วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.แนะสูตรรัฐแก้ปัญหาโรงไฟฟ้าใต้ ชงใช้ 'LNG-น้ำมันปาล์ม' แทนถ่านหิน

"อภิสิทธิ์-กรณ์" ยก 7 เหตุผลค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชูใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวที่เทพา-น้ำมันปาล์มที่กระบี่ พ่วงรองรับพลังงานสะอาดหมุนเวียน ยึดสโลแกน "ความมั่นคง สะอาด ยั่งยืน"

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช ฝ่ายยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กรณีระบุจะหาข้อยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปรารถนาจะเห็นการสร้างความมั่นคง ทางด้านพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ และเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจเลือกใช้แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและโลกในอนาคต โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางให้รัฐบาลเร่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ อ.เทพา จ.สงขลา แต่เปลี่ยนการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงมาเป็นการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ควบคู่ไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงไฟฟ้าที่ จ.กระบี่ โดยใช้ปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก พร้อมกับลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โซลาร์เซลล์และพลังงานลม ซึ่งจะเป็นทิศทางของการใช้พลังงานในอนาคตของโลก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้แก่ภาคใต้ และลดการพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังสามารถดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่มีการเพิ่มภาระให้แก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า รวมทั้งหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการเผชิญหน้ากับประชาชนในพื้นที่และกลุ่มอนุรักษ์ ยิ่งไปกว่านั้นการดำเนินการในแนวทางดังกล่าว ยังจะเป็นวิธีการรองรับการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในอนาคต สนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่และสอดคล้องกับการประกาศเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ใช้งบประมาณที่ประหยัด ได้จากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแอลเอ็นจี (LNG) ที่มีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน มาลงทุนในระบบ Smart Grid เพื่อรองรับการซื้อพลังงานหมุนเวียนจากภาคเอกชนและประชาชนในอนาคต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ทำหนังสือในกรณีนี้ให้นายกรณ์ยื่นถึงนายกฯ โดยให้ข้อมูลและเหตุผลสนับสนุนแนวทางดังกล่าว สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1. สาเหตุที่เสนอ LNG แทนถ่านหินเนื่องจาก LNG เป็นเชื้อเพลิงที่มีแหล่งผลิตที่หลากหลาย ไม่ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง มีตลาดซื้อขายที่พัฒนา จึงทำให้ลดความเสี่ยงในด้านการจัดหา และเป็นการกระจายความเสี่ยงเรื่องแหล่งผลิต ในขณะที่ถ่านหินนั้นแม้จะผลิตได้จากหลายพื้นที่ก็จริง แต่ในภาคปฏิบัตินั้นลักษณะของถ่านหินที่จะใช้สำหรับโรงไฟฟ้าแต่ละโรง จะมีข้อจำกัดมากมายเสี่ยงต่อการทำให้เกิดภาวะผูกขาดทางวัตถุดิบ และไม่ยืดหยุ่นต่อการสรรหาวัตถุดิบที่แพร่หลายได้ 2. ราคา LNG และราคาถ่านหินในปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจาก LNG ใกล้เคียง หรือต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจากถ่านหิน แม้ว่าข้อมูลของทางราชการในอดีตจะเป็นข้อมูลตรงกันข้าม เราจึงต้องพิจารณาในเนื้อหาสาระ และข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นปัจจุบันที่สุด 3. เงินลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้า LNG ต่ำกว่าเงินลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินประมาณ 50% ทำให้รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างได้อีกจำนวนมาก 4. การก่อสร้างโรงไฟฟ้า LNG ใช้ระยะเวลาในการขออนุญาตและก่อสร้างเพียง 48 เดือน เทียบกับระยะเวลาในการขออนุญาต และก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เวลา 80 เดือน โรงไฟฟ้า LNG จึงตอบโจทย์ตรงประเด็นต่อภาวะการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และพร้อมรับมือได้อย่างรวดเร็วกว่าแผนเดิมมาก 5. การก่อสร้าง LNG Receiving Terminal ในภาคใต้จะเสริมความมั่นคงให้ประเทศ จากปัจจุบันที่มีการนำเข้า LNG ที่ จ.ระยองเพียงจุดเดียว 6. โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องผ่านการอนุมัติ EHIA ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้า LNG ต้องผ่านการอนุมัติ EIA เท่านั้น ซึ่งทำให้ระยะเวลาอนุมัติของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนานกว่า อันจะก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 7. การยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของไทย ในการแสดงความตั้งใจที่จะช่วยลดภาวะเรือนกระจก และการแสดงถึงการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลเนื่องจาก LNG จัดเป็นพลังงานสะอาด และมีกระบวนการผลิต ที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงในระดับที่น้อยมาก

ด้าน นายกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยนับตั้งแต่วันที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ และแถลงจุดยืนต่อสาธารณะ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคำถามจำนวนมากจากผู้ที่สนใจ จึงได้สรุปคำถามหลักและชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาตัดสินใจของนายกฯ และรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าต้นทุนของการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมีราคาต้นทุนสูงกว่าโรงไฟฟ้า LNG คือ ต้องใช้งบฯ สูงถึง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่โรงไฟฟ้า LNG ใช้เพียง 736 ล้านเหรียญ ซึ่งถูกกว่าถึงครึ่งหนึ่ง และใช้เวลาในการสร้างเพียง 48 เดือน เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินใช้ 80 เดือน ถือเป็นการลงทุนที่ต่ำกว่า และรองรับพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดในอนาคต ทั้งยังเป็นการรักษาสัญญาต่อสังคมโลก ที่เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ชูเครดิตคาร์บอนที่ผู้นำไทยกล่าวต่อเวทีโลก ขณะที่หน่วยงานผลิตไฟฟ้าของไทย ก็ไม่ได้สูญเสียผลประโยชน์ใดๆ ที่สำคัญยังสะท้อนในแง่ของการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ระบบราชการและรัฐวิสาหกิจอีกด้วย

"อภิสิทธิ์-กรณ์" ยก 7 เหตุผลค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชูใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวที่เทพา-น้ำมันปาล์มที่กระบี่ พ่วงรองรับพลังงานสะอาดหมุนเวียน ยึดสโลแกน "ความมั่นคง สะอาด ยั่งยืน" 8 ก.พ. 2560 12:06 8 ก.พ. 2560 13:19 ไทยรัฐ