วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟังเต็มๆ ไทด์ เอกพันธ์ เผยชนวนหย่าเมีย จบรัก 12 ปีวอนอย่ารั้ง (ชมคลิป)

หลังจากมีข่าวเลิกราหย่าร้างกับภรรยา สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ กับภรรยาสาวนอกวงการ ยุ้ย คนึงนิจ ศิริพงษ์ปรีดา พี่สาวของอดีตนางเอก นิ้ง กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา ล่าสุด ไทด์ เอกพันธ์ ได้ออกมาเปิดใจในงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง นายทองดีฟันขาว โดยเจ้าตัวรับว่าเตรียมหย่าเมีย 13 ก.พ.นี้ เผยแยกกันอยู่มา 3 ปี เรื่องมีมือที่สามไม่ขอนำคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ต้องยอมรับความจริง รั้งตนไปก็ไม่มีประโยชน์

“ชีวิตครอบครัวก็มีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าไม่ประสบความสำเร็จจากอะไร มันมีเรื่องราวมากมาย ครอบครัวเราตอนที่ยังหวานชื่น น่ารัก ผมก็ยังประทับใจและไม่ลืมเลือน แต่มาจุดหนึ่งก็เริ่มหมางเมินและเย็นชา เหมือนใครคนหนึ่งไม่สำคัญ พอมีจุดนี้เกิดขึ้นมา การแหนงหน่าย หมดใจ มันก็เริ่มมีมาละ เป็นอย่างนี้มา 3 ปี มีครั้งนึงเราจะแยกกันละเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมาเคลียร์ให้ ก็โอเคเคลียร์จบ แต่อยู่มาได้ 1 ปีก็มีความรู้สึกเดิมเกิดขึ้นมา พอมีความรู้สึกเดิมเกิดขึ้น เราก็รู้สึกว่ามันหมดใจกันแล้วเหรอ ที่จะมาต่อให้มันเหมือนเดิม เราถามตัวเอง ปีหนึ่งผ่านไป สองปีผ่านไป มันไม่กลับมาแล้ว เราก็รอให้ลูกๆ อายุโตขึ้น เราจะได้อธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟังถ้าเกิดเขาเข้าใจยอมรับได้ ก็จะลุกขึ้นมาขอใช้ชีวิตใครชีวิตมัน แต่ลูกเราก็ดูแล

คือทุกครอบครัวผมก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้ว เราสองคนสามีภรรยารู้เท่านั้นว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับครอบครัว อย่าไปถามคนอื่น อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้องวุ่นวาย เราสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้น ผมพูดไปสมมติเขาเหมือนกำลังจะหย่า กำลังจะพร้อมแล้ว พอดีมันมีเรื่องราวเหมือนผมไปมีมือที่สาม ทีนี้เรื่องราวก็เหมือนจะยืดยาว แต่ทุกอย่างคิดว่าไม่นานน่าจะเคลียร์กันได้ลงตัว ผมว่าเอาความจริงมาพูดกันดีกว่า อย่าเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมในครอบครัวเรา ให้เขารับความจริงว่าครอบครัวเราแยกกันอยู่ คือแยกกันนอนมาเกือบ 3 ปีแล้ว

บางครั้งนอนด้วยกันแต่ไม่มีอะไรกัน ไม่มีเพศสัมพันธ์กันมาเกือบ 3 ปี  บางครั้งต้องนอนเตียงกันเพราะลูกอยู่ด้วยกัน คือจะทำให้ลูกรู้ว่าพ่อกับแม่ยังรักกันอยู่ ลูกเขาคอยดูกันอยู่ว่าพ่อแม่เล่นละครกันอยู่หรือเปล่า จนสุดท้ายวันหนึ่ง ผมเป็นคนบอกเขาว่าเราแยกทางกันดีกว่า เราต้องลุกขึ้นมาเพราะเราอธิบายให้ลูกฟังแล้วลูกโอเค ถ้าพ่อมีความสุข หนูยอมรับได้ ไม่อยากให้พ่อเป็นแบบนี้ วันๆ ทำงานแล้วก็หน้าเครียดตลอดเวลา ถ้าเกิดพ่อมีความสุข ลูกก็โอเค ก็เลยมีวันนี้เกิดขึ้นมาขอแยกทางกับภรรยา

มันประจวบเหมาะพอดีว่า วันนี้เราบอกเขาว่าเราแยกทางกันดีกว่า เราเลิกกันดีกว่า เผื่อเขาจะไปเจอใครที่ดีกว่านี้ เราอาจจะไปเจอใครที่ดีกว่า ก็ประจวบเหมาะกับจากนั้นอีกอาทิตย์หนึ่งก็ไปเจอคนหนึ่งแล้วชอบพอ คุยกันแล้วก็ชอบกันเฉยๆ มันก็เลยรู้ไปถึงหูเขา ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราว จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย ผมบริสุทธิ์ใจ เพราะเกือบ 3 ปีมาแล้วที่ผมไม่มีอะไรเลยกับภรรยา ถ้าเกิดจะคบใครคนใดคนหนึ่งต้องให้เกียรติทั้งสองฝ่าย ต้องบอกทางนี้ว่าขอเลิก ต้องบอกคนนี้ว่าเราแยกกันอยู่ เราต้องชัดเจนไม่ใช่คลุมเครือ เดี๋ยวทางนี้บ้างเดี๋ยวทางนั้นบ้าง หลอกกันไปหลอกกันมา ขอเลิกก็คือขอเลิก"

แล้วลูกรับได้เหรอ?
"รับได้ครับแฮปปี้ ก็โอเคนะ เขาก็บอกแล้วว่า ถ้าพ่อมีความสุข พวกเราทุกคนก็ร่วมมีความสุขกับพ่อ ไม่อยากให้พ่อต้องมาเครียดแบบนี้แล้ว"

แสดงว่าสาเหตุหลักคืออยู่กันไปนานๆ แล้วความรักก็จืดจางลง ไม่มีความสุขแล้ว?

"ถูกต้องครับ เป็นเพราะผมเองทำงานทุกวัน ละคร 5 เรื่อง พิธีกร 5 รายการ จนไม่มีเวลาให้เขาจนเขาอาจจะงอน แล้วเราก็ไม่มีเวลาให้ไปง้อเขา พอไม่มีเวลาง้อ เขาก็เหมือนกับโอเคงั้นก็ต่างคนต่างอยู่ มันเป็นอย่างนี้มาตลอด บางทีผมกลับมาบ้านก็อยากมีกำลังใจ เอาน้ำสักแก้วหนึ่งมาให้ดื่ม กลับมาตีสองตีสามมาถามว่าหิวมั้ยสักคำก็ไม่มี มันก็เหมือนต่างคนต่างอยู่ จนวันหนึ่งเขาก็ขอแยกที่นอน ไปนอนข้างล่างผมก็เริ่มมีความรู้สึกละ เราก็รู้สึกว่าไม่ได้ละ ผมก็ขอเอาตัวออกจากตรงนั้นมาอยู่อีกบ้านหนึ่ง แต่เสาร์อาทิตย์เราก็มาเจอกันเพื่อลูก"

แล้วตอนนี้ตัดสินใจกันอย่างไร?

"ลูกอยู่กับแม่ 4 วันอยู่กับผม 3 วัน ตัดสินใจว่าจะหย่ากันเมื่อ ธ.ค.ปีที่แล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้หย่าเป็นลายลักษณ์อักษร แต่พี่กำลังดำเนินการทำเรื่องหย่า เขาเริ่มที่จะรู้แล้วว่าไม่รู้จะรั้งผมไว้ทำไม ถ้าเกิดรั้งไว้ สมมติถ้าผมไม่ได้อะไรกับผู้หญิงอีกคนผมจะกลับมามั้ย ชีวิตเราก็ไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ยังไงก็แยกกันอยู่ๆ แล้ว ก็บอกเขาว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรที่จะรั้งผมไว้ เมื่อ 2-3 วันเขาเพิ่งคิดได้มั้งครับ ฝากบอกลูกมาว่าเขาพร้อมแล้วให้ผมดำเนินการ เรื่องทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สินอะไรต่างๆ ที่ผมจะให้เขา เขาพร้อมที่จะหย่าให้เลย ก็ถือว่าเป็นข่าวดีครับ"

ใจหายมั้ย ต้องหย่าจริงๆ?
"ก็หายนะครับ เพราะอยู่กันมา 12 ปีกว่าๆ ก็ใจหายทุกคนแหละ ก็ภาวนาให้ชีวิตเขาเจริญรุ่งเรือง เจอคนที่รักเขา มีเวลาให้เขา ผมบอกแล้วว่านักแสดงเรื่องเวลาสำคัญมาก ถ้าใครอยู่กับนักแสดงได้ ต้องบอกว่าคนนั้นโชคดีมากที่ใช้ชีวิตกับนักแสดงได้ แต่ก็มีแหละบางคู่เขาอยู่กันยืด เพราะเขาไปไหนมาไหนเกี่ยวก้อยกันไปตลอด แต่ถ้าสามีไปถ่ายหนังถ่ายละคร ภรรยาอยู่บ้าน รับรองรับอีกไม่นาน คู่เก่าๆ ที่เขาอยู่กันยืดเพราะเขาไปไหนมาด้วยตลอด เกี่ยวก้อยตลอด”

วางไว้ว่าจะจบเรื่องราวเมื่อไร?
"คิดว่าน่าจะเป็น 13 ก.พ.นี้ ก่อนวาเลนไทน์ (หัวเราะ)"

ใจร้ายไปหรือเปล่าก่อนวาเลนไทน์?
"(ยิ้มแหะๆ) บอกลูกไปนะ ไม่ได้บอกกับเขา ว่าถ้าเกิดวันจันทร์พ่อไม่มีถ่ายละคร จะนัดทำทุกอย่างให้พร้อมเสร็จวันนั้น"

เหมือนไม่กล้าคุยกับภรรยาหรือเปล่า
"เคยคุยกับเขา แต่เขาไม่รับสาย ก็เลยเขาคงไม่พร้อมจะคุยกับเรา เขาก็ผ่านลูกมาหาเรา เราก็ผ่านลูกไปหาเขา ลูกก็น่ารักมากเป็นสื่อกลาง เขาอะไรก็ได้ ถ้าวันจันทร์นี้ (13 ก.พ.) ผมไม่ติดอะไร ทุกอย่างก็น่าจะจบวันนั้น"

จากครั้งนี้จบด้วยดีมั้ย
"ก็เป็นเพื่อนกัน เขาก็ไม่มีอะไรเสียหาย เขาไม่มีความผิดอะไร ด้วยเวลาที่ห่างกัน ในเมื่ออยู่กันไม่ได้ ก็แยกกันเท่านั้นเอง"

โซเชียลค่อนข้างต่อว่าเรา
"ผมไม่ได้โกรธนะ แต่อยากให้โซเชียลฟังความสองฝ่าย บางครั้งฝ่ายนู้น เขาเอาภาพเก่าๆ อะไรต่างๆ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้เห็นว่าเราทั้งคู่ยังรักกันอยู่ ไปนู่นนี้ด้วยกัน คือจะทำให้ภาพพจน์ผมเสียว่า เห้ย คุณยังอยู่กับภรรยา ยังรักกันอยู่นี่ ยังมีความสุขรักกันอยู่ เห้ย แล้วทำไมมาอยู่กับคนอื่นบอกว่าจะหย่า คนอื่นที่ไม่เข้าใจก็ประณามผม คือผมอ่านแล้วไม่ได้โกรธนะ ผมคิดว่าสักวันผมจะมีโอกาสได้พูด ว่าชีวิตครอบครัวไม่มีใครรู้ไปกว่าสามีภรรยาหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ได้อยู่กับผมและภรรยาผม คุณอย่าเอาข้อมูลมาคิดมโนไปเองว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ แม้แต่ญาติของเขาเอารูปมาดูว่า เห้ย จะไปกินข้าวกันอยู่เลยเพื่อจะช่วยพี่สาวเขา ผมก็บอกว่ารูปนี้มันถ่ายเมื่อไร รูปนี้ที่ผมไปเขาก็ขอร้องให้ผมไป ผมไม่ได้อยากไป ตอนนั้นเราแยกกันอยู่แล้ว เราไปเพื่อให้เกียรติครอบครัวเขาเท่านั้นเอง"

จบกันด้วยดีเนอะ
"ด้วยดีครับ ขอบคุณเขาที่ให้เกียรติมาหย่าด้วยดี เราก็เป็นเพื่อนกัน มีอะไรช่วยเหลือกันได้ พร้อมจะช่วยเหลือตลอดเวลา หย่าเขตพระนคร"

ไทด์ เอกพันธ์ รับเตรียมหย่าเมีย ยุ้ย คนึงนิจ 13 ก.พ.นี้ เผยแยกกันอยู่มา 3 ปี เรื่องตนมีมือที่สามไม่ขอนำคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ต้องยอมรับความจริง รั้งตนไปก็ไม่มีประโยชน์ 8 ก.พ. 2560 16:05 ไทยรัฐ