วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผลอๆไม่ต้องออกแรง

โหดสะท้านสะเทือนโลก

กับปฏิบัติการลอบสังหารนายคิมจอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิมจอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ คาสนามบินในประเทศมาเลเซีย

ตามกระแสข่าวเป็นฝีมือสายลับสาวใช้เข็มอาบยาพิษเป็นอาวุธ

การเมืองใต้เผด็จการเกาหลีเหนือเล่นกันแรงถึงขั้นล่าสังหารข้ามชาติ

โดยความเหี้ยมเกรียม ดีกรีความดุดันโหดร้ายเทียบกับเงื่อนสถานการณ์ภายใต้อำนาจพิเศษของประเทศไทย นับว่ายังห่างไกลกันหลายขุม

เทียบกันแล้ว “เผด็จการทหารไทย” ดูไม่ดุไปเลย

ในอารมณ์สะท้อนจากพาดหัวข่าวการเมืองหนังสือพิมพ์ “น้องน้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ที่เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย บนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ออกอาการปลื้ม ชื่นชม “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช.เป็นคนตลก น่ารัก ใจดี อารมณ์ดี

ผู้นำทหารร่วมฉากอีเวนต์กับนางงาม

สไตล์การเมืองแบบไทยๆไม่ไล่ล่ากันถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย

อย่างดีก็บี้กันด้วยเหลี่ยมเกมกฎหมาย แบบที่ล่าสุดอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องโพสต์เฟซบุ๊กเหน็บกลับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นนัย ไม่เข้าใจว่านักกฎหมายใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและไว้วางใจจะใช้ความคิดของตนเองในการให้ข่าวเรื่องการจะยึดทรัพย์สินของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงหลักความเป็นธรรม

ทั้งๆที่รู้ว่าตัวของ “น้องปูคนสวย” ได้นำคดีไปอยู่ในระหว่างการขอทุเลาคำสั่งและรอผลการพิจารณาจากทางศาลปกครอง

ตามท้องเรื่องต่อเนื่องจากการเดินหน้า “ยึดทรัพย์” นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จากคดีทุจริตโครงการขายข้าวแบบจีทูจี โดยจังหวะ “นำร่อง” ไปถึงคิวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกัน

แต่ก็คงไม่หักดิบวันนี้วันพรุ่งนี้ คงต้องยื้ออีกหลายยก

เพราะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันในการบังคับคดีทางปกครอง ใครจะเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการก็ต้องระมัดระวัง

พลาดพลั้งอาจโดนย้อนศรทางกฎหมายได้

ไปๆมาๆ คนจะโดนยึดก็ “เครียด” คนที่จะเดินหน้ายึดก็ “เกร็ง”

คนที่เซ็งก็คือสายฮาร์ดคอที่ลุ้นจนเมื่อย เห็นแต่ “ตั้งท่า” ไม่ยอมหักดิบกันเสียที

ในจังหวะล้อไปกับโหมดปรองดองที่กำลังโหมโรงคึกคัก

ตามสัญลักษณ์ “มินิฮาร์ท” ที่พี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว. กลาโหม หัวหอกคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง กวักมือเรียกนักการเมืองกว่า 70 ค่ายเข้าร่วมวงชงสูตรปรองดอง

เหมาหมดพรรคเล็ก พรรคน้อย บางค่ายแทบไม่เคยได้ยินชื่อ

เรื่องของเรื่องที่ถูกจับจ้องจริงๆก็น่าจะเป็นค่ายใหญ่ในสถานะหัวขั้วขัดแย้ง

พวกที่มีฤทธิ์ก่อแรงป่วนได้

ตามคิวล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือรอบนอกกับแกนนำพรรค เตรียมส่งบัญชีคณะทำงานที่จะเข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นในคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองรวม 10 คน ตาม
กรอบที่ ป.ย.ป. ตั้งโจทย์ให้

โดยที่ “อภิสิทธิ์” จะนำทีมไปด้วยตัวเอง

กระนั้นก็ไม่วายมีเสียงเหน็บแนมกันเองภายใน ด่าพวกที่สวมเสื้อ 2 ตัว เล่นบทแกนนำม็อบ กปปส. แล้วยังมาเบียดแย่งโควตากรรมการในบัญชีของพรรค

ตามสภาพแท้จริง ประชาธิปัตย์กับ กปปส.ก็เป็นไผ่แตกกอไปแล้ว

แนวโน้มไม่ได้ปรองดองกันเองสักเท่าไหร่

เช่นเดียวกับสถานการณ์ของลูกข่าย “ทักษิณ” สภาพพรรคเพื่อไทยที่เป็นไผ่แยกกอกับทีมเสื้อแดง นปช. มีอาการแตกคอให้คนภายนอกได้เห็นเป็นระยะ

โดยสภาวะสนิมเนื้อในทีม “นายใหญ่” คงทำให้แรงแข็งขืนลดดีกรีลงไป

เผลอๆ ทหารอาจไม่ต้องออกแรงอะไรเลยก็ได้.

ทีมข่าวการเมือง

15 ก.พ. 2560 23:13 16 ก.พ. 2560 02:23 ไทยรัฐ