วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุวัจน์นำชพน. ถกปรองดอง

สุวัจน์นำชพน. ถกปรองดอง

  • Share:

ทุกพรรคเห็นตรงกัน การเมืองเป็นตัวปัญหา

ถึงคิวพรรคขนาดกลาง “สุวัจน์” นำทีม ชพน.ถกปรองดองปลัด กห. “คงชีพ” ยันทุกพรรคเห็นตรงกันการเมืองตัวปัญหาต้องปรองดองก่อนเลือกตั้ง คิวต่อไปเป็น ชทพ.-ปชป. นายกฯจ้อนักลงทุนย้ำไทยต้องปฏิรูปใหญ่สำเร็จ วันนี้ต้องทำปรองดองให้ได้ “บิ๊กป้อม” ไม่ชัวร์ปล้นปืนพันขอนแก่นโมเดล ชี้กลุ่มเคลื่อนไหวที่อีสานเบาลง ปชป. เคาะ 10 ชื่อ ทีมถก ป.ย.ป. “มาร์ค” นำทีมคุยสันติวิธี “นิพิฏฐ์” ดูเรื่องสร้างปรองดอง มีขบเกลียวเล็กๆโวย กปปส.แย่งโควตา “มีชัย” จ่อรื้อโครงสร้างงานผู้ตรวจฯ ไม่ให้ซ้ำซ้อน-เซฟงบประมาณ “วิทวัส” ไม่แตะ สนช.โดดร่ม “ศรีสุวรรณ” ไม่สนยื่นฟ้อง กก.จริยธรรม “ปึ้ง” ยุนายกฯปรับออกพวกหลังยาว ทนายร้องศาลปกครองฟ้องพฤติการณ์ “วิษณุ” “ปู” เดือดฉะมือกฎหมายใหญ่ไร้หลักการ รองนายกฯยักไหล่ไม่สนเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อ เอาแน่ “บิ๊กป้อม” ขออย่ากดดัน ทร.ซื้อเรือดำน้ำ

หลังจากถือฤกษ์ยามใช้วันแห่งความรัก 14 ก.พ. เริ่มเดินหน้ากระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง พูดคุยกับ 3 พรรคการเมืองเล็ก ล่าสุดถึงคิวพรรคขนาดกลางอย่างชาติพัฒนา เข้าหารือและให้ข้อเสนอแนะต่ออนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

นายกฯจ้อนักลงทุนมุ่งมั่น 4.0

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “Opportunity Thailand” มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่าสองพันคน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษ “โอกาสกับประเทศไทย 4.0” ว่า โอกาสมีทุกวัน ต้องใช้โอกาสเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง เสถียรภาพทางการเมือง และความมั่นคง มีการวางแผนระยะยาวกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ที่ทุกประเทศต้องมีกลยุทธ์ของตัวเอง รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง และบริหารราชการแผ่นดิน ขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศทุกมิติ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์กำหนดเป็นโมเดลไทยแลนด์ 4.0

ย้ำไทยต้องปฏิรูปใหญ่สำเร็จ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ประเทศไทยต้องปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งทางสังคม การศึกษา กฎหมาย และความมั่นคง และการรักษาทรัพยากรเพื่อความยั่งยืน ต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะความรู้ รองรับการลงทุนในอนาคต รัฐบาลนี้ยืนยันจะตอบสนองความต้องการการลงทุนให้ได้ เพราะเรามีความพร้อมและมีศักยภาพสูง เราต้องหยุดการหารายได้จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด พึ่งพาสินค้าเดิมๆอีกไม่ได้ ต้องปฏิรูปเพิ่มมูลค่ามานั่งรอนอนรอไม่ได้ และต้องแบ่งผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมกับทุกประเทศ พัฒนาผ่านยุทธศาสตร์ 6 ภาค ดังนั้น ขอความร่วมมือและขอให้อดทนกับระยะเวลาที่เราจะเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงได้ภายในวันเดียว อย่างกรุงโรมเขาบอกว่าไม่ได้สร้างในวันเดียว

ฟุ้งไม่มีที่ยืนให้คนทุจริต

นายกฯกล่าวต่อว่า ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ประเทศไทยด้วย ขอให้มั่นใจทุกอย่างยังคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป 20 ปีข้างหน้า เมื่อเราเริ่มแล้วต้องทำต่อให้ได้ วันหน้าไม่ว่าจะใครหรือรัฐบาลไหนมาเพราะมันเป็นกฎหมาย อยากให้เกิดการผลักดันต่อเนื่องทุกรัฐบาลตลอด 2 ปี รัฐบาลพยายามแก้ไขข้อติดขัด กฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อการขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ผ่านการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ภาคธุรกิจต้องได้รับการบริการที่รวดเร็ว ถ้ามีปัญหาให้แจ้งมาที่ตนได้เลย ยืนยันการทำงานของรัฐจะเดินหน้าด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม กำจัดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด ต้องไม่ให้มีที่ยืน แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องถูกดำเนินคดี

วันนี้ต้องทำปรองดองให้ได้

นายกฯกล่าวว่า ขอให้เดินหน้า 3 เรื่อง คือ ยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูปประเทศ และสร้างความปรองดอง วันนี้ต้องปรองดองแล้วไม่ต้องไปหาอย่างอื่น ทำให้เกิดความสงบ ขณะนี้ได้พูดคุยกันแล้วต้องทำให้ได้ สิ่งสำคัญเวลานี้คือเรามีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครบถ้วนสมบูรณ์ มีเสถียรภาพ ขอให้รักษาเสถียรภาพนี้ ร่วมมือเดินหน้าต่อไป ไม่ให้มีปัญหาในอนาคตซึ่งคงไม่มีอยู่แล้ว เพื่อการทำงานที่ยั่งยืนจึงได้ตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) แต่ทุกวันนี้ ถามเรื่องปรองดองกันอย่างเดียว ขณะที่ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจคือความเป็นความตายสำคัญกว่าอย่างอื่น ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญเดินไปพร้อมกันทั้งหมด

ไม่ชัวร์ปล้นปืนพันขอนแก่นโมเดล

ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชประสงค์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยปืนจำนวน 885 กระบอก จากค่าย ตชด.24 จ.อุดรธานี ตั้งแต่ปี 2555 คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการขอนแก่นโมเดล โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกคุมตัวและสอบสวนอยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ว่า ขณะนี้ยังไม่มั่นใจ แต่เหตุการณ์ขโมยปืนมีมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2550 ที่มีปืนหาย กำลังติดตามและมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาสอบสวนว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ดำเนินการมานานแล้วแต่เพิ่งมาเกิดความชัดเจนตอนนี้ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ไปดูแลเรื่องนี้ อย่าเพิ่งไปพูดว่าเกี่ยวข้องกับขอนแก่นโมเดล เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกับผู้ต้องสงสัย เนื่องจากบางคนก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น ต้องรอให้มีพยานหลักฐานชัดเจนก่อนถึงจะระบุได้ แต่ขณะนี้พยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนอย่าเพิ่งไปพูด ไม่ดี ไปสมมติไม่ได้ และไม่ได้ตั้งกรอบการทำงานกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์

ชี้กลุ่มเคลื่อนไหวที่อีสานเบาลง

เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังมีความเคลื่อนไหวในภาคอีสานหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยอมรับว่าเมื่อก่อนมี แต่ขณะนี้เบาลงแล้ว จากการติดตามไม่มีอะไรมาก ทุกอย่างต้องเดินไปสู่การปรองดองให้ได้ ส่วนคดีความก็ว่ากันไป ทุกคนที่ทำผิดต่างก็รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นผิด แต่ก็ยังทำก็ต้องรับผิดชอบของใครของมัน เมื่อถามถึงกรณีพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย เสนอให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่เห็น ขณะนี้แค่เริ่มต้น ยังรับฟังความคิดเห็นไม่ครบ ไม่ใช่รับฟังแค่เพียงกลุ่มเดียวแล้วมาตัดสินว่าจะทำอย่างนี้ ต้องรออีก 3 เดือนค่อยว่ากัน ต้องดูความพร้อมทั้งหมด ของทุกหน่วยงาน ทุกสถาบัน และทุกพรรคการเมืองเขาให้อย่างไร ไม่ใช่ว่าให้เหมือนกัน

ผบช.ภ.4 ปิดปากตามคดีปืนหาย

ช่วงบ่ายที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.เนติพงศ์ ธาตุทำเล พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุขโมยปืน 880 กระบอก จากค่าย ตชด.24 จ.อุดรธานี เมื่อปี 2555 ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.จตุพลกล่าวเพียงสั้นๆว่า มาติดตามคดีค้างเก่าและเดินทางกลับทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน เป็นตำรวจยศดาบตำรวจ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า กระทั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งให้เร่งดำเนินคดีและติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ต่อมาตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับตำรวจ ภ.จ.อุดรธานี และทหาร มทบ.24 เข้าควบคุมผู้ต้องหา 7 คน ตามอำนาจมาตรา 44 ภายในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล

ดำเนินคดี ตร.4 นายอีก 3 ปล่อยตัว

ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมายคสช. เดินทางมาที่ บก.ป.เพื่อรับมอบ 7 ผู้ต้องหากระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกอาวุธปืนภายในค่ายทหาร สอบสวนพบ ร.ต.ต.จันทร์ เพ็ชรบุญผ่องศรี ด.ต.นิมิตร สานก้อย ด.ต.กิตติชัย จุลเหลา ด.ต.สุชาติ ใจตาง ทั้งหมดเป็นอดีตตำรวจสังกัด กก.ตชด.ที่ 24 (อุดรธานี) กระทำผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวรอตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีเดินทางมารับตัวไปดำเนินคดี ส่วนที่เหลือถูกปล่อยตัวเนื่องจากยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง

“สุวัจน์” นำทีม ชพน.คุยปลัด กห.

วันเดียวกันเวลา 13.10 น. ที่กระทรวงกลาโหม คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เชิญผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรค เข้าพูดคุย ต่อมา พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม และประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง แถลงว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เปิดใจกว้างให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะตรงไปตรงมา จากการรับฟังมา 2 วัน 4 พรรค ต่างเห็นร่วมกันว่าต้องสร้างความปรองดองให้ประเทศเดินหน้าต่อไป จำเป็นต้องสร้างความปรองดองก่อนการเลือกตั้ง

เห็นตรงกันการเมืองตัวปัญหา

พล.ต.คงชีพกล่าวอีกว่า ทุกพรรคยังมองตรงกันว่า การเมืองมีความสำคัญมากที่สุดต่อความขัดแย้งที่ผ่านมา เกิดจากการแสวงหา รักษาอำนาจและผลประโยชน์ รวมทั้งใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ โดยเสนอให้ใช้กระบวนการยุติธรรมแก้ไขปัญหา ต้องทำกระบวนการ เลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ให้เกิดการยอมรับกันทุกฝ่าย พรรคการเมืองต้องไม่สร้างปัญหาทำให้ติดหล่มทางการเมือง ควรใช้กลไกรัฐสภาแก้ปัญหาเท่านั้น ไม่ออกมาเคลื่อนไหวนอกรัฐสภา ซึ่งทุกพรรคการเมืองควรมีข้อตกลงร่วมกันเหมือนสัญญาประชาคม ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาทุกฝ่ายต้องยอมรับ และทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ส่วนเรื่องความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการใช้ทรัพยากร รัฐต้องบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดและเป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนเรื่องกระบวนการยุติธรรม ทุกพรรคเห็นว่าต้องสร้างหลักนิติรัฐและนิติธรรม ให้ทั่วถึงทุกกลุ่มทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มทุกฝ่าย

คิวต่อไปเป็นทีม ชทพ.–ปชป.

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า นอกจากนี้ทุกพรรคยังเห็นว่าสื่อมวลชนไม่ควรปลุกเร้าให้เกิดความขัดแย้ง ควรระวังรับผิดชอบในการเสนอข้อมูลข่าวสารภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ต้องมีมาตรการทางกฎหมาย มีการจัดตั้งศาลเฉพาะดำเนินการคดีทุจริตให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีบทลงโทษที่รุนแรง และรวดเร็ว พร้อมทั้งมีมาตรการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ ส่วนด้านการต่างประเทศ ไม่ควรนำปัญหาภายในไปขยายให้เกิดผลกระทบต่อผลประโยชน์ชาติ ต้องปฏิรูปอย่างจริงจังทุกด้านพร้อมกัน สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมี เพราะเสมือนเครื่องมือที่ทำให้บรรลุเป้าหมาย และมีทิศทางที่ชัดเจน สำหรับวันที่ 16 ก.พ. จะเชิญพรรคไทยรวมพลัง พรรคไทยมหารัฐพัฒนา พรรคประชากรไทย พรรคชาติไทยพัฒนา มาพูดคุย และวันที่ 17 ก.พ. จะเชิญ พรรคประชาธิปัตย์

ปชป.เคาะ 10 ชื่อทีมถก ป.ย.ป.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือนอกรอบกับบรรดาแกนนำพรรคบางส่วน โดยเตรียมคณะทำงานที่จะไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการ ป.ย.ป. รวม 10 คน โดยแบ่งความรับผิดชอบทั้ง 10 ประเด็นตามกรอบที่ ป.ย.ป.ตั้งโจทย์ คือ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับผิดชอบด้านการเมืองและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีไม่ให้เกิดความขัดแย้งซ้ำอีก ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง 2.นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ รับผิดชอบด้านความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงหรือการครอบครองที่ดินทำกินของเกษตรกร และทรัพยากรน้ำ 3.นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบเรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

“นิพิฏฐ์” ดูเรื่องสร้างปรองดอง

4.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบแนวทางเสริมสร้างความปรองดอง ความแตกต่างทางสังคม ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การศึกษาและสาธารณสุข 5.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง รับเรื่องแนวทางการไม่ใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้ง 6.นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบเรื่องแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7.นายวีระชัย วีระเมธีกุล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องปัญหากิจการภายในที่จะถูกยกระดับขึ้นเป็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ 8.นายเกียรติ สิทธิอมร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดูแลเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน 9.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบเรื่องปฏิรูปที่จำเป็นเร่งด่วน และ 10.นายสรรเสริญ สมะลาภา คณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจพรรค ดูเรื่องข้อเสนอแนะให้เกิดการยอมรับร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

ขบเกลียวเล็กๆ กปปส.แย่งโควตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานที่รับผิดชอบทั้ง 10 ประเด็น จะหารือร่วมกันอีกครั้งวันที่ 16 ก.พ.นี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมข้อมูลก่อนเข้าร่วมประชุมกับ ป.ย.ป. วันที่ 17 ก.พ. โดยหลังจากมีรายชื่อหลุดออกมา ได้มีอดีต ส.ส.บางส่วนพูดคุยกันในกลุ่มไลน์ส่วนตัว ว่าการจัดแบ่งประเด็นในบางหัวข้อ เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน ควรให้คนที่ลงพื้นที่จับทุจริตหรือมีข้อมูลมีผลงาน อาทิ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก แต่กลับเป็นชื่อของอดีต ส.ส. ที่สวมหมวกอีกใบเป็นแกนนำ กปปส. ทั้งที่ ป.ย.ป.ก็จะเชิญกลุ่ม กปปส.พูดคุยต่างหากแล้ว

“วิษณุ” ติวเข้มหลักสูตรบริหารสื่อ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลการเปิดอบรมหลักสูตรโฆษกกระทรวง นักบริหารสื่อสารมวลชนสัมพันธ์ ว่า เพราะข้าราชการไม่ใช่มืออาชีพเหมือนสื่อมวลชน จึงไม่รู้ว่าต้องอธิบายอะไรอย่างไร บางคนเป็นรองปลัดกระทรวงมาทำหน้าที่โฆษก จึงอยากให้รู้ว่าบางเรื่องจำเป็นต้องแก้ข่าวอย่างไร ไม่ใช่การโต้ตอบกับสื่อมวลชน บางเรื่องไม่จำเป็นต้องแถลงข่าวเพียงแต่จัดพื้นที่ให้รัฐมนตรีแถลง เขาสงสัยว่าบางครั้งแถลงข่าวไปแล้วแต่ไม่ได้ลงข่าว จึงเห็นว่าควรให้รัฐมนตรีมาแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลแทน จะเป็นทางออกที่ดีกว่า เมื่อถามถึงการจัดทำเวิร์กช็อปหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ของป.ย.ป. 3 หลักสูตร นายวิษณุตอบว่า วันที่ 2 มี.ค. นายกฯจะเปิดการอบรมอย่างเป็นทางการให้ทุกหลักสูตรมานั่งฟังพร้อมกัน 1 วัน จากนั้นให้แยกย้ายไปทำเวิร์กช็อปกันเอง อาจยกประเด็นขึ้นมาให้หาวิธีแก้ไขปัญหากันเอง

“มีชัย” รื้อโครงสร้างงานผู้ตรวจฯ

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดการสัมมนารับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดการสัมมนา ว่า กฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินถือว่าทำยาก เพราะไม่ได้ลอกของเดิมมา ภาพรวมจะปรับเปลี่ยนใน 3 ส่วน คือ 1.งานไม่ซ้ำซ้อนกับองค์กรอิสระอื่น เพื่อลดค่าใช้จ่ายงบประมาณ ทำงานเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เน้นแก้ปัญหาส่วนรวมมากกว่าตัวบุคคล มุ่งแก้ปัญหาระดับประเทศอย่างเป็นระบบ มากกว่ามุ่งหาผู้กระทำผิดรายบุคคล และปรับปรุงกลไกการทำงานให้มีประสิทธิภาพ 2.ให้ทำหน้าที่โดยไม่ต้องมีคนมายื่นคำร้อง ถ้าพบเหตุทำผิดก็ไม่ต้องนั่งรอ และ 3.กระบวนการทำงานปรับเป็นแบบกัลยาณมิตร มากกว่าการใช้กฎหมายเป็นหลัก เป็นตามหลักสากลที่ใช้การแก้ปัญหาพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ด้วยการพูดโน้มน้าวคู่ขัดแย้ง ดังนั้นกรธ.จึงไม่เห็นด้วยกับองค์กรอิสระที่เสนอกฎหมายให้มีอำนาจฟ้องร้องเองได้ เพราะส่งผลให้ส่วนราชการทะเลาะกับประชาชนมากกว่า

กกต.แจงไออาร์ไอเตรียมเลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้ต้อนรับนายแมทธิว เฮย์ ผู้อำนวยการสำนักงานอินเตอร์เนชั่นแนลรีพับลิกันอินสติติวประจำประเทศไทย (ไออาร์ไอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก โดยการให้ความช่วยเหลือต่อพรรคการเมืองและพลเมืองให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานของรัฐบาล มีการปรึกษาแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน และการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งในอนาคต ซึ่งสำนักงาน กกต.ได้ดำเนินการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้ง นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้ตรวจการฯไม่แตะ สนช.โดดร่ม

อีกเรื่องที่รัฐสภา พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เปิดเผยข้อมูลสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 7 คน อาจขาดจากความเป็นสมาชิกภาพ สนช. ว่า ทราบว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และหากหน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบทุกด้านรอบคอบ ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบอีก เพราะไม่ใช่ต้องนำทุกเรื่องมาตรวจสอบ ส่วนภาคสังคมที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ สนช. ซึ่งมีภาระรับผิดชอบด้านงานราชการด้วยนั้น ต้องเข้าใจว่าบุคคลที่เป็นข้าราชการไม่เป็นข้อจำกัดหรือทำให้ขาดคุณสมบัติความเป็น สนช. เชื่อว่าบุคคลที่มีดำรง 2 ตำแหน่งพร้อมกัน ต้องแบ่งเวลาทำงานให้สมดุล ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงไม่ต้องให้คำตักเตือนใดๆอีก

“ศรีสุวรรณ” บี้ฟ้อง กก.จริยธรรม

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นแม้มีความพยายามช่วยเหลือเอื้อประโยชน์กันของประธาน สนช. ว่ามีการยื่นใบลาแล้วทุกคนนั้น แต่เนื่องจากพฤติการณ์และการกระทำของ 7 สนช.หรือมากกว่านั้น เข้าข่ายความผิดหรือขัดหรือแย้งต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สนช. และกรรมาธิการ ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 14 ข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ 21 โดยชัดแจ้ง โดยเฉพาะ ข้อ 14 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า “สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องอุทิศเวลาให้แก่การประชุม โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน” นอกจากนั้นกรณีดังกล่าว ยังขัดต่อค่านิยมหลัก 12 ประการของหัวหน้า คสช. ข้อ 12 อีกด้วย จึงเห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่ควรให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมไทย เยาวชนไทย ในยุคปฏิรูปนี้ จึงจะไปร้องต่อคณะกรรมการจริยธรรม สนช. ในวันที่ 16 ก.พ.ที่รัฐสภา เพื่อให้ไต่สวน สอบสวน และลงโทษ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับต่อไป

ยุนายกฯปรับออกพวกหลังยาว

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกินเงินเดือนสองทาง หรือสองตำแหน่ง แต่กลับไม่มาทำหน้าที่ในฐานะ สนช. ขาดการประชุมสภาฯหลายครั้งโดยหลักการสมควรมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และควรรู้สึกละอายแก่ใจบ้างที่กินเงินเดือนหลวง แต่ไม่มาทำหน้าที่ที่ตนเองควรรับผิดชอบ ถ้าเป็นพวกนักการเมืองคงถูกตำหนิจากสื่อมวลชนและสังคม และคงถูกกดดันให้ลาออกหรือต้องรีบเอาเงินเดือนไปคืนหลวงกันแล้ว โดยสามัญสำนึกของพวกตนคงไม่มีใครคิดที่จะกินเงินภาษี โดยไม่ทำงานเด็ดขาด อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รีบพิจารณาและสลับปรับเปลี่ยนเอาคนใหม่ที่สามารถทำหน้าที่ได้เข้ามาแทนที่ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของ คสช.

นัดคุยปมโรลส์รอยซ์สัปดาห์หน้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีสินบนโรลส์รอยซ์ ว่า ทุกวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังดำเนินการกันอยู่ ได้ประสานไปยังแต่ละหน่วยงานให้มาพูดคุยพร้อมกันกับตนในสัปดาห์หน้า เพื่อสอบถามว่าแต่ละหน่วยงานมีความคืบหน้าอย่างไร รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันด้วย เพราะที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานได้รายงานเป็นการส่วนตัวมาให้รับทราบแล้ว

ทนายร้องศาลปกครองโต้ “วิษณุ”

วันเดียวกัน นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า กรมบังคับคดีสามารถดำเนินการอายัดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องรอว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน และไม่จำเป็นต้องคืนหากศาลมีคำสั่งคุ้มครอง ว่า การดำเนินการของนายวิษณุกับพวกไม่เป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ การที่ฝ่ายรัฐออกคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับผิด ล้วนเป็นการสอบสวนและตัดสินแล้วสั่งการบังคับ โดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาหรือชี้ขาดโดยศาลยุติธรรม นายวิษณุให้สัมภาษณ์ตลอดมาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์นำคดีไปฟ้องศาลปกครอง จึงควรรอให้ศาลพิจารณาและสั่งก่อน แต่กลับไม่นำพา มุ่งจะยึดทรัพย์ให้ได้ จึงได้ยื่นคำแถลงเพิ่มเติมให้ศาลปกครองรับทราบถึงพฤติการณ์ของนายวิษณุ และจะทำหนังสือโต้แย้งทักท้วงต่อปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมบังคับคดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้หยุดดำเนินการทันที เพราะเป็นการ กระทำที่ไม่เป็นธรรม และหมิ่นเหม่กระทำผิดกฎหมาย

“ปู” ฉะมือกฎหมายไร้หลักการ

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่เข้าใจว่านักกฎหมายใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและไว้วางใจ จะใช้ความคิดของตนเองให้ข่าวเรื่องการจะยึดทรัพย์สินของตน โดยไม่คำนึงถึงหลักความเป็นธรรม ทั้งที่รู้ว่าได้นำคดีไปอยู่ในระหว่างการขอทุเลาคำสั่ง และรอผลจากศาลปกครอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนวันนี้ ท่านกลับไม่ได้คำนึงถึงหลักความยุติธรรมใดๆทั้งสิ้น ไม่คำนึงว่าศาลกำลังจะพิจารณาการร้องขอของตนแม้แต่น้อย แต่กลับให้ข่าวว่าพร้อมจะยึดทรัพย์ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากศาล และหากศาลมีการทุเลาการบังคับคดีค่อยหยุดกระบวนยึดทรัพย์ แต่ ทรัพย์ที่ยึดไปก่อนหน้านั้นก็จะไม่คืน อยากถามอีกครั้งว่านี่หรือนักกฎหมายของรัฐที่เพียรพูดว่าจะคำนึงถึงความยุติธรรม เป็นกลางกับทุกฝ่าย อย่างนี้จะหวังให้ผู้เป็นรัฐบาลยุติธรรมกับผู้อื่นในยามบ้านเมืองต้องการเห็นการปรองดองแบบนี้หรือ

ยักไหล่ไม่สนเดินหน้ายึดทรัพย์

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวตอบโต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการยึดทรัพย์ ว่า นั่นเป็นทัศนะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ในแง่กฎหมายรัฐบาลถือว่ากระบวนการแล้วเสร็จตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ออกคำสั่งทางปกครอง เมื่อผู้ถูกคำสั่งร้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่ง แสดงว่ากระบวนการแล้วเสร็จ ไม่เช่นนั้นคงไม่ร้องศาล แต่ความหมายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ว่ากระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ เข้าใจว่าหมายถึงคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังไม่ได้ตัดสิน แต่ในทางกฎหมายไม่จำเป็นต้องรอ ตนพูดแบบนี้มา 6 เดือนแล้ว

ย้ำวงปรองดองไม่คุยคดีความ

เมื่อถามว่า ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์นำคำให้สัมภาษณ์นายวิษณุยื่นร้องเพิ่มเติมต่อศาลปกครอง จะส่งผลต่อคดีหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นคดีอยู่ในศาลไม่ขอพูด กรมบังคับคดีรายงานว่าได้ทำคำชี้แจงต่อศาลปกครองจากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นต่อศาลปกครองขอให้มีคำสั่งทุเลาแล้ว โดยระบุว่ายังไม่ได้ทำอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยจะนำคดีรับจำนำข้าวไปคุยในกระบวนการปรองดอง นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกระบวนการตรงนั้น แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พูดมาตลอดว่าการปรองดองจะไม่ย้อนไปพูดเรื่องเก่า จะไม่มีการยกเอาเรื่องคดีความหรือการกระทำความผิดขึ้นมาเป็นตัวเจรจา จะไม่พูดถึงนิรโทษกรรม อภัยโทษ คดีอยู่ในศาลจะทำอย่างไรให้ยกเลิกหรือถอนฟ้อง ขอย้ำว่าจะไม่มีการพูดสิ่งเหล่านี้ในขณะนี้ การปรองดองเป็นเรื่องของจุดมุ่งหมายที่มองไปข้างหน้า

ยังไม่สรุปคดีฟอกเงินกรุงไทย

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวหลังประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบคดีฟอกเงิน การปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร ว่า ปปง.นำพยานหลักฐานมามอบให้ดีเอสไอ โดยดีเอสไอจะหารือร่วมกับ ปปง. ถึงการตรวจสอบพยานหลักฐาน หาความเชื่อมโยงอีกครั้งเร็วนี้ แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีหลักฐานพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหานายพานทองแท้ ชินวัตร นางกาญจนาภา หงษ์เหิน และนายมานพ ทิวาร ได้หรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐตอบว่า หลักฐานถึงใครจะดำเนินคดีกับบุคคลนั้น ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณาคดีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการพูดคุยเพื่อสร้างความปรองดองหรือไม่นั้น การปรองดองเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่

วอนอย่ากดดัน ทร.ซื้อเรือดำน้ำ

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือ หากไม่นำเข้า ครม.ภายในเดือนนี้อาจไม่ทันปีงบประมาณ ว่า งบประมาณการจัดซื้อมีอยู่แล้ว หากกองทัพเรือเสนอเรื่องไม่ทันในสิ้นเดือนนี้ก็ไม่เป็นไร ตนรับผิดชอบอยู่แล้ว ทุกอย่างมีการตั้งงบประมาณการจัดซื้อไว้เรียบร้อย เป็นเรื่องของกองทัพเรือที่จะเสนอมา หากถึงเวลาไม่อยากให้ไปกดดันกองทัพเรือ ทั้งนี้กองทัพเรือจะจัดซื้อเรือดำน้ำแน่นอน แต่ไม่ใช่ได้เรือดำน้ำในตอนนี้ เพราะทำแผนเอาไว้ประมาณ 6 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพเรือว่า กองทัพเรือได้เสนอรายละเอียดการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนจำนวน 1 ลำ วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ต่อ พล.อ.ประวิตร หลังจากมีการพิจารณารอบคอบแล้ว โดยจะนำเข้าสภากลาโหมภายในสัปดาห์หน้า จากนั้น นำเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาภายในเดือนนี้ต่อไป

“หัวเว่ย” ชม “บิ๊กตู่” สุดยอดผู้นำ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลัง พล.อ.รามิชาร์ด ราชูดู รมว.กลาโหม สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่า นายกฯขอบคุณกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียที่ตอบรับเข้าร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน (ASEAN Navy Cheifs’ Meeting) ครั้งที่ 11 และกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียนที่กองทัพเรือจะเป็นเจ้าภาพในเดือน พ.ย.ปีนี้

จากนั้นนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยม โดยนายกฯกล่าวชื่นชมเเละหวังว่าบริษัทหัวเว่ยยังคงส่งเสริมขยายการลงทุนในไทยมากขึ้น ไทย-จีนเสมือนญาติพี่น้องกัน พร้อมสนับสนุนความร่วมมือ ขณะที่ผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ยฯกล่าวชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นผู้นำที่บริหารงานรวดเร็ว ชัดเจน มีประสิทธิภาพ ทำให้ไทยมีความสงบสุขเอื้อต่อการลงทุน หัวเว่ยยินดีและตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยังโชว์ฟิตนำเตะตะกร้อวง

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยังคงนำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ อบอุ่นร่างกายด้วยการเต้นแอโรบิกประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินถ่ายรูปเซลฟี่กับเจ้าหน้าที่นาน 5 นาที จึงไปร่วมเล่นตะกร้อวงกับทีมงาน มี พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกฯ ร่วมเตะด้วยประมาณ 15 นาที ก่อนแยกตัวออกมารับโทรศัพท์ที่บริเวณสนามหญ้าคุยประมาณ 5 นาที จากนั้นโบกมือให้ผู้สื่อข่าวและเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้