วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถามตรงๆ กับ “ซีอีโอ เอพี” อนุพงษ์ อัศวโภคิน 26 ปีธุรกิจบ้าน-คอนโด

เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ "เสี่ยเล็ก-อนุพงษ์ อัศวโภคิน" ซีอีโออารมณ์ดีของ "บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)" เจ้าของแห่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับ 4 ของไทยและยืนหยัดมาได้ถึง 26 ปี

ทั้งนี้ ซีอีโอเอพี มีบทพิสูจน์ถึงฝีไม้ลายมือนำธุรกิจผ่านช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งมาได้ และประสบความสำเร็จด้วยลำแข้งของตัวเองสร้างอาณาจักรธุรกิจคนละแห่งกับพี่ชายแท้ๆ "อนันต์ อัศวโภคิน" เจ้าของบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำแลนด์แอนด์เฮ้าส์และห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง โดยไม่ต้องพึ่งพาร่มเงาของพี่ชาย

อะไรทำให้เอพีผ่านวิกฤติต้มยำกุ้งและประสบความสำเร็จในธุรกิจมาได้จนถึงวันนี้ ตลอดจนอีกหลายคำถาม ซึ่งเชื่อว่า ผู้อ่านและผู้ซื้อบ้าน ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม และคอนโด หลายท่านอยากฟังคำตอบเชิญอ่านโดยพลัน...

"เอพี" เข้าสู่ 26 ปี เป็นมาอย่างไร?

เอพีเร่ิมจากการเป็นพาร์ทเนอร์กันกับคุณพิเชษฐ วิภวศุภกร กรรมการผู้อำนวยการเอพี (อดีตผู้บุกเบิกบริษัทหลักทรัพย์เอกธำรง) ข้อดีของบริษัทฯ เริ่มจากการเป็นหุ้นส่วนของกันและกัน ขณะนั้น ตนเป็นลูกชายของแม่ (เพียงใจ หาญพาณิชย์) ก็โดนเตะออกมาในฐานะลูกคนสุดท้องต้องมาหาอะไรทำเอง เพราะพี่ชาย (อนันต์ อัศวโภคิน) ก็ทำธุรกิจอสังหาฯ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จึงมาทำธุรกิจของตัวเองนั่นก็คือ เอพี ในทุกวันนี้

แม่จะสอนให้ลูกยืนได้ด้วยตัวเองก็ออกมาทำ มีพาร์ทเนอร์คือ คุณพิเชษฐ โดยอย่างหนึ่งที่เรายึดถือทำมาตลอด 25 ปี คือ ต้องหาความแตกต่างให้เจอจากสิ่งที่เป็นอยู่แล้วพยายามสร้างความแตกต่าง ซึ่งเอพีทำทาวน์โฮมรายแรก ทำคอนโดติดรถไฟฟ้าเจ้าแรก ส่งมอบโครงการไปแล้วกว่า 2 ล้านตารางเมตร ตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจ วันนี้เรามีพาร์ทเนอร์กับญี่ปุ่น สร้างอะคาเดมี่สถาบันการเรียนรู้ครบวงจรสอนคน เหล่านี้ คือความแตกต่างที่ทำตลอด

ทั้งนี้ ในธุรกิจต้องหาความแตกต่าง แต่ต้องเป็นความแตกต่างที่ลูกค้าได้ประโยชน์ ไม่ใช่ความแตกต่างที่เป็นสีสันทางการตลาดอย่างเดียว ลูกค้าต้องได้ประโยชน์

ปีที่ 26 นี้ จะเห็นอะไรใหม่ๆ จากเอพีบ้าง?

เอพีมีอะไรใหม่ๆ ทุกปี ยกตัวอย่างเมื่อปีที่แล้วไปเป็นสปอนเซอร์ให้การประชุมสัมมนาที่แสตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา เรื่องดิจิตอลคอมมูนิตี้ แล้วก็ส่งคนไปร่วมและนำสิ่งที่เห็นที่เรียนรู้กลับมาพัฒนาต่อยอดทั้งในองค์กรและธุรกิจ

ยกตัวอย่างวันนี้ เรื่องไอโอที(อินเทอร์เน็ตออฟ ธิงส์) ซึ่งทุกรายวิ่งไปที่อีควิปเม้นท์ (อุปกรณ์) แต่ลืมไปอย่างหรือเปล่าว่า คอนโดวันนี้ เห็นอีควิปเม้นท์ทันสมัย แต่อีก 3 ปีจากนี้ ล้าสมัย วันที่ส่งมอบเอาไหมมือถือ สร้างวันนี้ อีก 3 ปี ล้าสมัย เวลาที่ไปเรียนมาสิ่งที่เราได้กลับมาคือ อีควิปเม้นท์คือโมดูล่า แต่สิ่งที่จะต้องทำให้ลูกค้าคือ อินฟราสตรัคเจอร์ (โครงสร้างพื้นฐาน)    

ตึกที่เห็นของเอพีวันนี้ เริ่มใส่ไฟเบอร์ออฟติก เพราะอะไรเพราะถ้าเป็นสายทองแดงวิ่งไฟเบอร์ออฟติกมาข้างนอกก็ติด สมัยก่อนก็มีไฟเบอร์ออฟติก แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการเรื่องพวกนี้ทำให้ อะไรตายรู้ไหมลูกค้าใช้ยี่ห้ออื่นไม่ได้ เช่น อินเทอร์เน็ต เป็นต้น รายไหนลากไฟเบอร์ออฟติกก็ต้องใช้ยี่ห้อนั้นๆ ดังนั้น ตัวเลือกของลูกค้าต้องมี เอพีจึงยอมจ่ายเงินทำไฟเบอร์ออฟติกเองทั่วทั้งตึก ลูกค้าอยากจะใช้อินเทอร์เน็ตรายไหนต้องมีตัวเลือก ตรงนี้ คือ สิ่งที่เรียนรู้มา คือ เราต้องเตรียมอินฟราสตรัคเจอร์ข้างในให้พร้อม

ดีไซน์ห้องเราก็ดีไซน์ใหม่ มานั่งดูเรื่องของส่วนกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของมาร์เก็ตติ้งเคลมเป็นส่วนใหญ่ มานั่งดูโคเวิร์คกิ้งสเปซ (พื้นที่ใช้สอบส่วนกลางร่วมกัน) ว่า อะไรคือ โคเวิร์คกิ้งสเปซจริงๆ ไปที่นั่นแล้วนั่งศึกษาว่า วันนี้ ชีวิตคนรุ่นใหม่โคเวิร์คกิ้งสเปซคือ มีสถานที่ทำงาน อินเทอร์เน็ตเร็วแรง มีความเป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ สิ่งที่เราดีไซน์ใหม่เรียกว่า เทคโนบูท นั่นคือ พื้นที่สาธารณะที่มีความเป็นส่วนตัว ทำงานได้ ทำงานเป็นกลุ่มได้ โดยเอพีพยายามหา พยายามเข้าใจลูกค้าว่า ใครมาอยู่กับเราแล้วต้องการอะไร

ดูเหมือนธุรกิจอสังหาฯ ซบเซา หรือ ส่อวิกฤติ แต่เอพีเคยผ่านวิกฤติปี 2540 มาแล้ว ผ่านมาได้อย่างไร?

เมื่อวิกฤติปี 2540 ที่เอพีผ่านมาได้ อันแรกคือ ต้องออนเนอร์คู่ค้าทั้งหมด รวมทั้งแบงก์ อย่าริอาจไปชักดาบ ซึ่งเมื่อครั้งปี 2540 ไม่เคยชักดาบใคร กัดฟันจ่ายดอกเบี้ย 24% ก็จ่ายมาแล้ว และจ่ายทุกงวด ต้องออนเนอร์คู่ค้า ต้องออนเนอร์พาร์ทเนอร์ทั้งหมด

ข้อสองต้องขายของจริงไม่ใช่ขายการตลาด ถ้าจำกันไม่ผิดเมื่อครั้งปี 2540 วงการมีขายทาวน์เฮาส์ดาวน์ 36 งวด แต่ทาวน์เฮาส์สร้างเสร็จใน 6 เดือน ซึ่งเดี๋ยวนี้คงไม่เกิดแล้ว โดยต้องมีวินัย อย่าเห็นโอกาสแล้วใช้เงินจนเปลือง ต้องนั่งดูว่า กำลังตัวเองแค่ไหน เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ เรารักษาวินัยทางด้านการเงิน ดูแลหนี้สินสุทธิต่อทุนที่อัตรา 1 มาตลอด จังหวะไม่ดีที่ดินสวยให้ตายยังไงก็ไม่ซื้อ ที่กล่าวมาทั้งหมดยึดแนวนี้ มาตลอด ดูได้เลยหนี้สินสุทธิต่อทุนของเอพีตั้งแต่เมื่อปี 2540 เป็นต้นมาอยู่ที่อัตรา 1 ตลอด ปีไหนที่ขยับเกินอัตรา 1 จะเห็นปีถัดไปต้องลงมาอัตราต่ำวินัยทางการเงินต้องมี คือ อสังหาฯ ถ้าโลภแล้วพัง ใช้คำนี้ดีกว่าว่า อย่าโลภ

กุญแจความสำเร็จธุรกิจคืออะไร และมีหลักอย่างไร?

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องของการให้โอกาสคน เอพีให้โอกาสกับคน เราสร้างคนแล้วสุดท้ายคนจะมาสร้างเรา ซึ่งตนลงทุนเรื่องการสร้างคนในอะคาเดมี่มหาศาล สร้างคนต้องไม่ย่อท้อ เห็นทุนเล่าเรียนหลวงแต่ละอันไปแล้วบางคนก็ไม่กลับมาคืนในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านก็ไม่เห็นทรงว่าอะไรสักคำ แต่สุดท้ายก็ต้องสร้างคน บริษัทก็เช่นกัน คือ อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคน

มีอยู่ช่วงหนึ่งเวลาเอพีเติบโตเร็วมาก ซึ่งเวลาเราโตมากๆ ต้องดึงคนจากบริษัทนั้นบริษัทนี้ มา แต่ในวันนี้ เราสร้างคนเอง ซึ่งในกรณีคนลาออกก็เอาคนใหม่ขึ้นมาแทนทำให้คนที่อยู่กับเรามีคาเรียพาร์ท (เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ) ที่ดี และจะได้มีความรู้สึกว่า อยู่เอพีแล้วมีคาเรียพาร์ท

ลงทุนสร้างทีมโค้ชสอนเซลส์เอง มุ่งมั่นสร้างคน?

ใช่ เซลส์ของเอพีต้องเข้าห้องเรียน เราเป็นบริษัทแรกที่สอนการขายเสร็จลงไปทำงานแล้วยังมีโค้ชไปนั่งประจำอยู่ไซต์งานคอยสอนเซลส์ เพื่อการบริการที่ดี มีมาตรฐาน ลูกค้าได้รับบริการดีที่สุดและเกิดความประทับใจ

เรามีทีมโค้ชเองประมาณ 10 คน โดยจะประกบแต่ละทีมเซลส์ โค้ชจะมีหน้าที่ (อย่าหัวเราะนะครับ) แบบว่า แต่ละโครงการจะเขียนมาเลยว่า สคริปต์การขายคืออะไร น้องเซลส์เข้ามาก็จะมาดูเลยว่าจะขายยังไง ต้อนรับลูกค้ายังไงและดูแลตอบข้อซักถามลูกค้าอย่างไร ซึ่งโค้ชจะต้องลงไปหน้างานเลยไปนั่งให้คำปรึกษาใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมา ไม่ใช่เพียงด้านการขายอย่างเดียว รวมถึงด้านการก่อสร้างด้วย โค้ชของงานก่อสร้างต้องลงไปหน้างานหากเมื่อทีมงานพบปัญหาก็จะสอนเลยโค้ชจะลงไปดู ทั้งนี้นอกจากในห้องเรียนแล้วโค้ชแต่ละส่วนจะตามลงไปประกบหน้างานด้วย เราเป็นบริษัทแรกที่มีระบบนี้ อันนี้เป้นส่วนหนึ่งของการสร้างคน

ส่วนการโอเพ่นเฮาส์นักศึกษานั้น เมื่อปีที่ผ่านมา มี 10 กว่าคนที่มาเรียนกับเรา จากนั้น ผ่านการคัดเลือกส่ง 3 คน ไปศึกษาดูงานประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่หวังว่านักศึกษาเหล่านี้ จะมาทำงานในวันนี้ เพราะน้องก็ยังอยากศึกษาต่อ แต่มีอยู่ 1 คน มาทำงานกับเราแล้วยังไม่จบเลยแต่ขอทำงานด้วย ตรงนี้ ก็เป็นอีกตัวอย่าง ก็เอาสิ มาเลย ยินดีต้อนรับ ซึ่งสุดท้ายเขาอาจจะไปเรียนต่อ หรืออยู่สักพักอาจจะส่งเรียน

เชื่อว่า การสร้างคนเป็นอะไรที่เราต้องทำ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ต้องทำ แล้วเวลาสร้างคน คนคนนั้น คือคนเอพี รู้จักเอพีดีทั้งภายนอกภายใน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวในการสอนงาน เวลาเรารับคนใหม่เวลาที่คนใหม่จะเข้าใจงานต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี

อะคาเดมี่เอพีทำมาแล้ว 4-5 ปีหมดเงินไปประมาณ 200-300 ล้านบาท แต่ก็ทำต่อเนื่องมีความสุขได้เห็นเด็กปั้นเด็กขึ้นมาเข้ามาในวงการอสังหาฯ ได้ก็รู้สึกดี

มองกรณีเกิดปัญหากับลูกค้า หรือ บ้านมีปัญหา เช่น ทรุด ร้าว แล้วต้องเข้าไปแก้ไขแบบไหน?

เอพีเป็นบริษัทเดียวที่กันงบสำหรับปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่ตามกระทู้เว็บไซต์พันทิป แต่เป็นระบบปกติ ซึ่งบางกรณีที่หลุดเข้าไปเว็บไซต์พันทิป เพราะว่าระบบทุกระบบต้องจูน เรามีคอลเซ็นเตอร์ คนที่อยู่คอลเซ็นเตอร์มากกว่า 10 คน นอกจากนั้น ยังมีทีมเรียกว่า ฟิกซ์ซิต เป็นทีมที่วิ่งออกไปหน้างานเพื่อไปดูปัญหากับลูกค้า แล้วเวลากลับมาหลายครั้งที่พบ ซึ่งต้องเข้าใจว่า คนของเอพีเยอะมาก บางครั้งหน้างานคุยกับลูกค้า คนเราเดี๋ยวนี้ บางทีกระทบกระทั่งกันแล้วโกรธเมื่อโกรธเสร็จมาจะมีอารมณ์ แต่บทสรุปจะสังเกตว่า เอพีเข้าไปแอ็คชั่นปัญหาแล้วก็แก้ไขจบพอใจกันทุกฝ่าย

เราเป็นบริษัทเดียวที่ยอดขายเท่าไรก็ตาม แต่ 1% ถูกกันสำรองไว้สำหรับแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ เพราะว่า ต่อให้ทำสินค้าให้ดีให้ตายยังก็ต้องเผื่อไว้ว่า จะมีปัญหาตลอดเวลา ไม่มีถูกใจ 100% หรือ ผู้รับเหมาอาจจะไม่ใช่ 100% ที่เก่ง หรือ บางที่เราไปพบในสภาพไซต์งาน ไม่เช่นนั้น ไม่รู้เลยว่า มีแบบนี้ด้วย ขนาดว่า ทุกไซต์งานก่อนจะทำงานมีการเจาะดินสำรวจ แต่บางทีไปเจาะดินพรุนทั้งไซต์งานไม่ได้

ยกตัวอย่างไซต์งานแห่งหนึ่งมีพื้นที่ 20 ไร่ เจาะหลุมสำรวจ 400 หลุม ย่อมเป็นไปไม่ได้ บางโซนเราเจาะหลุ่มตัวอย่างอาจจะมีหลุดไปบ้าง แต่ถ้าพบว่า เป็นปัญหาเราต้องรับผิดชอบ ไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบ อันนี้ กล้าพูดได้เลยว่า ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ เข้าไปแก้ ปัญหาในอดีตต่างๆ ที่มีวันนี้เข้าไปแก้จบเกือบทุกกรณี

การที่เอพีตั้งสำรองงบพวกนี้ ไว้ทำให้เราดูความเป็นจริงว่า อะไรที่ต้องทำ ก็มีที่ไม่ทำ ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกเคสทุกปัญหาที่รับหมด บางกรณีไม่ใช่ปัญหาจากเราก็ไม่รับ ต้องเข้าใจเจ้าของโครงการในอีกมุมหนึ่งด้วยว่า เป็นไปไม่ได้ที่ข้อบกพร่องเกิดจากเจ้าของโครงการทั้งหมด มีรายละเอียดต่างๆ มาเกี่ยวข้องมากพอสมควรในแต่ละกรณี แต่เวลาเกิดปัญหาสำหรับเอพีเองใช้งบพวกนี้ไปดูแลแก้ปัญหาลูกค้าโดยไม่ต้องกังวลว่า แล้วกำไรจะแย่ไหม เพราะตั้งสำรองไว้อยู่แล้วจะมีหรือไม่มี ตั้งสำรอง 1%  ตลอด

ยังตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นไปเป็นอันดับที่ 3 ในธุรกิจ?

เอพีตั้งเป้าให้เป็น 1 ใน 3 ในธุรกิจอสังหาฯ ไทยให้ได้ ส่วนจะภายในปีนี้ หรือเปล่า แล้วแต่มุมมองไหนว่า ใกล้เคียงแล้วหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ 100% แต่ต้องเป็น 1 ใน 3 บริษัทอสังหาฯใหญ่ที่สุดในไทยให้ได้ยังพยายามอยู่

สำหรับแผนธุรกิจของเอพีในปี 2560 นั้น จะใช้กลยุทธ์คิดและสร้างความแตกต่าง หรือ AP THINK DIFFERENT เน้นย้ำจุดแข็งในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์และการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย รวมถึงวิสัยทัศน์แบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาบุคลากรคุณภาพสู่วงการอสังหาฯ
ไทย

ปี 2560 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 20 โครงการ มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท แยกเป็นแนวราบ 17 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาทและทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท และกลุ่มคอนโดมิเนียม จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับในไตรมาส 1 นี้ เตรียมจะเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ 1. พลีโน่ บางใหญ่ ทาวน์โฮม 2 ชั้น ฟังก์ชันใหม่ จำนวน 350 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 980 ล้านบาท และ 2. พลีโน่ สุขสวัสดิ์ 497 ยูนิต มูลค่า 1,496 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการประกอบด้วยทาวน์โฮม 2 ชั้น ฟังก์ชันใหม่ และบ้านแฝด 2 ชั้น ฟังก์ชันใหม่ ส่วนอีก 1 โครงการ จะเป็นการพัฒนาเฟสต่อเนื่องจากปีที่แล้วคือ บ้านกลางเมือง คลาสเซ่ เอกมัย-รามอินทรา เฟส 2 เป็น SUPER LUXURY VILLA Series ใหม่ หลังจากเฟสแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2559 ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

มีอะไรฝากถึงผู้อ่าน ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านของเอพี และผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยหรือไม่ อย่างไร?

วันนี้ บอกกับประชาชน หรือ ผู้บริโภคอย่างนี้ ดีกว่าไม่ว่า ผู้พัฒนาอสังหาฯ จะพูดว่าโครงการดีอะไรยังไงก็ตาม ข่าวที่ออกมาทุกคนจะมองว่า ปีนี้เหนื่อย อันนี้ ยอมรับความจริงกันดีไหม ถ้ามานั่งคุยกันว่าดีมากตลาดสดใสมากตนว่า ไม่จริง แต่ตลาดก็ไม่ได้เลวมาก ขณะเดียวกันเป็นโอกาสที่ผู้บริโภคจะได้ซื้อของดี เป็นโอกาสที่นักพัฒนาอสังหาฯ ตัวจริง ต้องพยายามหาของที่ดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น ให้ลูกค้าเสมอ แต่ปีนี้ เป็นเวลาที่แข่งขันกัน ลูกค้าจะได้ของดีในราคาที่ใช่ ปีนี้ คิดว่าแบบนี้.       

เรื่องเล่าความสำเร็จ 

เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ "เสี่ยเล็ก-อนุพงษ์ อัศวโภคิน" ซีอีโออารมณ์ดีของ... 11 ก.พ. 2560 11:10 16 มี.ค. 2560 13:24 ไทยรัฐ