วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เริ่มสืบพยานครูจอมทรัพย์ ‘สับ วาปี’ ไม่มาตามนัด จาก 10 เหลือ 9 ปาก

ทีมกฎหมาย ยธ. นำ ครูจอมทรัพย์ ขึ้นศาลพร้อมพยานสำคัญ 9 ปาก รวมทั้งหญิง 2 คน ที่เห็นว่าคนขับรถชนเป็นผู้ชาย พร้อมนำรถยนต์มาให้ศาลเดินเผชิญสืบ ส่วน ‘สับ วาปี’ ที่อ้างเป็นคนขับชนตัวจริง ไม่มา มือมืดดอดวางหรีดป่วน...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลจังหวัดนครพนม ในการสืบพยานวันแรก คดีครูแพะ หรือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ที่ออกมาร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม ถูกตัดสินจำคุกในข้อหา ขับรถชนคนตาย เมื่อปี 2548 ในท้องที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม ติดคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา ในปี 2558 จนต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม ดำเนินกระบวนการ ตาม พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ และนัดสืบพยานหลักฐานใหม่ในวันที่ 8-10 ก.พ.

ทั้งนี้ เช้าวันนี้ นายพงศา ราตรี ทนายความ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้นำ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี พร้อมพยานปากสำคัญ มี นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี และ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่า คนขับรถชนเป็นผู้ชาย รวมถึงนายสับ วาปี ที่ออกมารับเป็นเจ้าของ และคนขับรถชนผู้ตาย รวมพยานฝ่ายผู้ร้อง ทั้งหมด 10 ปาก 

นอกจากนี้ทาง ฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ยังได้นำหลักฐานสำคัญ คือ รถยนต์โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถยนต์ของครูจอมทรัพย์ มาแสดง และยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการลงเดินเผชิญสืบ ตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกเหนือจากการสืบพยานหน้าบัลลังก์ศาล เพื่อเป็นการพิสูจน์ ข้อเท็จจริง ยืนยันว่ารถยนต์ดังกล่าวไม่เคยมีการเฉี่ยวชน โดยได้การรับรองยืนยันการตรวจสอบของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งถืออีกหนึ่งหลักฐานสำคัญในการสืบพยานของผู้ร้อง

ส่วนในวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2560 จะเป็นการสืบพยานของฝ่ายผู้คัดค้านคือ พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม ขณะที่ทางฝ่ายตำรวจยังคงยืนยันว่าจะต้องรอกระบวนการของศาลเสร็จสิ้น จึงจะมีการตรวจสอบดำเนินคดี ในส่วนเกี่ยวข้องหากพบว่ามีขบวนการรับจ้างทำผิดแทนจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายประวิทย์ บึงใสย์ ประธานชมรมครูประชาบาลภาคอีสาน พร้อมคณะได้มามอบดอกไม้ให้กำลังใจครูจอมทรัพย์ นอกจากนี้ในช่วงเช้าก่อนเปิดทำการศาล ได้มีมือมืด นำพวงหรีดจำนวน 2 พวง มาวางบริเวณป้ายทางเข้าศาลจังหวัดนครพนม มีข้อความระบุว่า คุณมีสิทธิ์เรียกร้องหาความเป็นธรรม ฉันที่ตายไปแล้วมีสิทธิ์เรียกอะไร และคุณทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ เบื้องต้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หาที่มาว่ามีมูลเหตุเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดีครูจอมทรัพย์ หรือไม่ 

ทางด้าน นายพงศา ราตรี ทนายความ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ที่ดูแลคดี เปิดเผยว่า สำหรับวันนี้เป็นการสืบพยานผู้ร้อง คือฝ่ายนางจอมทรัพย์ มีพยานปากสำคัญรวม 10 ปาก ที่จะนำขึ้นสืบพยาน รวมถึงนำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับรถครูจอมทรัพย์ มาให้ศาลสืบพยาน ตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย โดยในการสืบพยานวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นเพียงการสืบพยานเพื่อพิจารณารวบรวมเสนอไปยังศาลฎีกา พิจารณาอีกครั้ง จึงเป็นที่สิ้นสุด ยังต้องรอขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายอีกระยะหนึ่ง ถึงจะรู้ผลการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเข้าสู่ห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดนครพนม กลับพบว่า พยานปากสำคัญ คือ นายสับ วาปี ที่เคยออกมารับสารภาพว่า เป็นคนขับรถยนต์ บค 56 มุกดาหาร ชนผู้ตาย และยังเป็นพยานฝ่ายผู้ร้อง ไม่มาตามนัด ทำให้พยานฝ่ายผู้ร้องในวันนี้ เหลือ 9 ปาก จากนั้น นายสืบพงษ์ ศรีนาม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม ได้นำองค์คณะขึ้นดำเนินกระบวนการสืบพยาน ที่บัลลังก์ 3 คาดว่าจะใช้เวลาตลอดทั้งวัน.

ทีมกฎหมาย ยธ. นำ ครูจอมทรัพย์ ขึ้นศาลพร้อมพยานสำคัญ 9 ปาก รวมทั้งหญิง 2 คน ที่เห็นว่าคนขับรถชนเป็นผู้ชาย พร้อมนำรถยนต์มาให้ศาลเดินเผชิญสืบ ส่วน ‘สับ วาปี’ ที่อ้างเป็นคนขับชนตัวจริง ไม่มา มือมืดดอดวางหรีดป่วน... 8 ก.พ. 2560 11:03 8 ก.พ. 2560 14:37 ไทยรัฐ