วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาถา "ประเทศมาก่อน"

หลังจากที่โหมโรงมาค่อนข้างจะยาวนาน ในที่สุดกระบวนการสร้างความปรองดองก็เปิดฉากแล้ว เมื่อคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เชิญผู้แทนพรรคการเมืองชุดแรกเข้าร่วมการพูดคุย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันแห่งความรัก นับเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ทุกพรรคทั้งที่เป็นคู่ขัดแย้ง และมิใช่คู่ขัดแย้ง ต่างยินดีร่วมเสวนา

ก่อนเปิดเวทีพูดคุยกันนัดแรก สองพรรคการเมืองใหญ่ได้เสนอแนะเรื่องที่น่าสนใจ นายจาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการและอนุกรรมการ ในกระบวนการปรองดอง มีผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้สนับสนุน คสช.มากเกินไป แต่ขาดผู้ที่เป็นกลาง (ทางการเมือง) และผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขความขัดแย้ง

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้าง รับฟังข้อมูลและความเห็นรอบด้าน ไม่ตั้งธงไว้ล่วงหน้า และเปิดเวทีให้ประชาชนมีส่วนร่วม ล้วนแต่เป็นข้อเสนอที่ควรรับฟัง เช่นข้อสังเกตที่ว่ามีคนของ คสช.มากเกินไป แต่ขาดกลุ่มผู้เป็นกลาง เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่ากองทัพเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองควรเป็นกรรมการตัดสินหรือไม่?

ส่วนวิธีการพูดคุยเพื่อความปรองดอง มีหลายองค์กรเคยศึกษาวิจัยและเสนอให้เริ่มต้นด้วยการพูดคุยฉันมิตร ที่เรียกว่า “สุนทรียสนทนา” ไม่โต้เถียงเพื่อเอาแพ้เอาชนะ หรือเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น มีกติกาการพูดคุย และมีคนกลางเป็นผู้ไกล่เกลี่ย การพูดคุยอาจจะเริ่มต้นจากระดับพรรค และขยายต่อไปถึงกลุ่มผู้สนับสนุน และประชาชนทั่วไป

การเปิดเวทีสร้างความปรองดอง นับเป็นโอกาสอันดี ที่พรรคการเมืองและนักการเมืองจะแสดงให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นว่า นักการเมืองที่มาจากเลือกตั้ง และอ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชนยึดถือหลักการ “ประเทศต้องมาก่อน” หรือหลักการ “ข้าฯและพรรคพวกต้องมาก่อน” ส่วนประเทศและประชาชนมาทีหลัง จะเห็นแก่ประเทศหรือส่วนตน?

ในช่วงเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา นักการเมืองกลายเป็นจำเลยของสังคม ในข้อหาฉกรรจ์อย่างน้อย 2 ข้อ ข้อแรก ถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเต็มบ้านเต็มเมือง ข้อหาที่สอง นักการเมืองถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง ไม่รู้จักคำว่า “แพ้” แต่มุ่งเอา “ชนะ” อย่างเดียว ในการช่วงชิง อำนาจ ถ้าแพ้ในสภาจะย้ายไปสู้ต่อบนท้องถนน

การเปิดเวทีปรองดอง เป็นโอกาสอันดีที่นักการเมืองจะได้แก้ข้อกล่าวหาด้วยการมุ่งมั่นร่วมกันขจัดความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีให้เป็นจริง ถึงแม้เวทีปรองดองจะยุติลง แต่จะต้องรักษาความปรองดองต่อไป โดยท่องคาถา “ประเทศต้องมาก่อน” แต่ถ้ายังคิดและทำตามแบบเดิมๆก็จะได้รับผลเหมือนเดิม และเป็นจำเลยเหมือนเดิม.

15 ก.พ. 2560 10:04 15 ก.พ. 2560 10:04 ไทยรัฐ