากฯรู้สึกเป็นห่วงผู้แทนจำหน่ายและประชาชนผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่ง โดยขอย้ำเตือนให้ตรวจสอบสลากด้วยความรอบคอบ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการตรวจสอบสลาก ปลอมทั้งฉบับได้ทางเว็บไซต์สำนักงานสลากฯ www. glo.or.th หรือประสานมายังกลุ่มงานตรวจพิสูจน์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2528-9641-44 เจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯยินดีให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจสอบสลากและหากพบเบาะแสการจำหน่ายสลากปลอม สามารถแจ้งผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ได้ที่ call center 0-2528-9999 และ 0-2345- 1466 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่และสืบขยายผลที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลยแล้ว มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมตัวการใหญ่ได้ และจะแถลงความคืบหน้าต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

พล.ต.ฉลองรัฐกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ (บอร์ด) เร็วๆนี้ ฝ่ายบริหารสำนักงานสลากฯจะขอให้บอร์ดอนุมัติการจัดพิมพ์สลากใหม่ โดยสลาก 1 ใบ แต่จะเทียบเท่าสลากชุด 5 ฉบับคู่ ซึ่งเป็นที่นิยมในการจัดเลขชุดของบรรดาพ่อค้าและแม่ค้าสลากในท้องตลาดอยู่แล้ว แต่ยังไม่ระบุอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายบริหารสลากฯ เสนอที่ประชุมบอร์ดเมื่อใด เพราะต้องดูความพร้อมของระบบโดยรวมก่อน ซึ่งวิธีนี้ สำนักงานสลากฯ มั่นใจว่า จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันสลาก 1 ฉบับคู่ ราคาคู่ละ 80 บาท รางวัลที่ 1 จะมีเงินรางวัล 6 ล้านบาท หากรวมเป็นเลขชุด 5 ฉบับคู่แล้ว ราคาขายปลีกก็เพิ่มขึ้นเป็น 400 บาท โดยเงินรางวัลที่ 1 ก็จะมีเงินรางวัลเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ปลอมสลาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายชาญวิทย์ ศุภกิจจานุสรณ์ นายอำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกตรวจตราภายในวัดที่มีการตั้งแผงขายลอตเตอรี่และสอบถามทำประวัติ ต่างยืนยันว่าเป็นเจ้าของแผงขายประจำอยู่ในวัด ไม่เคยมีใครนำเอาของปลอมมาขาย ผู้ขายส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ขายกันมานาน ส่วนที่ทางวัดจับได้นั้น เป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมากับคนขายลอตเตอรี่ ทำให้ทางวัดเสียหาย ขณะเดียวกันพระครูยติธรรมานุยุต หรือ “อาจารย์แป๊ะ” เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ ได้เรียกประชุมร่วมกรรมการวัด เพื่อวางมาตรการป้องกันลอตเตอรี่ปลอม ก่อนจะเผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำป้ายชื่อพร้อมกับทำประวัติผู้ขายทุกรายที่นำลอตเตอรี่มาขายที่วัด ทั้งแผงและที่ปั่นจักรยานขาย ทางวัดจะมอบป้ายห้อยคอของวัดไว้ให้เพื่อเป็นการยืนยันว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว และหากพบลอตเตอรี่ปลอมในแผงที่ลงทะเบียนไว้จะตามตัวมาดำเนินคดีได้ เพราะทางวัดไม่ได้เก็บเงินค่าตั้งแผงหรือขายเร่แต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เผยถึงความคืบหน้าคดีว่า จากการเค้นสอบ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบด้วย น.ส.ศิริมา รักขันแสง อายุ 29 ปี นายเจษฎากร วะรีฤทธิ์ อายุ 33 ปี สามี น.ส.ศิริมา นายชัยนาท เคนมา อายุ 50 ปี นางมณี อุทัยพร อายุ 65 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เลย โดย น.ส.ศิริมาให้การว่าขบวนการผลิตลอตเตอรี่ปลอมทำด้วยกัน 3 คน คือตน นายเจษฎากร สามี และชายอีก 1 คน ขอสงวนนามไว้ก่อน ทั้งหมดอยู่ จ.เลย ส่วนนายชัยนาทกับนางมณี จ้างมาเพื่อให้เดินขาย น.ส.ศิริมาเป็นหัวหน้าแก๊ง ทำหน้าที่เป็นคนปริ๊นต์เพราะมีความรู้ เคยทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งใน กทม.ส่วนนายเจษฎากร สามีเป็นคนคอยช่วยเหลือ และชายที่ไม่เปิดเผยนามจะเป็นคนทยอยส่งให้ผู้ขายนำไปขายต่อ ทำกันมาหลายครั้งและจะเปลี่ยนจังหวัดไปเรื่อยๆ จังหวัดที่มีวัดดังจัดงานก็จะส่งคนไปเดินขายปะปนกับคนขายที่ขี่รถจักรยาน

พ.ต.อ.สีหเดชเผยอีกว่า ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนเพื่อขอหมายศาล จ.นครปฐม จับชายที่ยังขอสงวนนามไว้ก่อนอีก 1 คน เป็นคนพื้นที่ จ.เลย และประสานงานไปยัง ภ.จ.เลย ให้คอยดูความเคลื่อนไหวประกบตัวชายคนดังกล่าวไว้ เมื่อได้หมายจับของศาลแล้วจะส่งไปให้ทันทีเพื่อจับกุมและจะเข้าตรวจค้นบ้านที่ทำการผลิตเพื่อหาอุปกรณ์เช่นเครื่องปริ๊นเตอร์ กระดาษ และส่วนประกอบในการปลอมแปลง นอกจากนี้ยังได้เชิญกรรมการวัดที่ควบคุมตัวผู้ต้องหามามอบให้ตำรวจ มาให้ปากคำประกอบสำนวน รวมทั้งคนซื้อเป็นชาว จ.กาญจนบุรี ที่ซื้อลอตเตอรี่ไปแล้วตรวจดูพบว่าเป็นของปลอมมาให้ปากคำด้วย

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.ศิริมา รักขันแสง หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ที่บ้านเลขที่ 30 บ้านท่าทิศเฮือง หมู่ 7 ต.ปากปวน อ.วังสะพุง จ.เลย เป็นบ้าน 2 ชั้น หลังใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านมีรถเก๋งและรถกระบะจอดอยู่ พบ น.ส.กาญจนา รักขันแสง อายุ 37 ปี พี่สาวของ น.ส.ศิริมา อยู่ภายในบ้าน โดย น.ส.กาญจนาเล่าว่า เพิ่งทราบข่าวว่าน้องสาวถูกตำรวจจับกุม ยังงงอยู่ว่าทำไมไปขายลอตเตอรี่ปลอม น้องสาวเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ มาอยู่บ้านไม่ถึงเดือน มีอาชีพเป็นช่างเสริมสวยและไม่เคยขายลอตเตอรี่มาก่อน แต่ก่อนเกิดเหตุ น้องสาวบอกว่าจะไปขายลอตเตอรี่ที่กรุงเทพฯ มีนายทุนชื่ออ้วน เป็นยี่ปั๊วขายลอตเตอรี่ที่ตลาดขายส่งลอตเตอรี่ที่ อ.วังสะพุง มาชวนให้ไปขาย ส่วนนายเจษฎากรเพื่อนของน้องสาว อยู่อีกหมู่บ้านก็ไม่เคยขายลอตเตอรี่มาก่อน และนายชัยนาท อยู่หมู่บ้านใกล้กัน เป็นคนเร่ร่อน ไม่มีหลักแหล่ง ขอเงินชาวบ้านซื้อเหล้ากินไปวันๆ ส่วนนางมณีเป็นภรรยานายชัยนาทก็ไม่เคยมีอาชีพขายลอตเตอรี่มาก่อนเช่นกัน คาดว่าคงถูกนายอ้วนหลอกให้ไปขายกระทั่งถูกจับกุม

ปลอมไม่เนียน ผอ.สำนักงานสลากฯโชว์วิธีการตรวจสอบสลาก ของปลอมแค่น้ำลูบ หมึกก็จางแล้ว หลังจับกุมผู้ค้าปลอม 693 ฉบับที่นครปฐม มั่นใจตำรวจขยายผลรวบได้ยกแก๊งแต่ห่วงคนซื้อตกเป็นเหยื่อนำสลากปลอมมาขึ้นเงินรางวัล... 16 ก.พ. 2560 08:20 16 ก.พ. 2560 09:46 ไทยรัฐ