วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ไทรอยด์เป็นพิษ” อย่าคิดว่าไม่เป็นไร

จากบทความตอนที่แล้ว เราได้รู้จักหน้าที่และความสำคัญของต่อมไทรอยด์ไปกันแล้ว วันนี้คอลัมน์ “ศุกร์สุขภาพ” จะพาไปเจาะลึกถึงความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ว่ามีความรุนแรงและอันตรายต่อร่างกายเรามากแค่ไหน

“ต่อมไทรอยด์” เป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบต่อมไร้ท่อ อยู่ที่คอบริเวณใต้ลูกกระเดือก มีลักษณะคล้ายผีเสื้อกางปีกครอบอยู่ด้านหน้าของหลอดลม มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ระดับไขมันในเลือด อุณหภูมิของร่างกาย ระบบย่อยอาหาร การทำงานของกล้ามเนื้อ รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก โดยทั่วไปต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนออกมาในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป จะทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น มือสั่น น้ำหนักลด นอนไม่หลับ ประจำเดือนผิดปกติ ถ้าเป็นรุนแรงมาก จะมีอาการโคม่า ตัวเหลืองตาเหลือง อาจเกิดภาวะหัวใจวายและมีน้ำท่วมปอดได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า “ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ”



“ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ” พบบ่อยในผู้หญิงอายุระหว่าง 20-40 ปี หากใครมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด ซึ่งสาเหตุของภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่พบบ่อย ได้แก่

1. ไทรอยด์เกรฟ เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด เกิดจากภูมิต้านทานในร่างกายไปกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการคอพอก หรือบางคนจะมีตาโปนร่วมด้วย เนื่องจากเนื้อเยื่อตามีความคล้ายคลึงกับต่อมไทรอยด์ เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น จึงไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณหลังลูกตาหนาตัวและดันลูกตามาข้างหน้า

2. คอพอกชนิดมีก้อนและไทรอยด์เป็นพิษ เกิดจากการที่คอพอกมีการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป บางคนมีก้อนขนาดใหญ่มากกว่า 3 เซนติเมตร



3. ไทรอยด์อักเสบ เกิดจากการอักเสบ และทำให้มีการปล่อยฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาในกระแสเลือด มักเป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 1-2 เดือน บางรายมีอาการไข้นำมาก่อน มีอาการกดเจ็บที่ต่อมไทรอยด์

4. ยา ได้แก่ การกินฮอร์โมนไทรอยด์เกินขนาด หรือนำไปรักษาในทางที่ผิด เช่น ลดน้ำหนัก รวมถึงการได้รับยาที่มีไอโอดีนสูง

5. การตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก ทำให้มีภาวะฮอร์โมนบีต้า เอสซีจีมาก ส่งผลให้ไทรอยด์เป็นพิษ

6. อื่นๆ กล่าวคือ เนื้องอกจากต่อมใต้สมองผลิตฮอร์โมนทีเอสเอช (TSH) กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น
แม้ว่าไทรอยด์เป็นพิษจะเป็นโรคที่รักษาได้ผลดี แต่ถ้าปล่อยไว้ และไม่ได้รับการรักษา จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้

แนวทางการรักษา

@ กินยา เพื่อยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ การกินยาต้องกินวันละ 2-3 ครั้ง เวลาใดก็ได้ แต่ขอให้เป็นเวลาเดียวกันของทุกวัน ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ซึ่งยาดังกล่าวมีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น คลื่นไส้อาเจียน ผื่นแพ้ ลมพิษ ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆ ที่พบน้อยมากแต่เป็นอันตราย คือ ทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำ อย่างไรก็ดี หากกินยาแล้วมีไข้ เจ็บคอ ควรตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีเม็ดเลือดขาวต่ำหรือไม่ หากมีอาการอื่นๆ ที่รุนแรงควรรีบหยุดยาแล้วมาพบแพทย์ทันที

@ ไอโอดีนรังสี จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยกินยาแล้วไม่ได้ผล ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะทำให้หายขาด เพราะไอโอดีนเป็นรังสีที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ มีฤทธิ์ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง โดยใช้ขนาดยาน้อยและออกฤทธิ์เฉพาะที่ต่อมไทรอยด์ อีกทั้ง ยังไม่มีผลตกค้างในร่างกาย แต่ห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์และเด็กเล็ก

การรักษาด้วยไอโอดีนรังสีนี้ จะแตกต่างจากที่ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ นั่นคือไม่ต้องนอนในโรงพยาบาล ซึ่งขนาดยาที่ให้จะน้อยกว่าการรักษามะเร็งประมาณ 10-30 เท่า ผู้ป่วยจึงสามารถกลับบ้านได้ โดยที่คนรอบข้างไม่ได้รับอันตรายจากรังสี แม้ว่ารังสีจะไม่ได้มีปริมาณมาก แต่เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรนอนแยกห้องหรือเตียงจากคนอื่นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ใช้อุปกรณ์การกินต่างๆ ของตัวเอง ดื่มน้ำมากๆ และราดน้ำมากๆ หลังปัสสาวะ อุจจาระ รวมถึงไม่ควรอุ้มเด็กเล็ก และอยู่ห่างจากหญิงตั้งครรภ์

@ การผ่าตัด เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหายขาด แต่มีข้อดีกว่าคือ สามารถลดขนาดก้อนและหายจากโรคได้ดีกว่า ส่วนข้อเสียคือ มีค่าใช้จ่ายแพงกว่า ต้องนอนโรงพยาบาล และมีแผลเป็นที่คอ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ก็ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้มีสุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้เท่าทัน “โรคไทรอยด์”

_______________________________________________

แหล่งข้อมูลและภาพประกอบ
พญ. ชุตินธร ศรีพระประแดง. 2557. โรคไทรอยด์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : บริษัท ออฟเซ็ทพลัส
จำกัด.

จากบทความตอนที่แล้ว เราได้รู้จักหน้าที่และความสำคัญของต่อมไทรอยด์ไปกันแล้ว วันนี้คอลัมน์ “ศุกร์สุขภาพ” จะพาไปเจาะลึกถึงความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ว่ามีความรุนแรงและอันตรายต่อร่างกายเรามากแค่ไหน 14 ก.พ. 2560 12:06 16 ก.พ. 2560 15:00 ไทยรัฐ