วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สื่อมะกันแฉคนของทรัมป์จ้อรัสเซียอีก 4 คน

เมื่อ 14 ก.พ. ความคืบหน้ากรณีที่ พล.ท.ไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเตรียมสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งแทนภายในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางประเด็นข้อสงสัยมากมายเรื่องความสัมพันธ์ใกล้ชิดของคณะรัฐบาลชุดนี้กับรัสเซีย หลังทำให้นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องที่ฟลินน์ไปสนทนากับนายเซอร์เก คิสลัก เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ ทั้งที่ไปพูดคุยด้วยจริง ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดพิธีสารทางการทูต และผิดกฎหมายเพราะถกเรื่องการคว่ำบาตรรัสเซียก่อนที่นายทรัมป์จะเข้าพิธีดำรงตำแหน่ง

นอกจากนี้ นายอดัม ชิฟฟ์ สมาชิกคณะกรรมการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเดโมแครต เผยว่า ทั้งที่นายทรัมป์รู้เรื่องของฟลินน์ที่ไปคุยกับท่านทูตรัสเซียมานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังเพิกเฉยไม่ได้บีบให้ลาออก กระทั่งนักข่าวนำข้อมูลออกมาตีแผ่ นายทรัมป์จึงออกมาเหมือนปกป้องนายฟลินน์ ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องที่กระทำความผิดแต่อย่างใด และนี่ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่เจ้าพนักงานฝ่ายบริหารคนหนึ่งที่ถูกจับได้ว่ากำลังโกหก แต่เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสำหรับประธานาธิบดีที่ถูกจับได้ว่ากำลังโกหก และเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่

ขณะเดียวกัน นสพ.เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ยังรายงานข่าวว่า กลุ่มคนทำงานด้านการรณรงค์หาเสียงให้ทรัมป์เคยติดต่อกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซียหลายครั้งก่อนที่จะชนะการเลือกตั้ง พร้อมระบุว่า มีทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่อดีตและปัจจุบัน 4 คน เพราะมีการบันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ติดต่อกันหลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่นายทรัมป์ทิ้งระยะห่างความสัมพันธ์ของตัวเองกับที่ปรึกษา เกี่ยวกับความสัมพันธ์รัสเซีย เช่นเมื่อปลายเดือน ส.ค.ปีกลาย นายพอล มานาฟอร์ต ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานรณรงค์หาเสียงให้ทรัมป์ หลังสำนักข่าวเอพีรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่นายมานาฟอร์ตแอบช่วยวิ่งเต้นให้กับพรรครัฐบาลเก่ายูเครนที่ฝักใฝ่รัสเซีย

วันเดียวกัน นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ประกาศว่า ทางทำเนียบขาวพร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดให้สาธารณชนคนทั่วไปเข้าไปเยี่ยมชมอาคารสิ่งปลูกสร้างประวัติศาสตร์อายุ 224 ปี ในวันที่ 7 มี.ค.นี้ ซึ่งถือว่านานเกือบ 7 สัปดาห์นับแต่ นายทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีประเทศ หลังถูกกลุ่ม ส.ส.กดดันให้เปิดเป็นสถานที่เที่ยวชมต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวปีละหลายแสนคน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหลังพิธีสาบานเข้ารับตำแหน่ง ส่วนนางเมลาเนียวางแผนจะยังอยู่ที่ทรัมป์ ทาวเวอร์ในนครนิวยอร์ก จนกว่า ด.ช.บารอน ลูกชายวัย 10 ขวบเรียนจบ.

จากกรณี ไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นสหรัฐฯ ลาออกจากตำแหน่ง เพราะแอบไปคุยกับเจ้าหน้าที่รัสเซียเรื่องการคว่ำบาตร ก่อนที่นายทรัมป์จะรับตำแหน่งผู้นำ ล่าสุดสื่อสหรัฐฯ แฉอีกว่า มีผู้ทำแบบนี้อีกหลายคน 15 ก.พ. 2560 23:23 16 ก.พ. 2560 01:32 ไทยรัฐ