วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อเซลส์แมนสงสัย โดนบีบเสพจนคลั่ง

พบสาร‘ยาบ้า’ สูงกว่า200มก. น.1ตำหนิตร.!

แพทย์-ตำรวจตั้งโต๊ะแถลง คดีเซลส์แมนหนุ่มหายตัว ระบุรับตัวมาเมื่อ 20 ธ.ค.59 จนเสียชีวิตด้วยสาเหตุตับและไตล้มเหลวในอีก 10 วันต่อมา แพทย์พบเมทแอมเฟตามีนในเลือดเกินกว่า 200 มก. พ่อและญาติคนตายสงสัยมีใครบังคับให้เสพจนคลุ้มคลั่ง ด้าน น.1 ตำหนิตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ที่ไปจับกุมผู้ตายที่เกาะกลางถนนบรมราชชนนี แล้วนำมาโรงพัก ก่อนให้กู้ภัยนำตัวส่งศิริราช ทำไมไม่บันทึกเหตุการณ์ และแจ้งต่อหัวหน้าสถานีให้ทราบ

กรณีนายรัติภูมิ หรือเบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลส์ขายรถยนต์ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขาดการติดต่อตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.59 โดยพบการติดต่อครั้งสุดท้ายอยู่ใกล้บ้านเพื่อนสาวคนสนิท ที่แจ้งความตำรวจว่าถูกเซลส์แมนหนุ่มบุกรุกลักทรัพย์เงิน 7 หมื่นบาท และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง จากบ้านพักย่านถนนบรมราชชนนี 78 ในวันเดียวกันกับที่ติดต่อไม่ได้ ก่อนที่ครอบครัวจะแจ้ง สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้แกะรอยสืบหากระทั่งพบศพชายนิรนามเชื่อว่าเป็นนายรัติภูมิ ที่ รพ.ศิริราช

ความคืบหน้าล่าสุด พ่อเซลส์แมนหนุ่มยังสงสัยลูกถูกบังคับให้เสพยา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่โรงพยาบาลศิริราช พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยประดิษฐ์ ผบก.สส. บชน. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมนายละเอียด พิมใจใส บิดานายรัติภูมิ หรือ เบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี และญาติๆเดินทางมายังภาควิชานิติเวชศาสตร์ เพื่อขอดูและรับศพนายรัติภูมิ หลังตำรวจสืบหาข้อมูลจนกระทั่งเชื่อได้แน่ว่านายรัติภูมิคลุ้มคลั่งถูกจับมาส่ง รพ.ศิริราชและเสียชีวิตในวันที่ 30 ธ.ค.โดยทันทีที่นายละเอียดเห็นศพนิรนาม ยืนยันได้เลยว่าเป็นลูกชาย เพราะจำได้จากรอยสักรูปดาวที่หลังมือด้านซ้าย ส่วนน้องชายที่เดินทางมาด้วยถึงกับร้องไห้โฮ

นายละเอียดกล่าวว่า ไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เชื่อในผลชันสูตรของแพทย์ แต่สงสัยอยู่ว่าปกติลูกชายเป็นคนเรียบร้อย ประหยัด ไม่คิดว่าจะติดยาเสพติด จะเป็นไปได้ไหมที่ใครบังคับให้เสพจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง และคนที่คลุ้มคลั่งถ้าทำร้ายลูกเมียยังไม่แปลก แต่นี่ทำร้ายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ถือว่าแปลกมาก ขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายด้วย หลังจากนี้จะนำศพลูกชายกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดช่องลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

ด้าน นพ.ปภาณุ สุทธิประสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช แพทย์ผู้ที่ชันสูตรศพนายรัติภูมิ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลรับตัวนายรัติภูมิ ระบุเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ ช่วงเวลาประมาณ 20.38 น.วันที่ 20 ธ.ค.59 ด้วยอาการหมดสติ มือขวากำแน่น ในมือมีถุงพลาสติกใส อวัยวะภายในหลายอย่างล้มเหลว แพทย์ได้รักษาตามอาการ ต่อมาพบว่ากล้ามเนื้อภายในเสื่อมสลาย เนื่องจากตรวจพบสารเมทแอมเฟตตามีน ในปริมาณมากเกินกว่า 200 มิลลิกรัม เวลาผ่านมา 10 วันแล้วยังตรวจพบในปริมาณขนาดนี้ แสดงว่าเสพเมทแอมเฟตตามีนเข้าไปในปริมาณมากพอสมควร สารตัวนี้หากเสพเข้าไปในร่างกายตั้งแต่ 200 มิลลิกรัม สามารถจะทำให้เสียชีวิตได้แล้ว สารตัวนี้จะเข้าไปทำลายอวัยวะภายในทั้งหมด จนกระทั่งนายรัติภูมิก็เสียชีวิตด้วยสาเหตุตับและไตล้มเหลวในวันที่ 30 ธ.ค.59 ส่วนรอยแผลถลอกที่ใบหน้า และตามลำตัว ไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ หากญาติสงสัยว่าผู้ตายเสพสารเสพติดมานานมากแค่ไหน สามารถตรวจสอบได้จากเส้นผม ช่วงเสพยาอยู่ เส้นผมจะยาวขึ้นเรื่อยๆ สารเสพติดยังคงค้างอยู่ในเส้นผม สามารถตรวจสอบระยะเวลาได้อย่างแม่นยำ

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า คดีเกี่ยวกับทรัพย์ ผู้ที่ก่อเหตุเสียชีวิต เป็นการสิ้นสุดแห่งคดี มีเพียงอย่างเดียวที่ต้องตรวจสอบ คือ ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ที่ไปร่วมจับกุมผู้ตายที่อ้างว่ามีอาการคลุ้มคลั่ง ที่เกาะกลางถนนบรมราชชนนี ตอม่อที่ 147 แล้ว นำผู้ตายที่คลุ้มคลั่งมาที่ สน.ตลิ่งชัน ก่อนที่จะให้กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลศิริราช ทำไมไม่ยอมลงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆไว้ และแจ้งต่อหัวหน้าสถานีให้ทราบ จนต้องเกิดเหตุเป็นข่าวใหญ่โต ส่วนญาติหากติดใจสาเหตุการตายหรือเรื่องการเสพยา แพทย์สามารถตรวจสอบดีเอ็นเอจากเส้นผมเพื่อตรวจสอบระยะเวลาการเสพได้

ต่อมาเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน ญาตินำศพนายรัติภูมิ พิมใจใส เซลส์แมน กลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดช่องลม หมู่ 4 ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี มีญาติและเพื่อนบ้านร่วมพิธีกว่า 200 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด โดยชาวบ้านจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ส่วนใหญ่ยังคาใจกับสาเหตุการตายในครั้งนี้ โดยนายละเอียด พิมใจใส พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ยังคงรู้สึกใจหาย ลูกชายเป็นเสาหลักของที่บ้าน จะส่งเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ทุกเดือน เดือนละ 10,000-20,000 บาท เมื่อขาดเขาไป เหมือนขาดเสาหลักของบ้าน ส่วนสาเหตุการตายตนและครอบครัวยังกังขาหลายเรื่อง ดูจากสภาพศพแล้วทุกคนต่างเชื่อว่าลูกชายต้องถูกทำร้ายแน่นอน และเชื่อว่าสาเหตุการตายต้องมีเงื่อนงำ แต่ตนและครอบครัวเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้รบตบมือกับใคร อย่างไรก็ตาม จะตั้งศพสวดพระอภิธรรม 5 วัน จนถึงวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.หลังจากนั้นคงต้องปรึกษากันอีกครั้งว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร

ด้านนายรัตนชัย พิมใจใส อายุ 32 ปี น้องชายผู้ตาย กล่าวว่า ตนและญาติพี่น้องทุกคนไม่มีใครเชื่อว่าพี่ชายจะมีการเสพสารเสพติดเข้าไปในร่างกาย บาดแผลหลายจุดน่าจะบอกได้ว่าพี่ชายถูกทำร้าย ก็ไม่ทราบว่าสารเสพติดมาอยู่ในร่างกายพี่ชายได้อย่างไร เนื่องจากว่าตอนที่ไปรับศพนั้นร่างกายผ่าพิสูจน์ไปแล้ว โดยที่ญาติไม่ทราบมาก่อน และไม่มีการเซ็นยินยอมในการผ่าพิสูจน์ศพด้วย ขณะนี้ครอบครัวได้ปรึกษาทนาย ขอให้มีการตรวจสอบและรื้อคดีใหม่ทั้งหมด และมีความเห็นร่วมกันว่าจะยังไม่มีการเผาศพ จะเก็บรักษาเอาไว้ก่อน และขอสู้หาความจริงสาเหตุการตายให้ปรากฏให้ได้ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับพี่ชาย ส่วนนางนันทิยา พิมใจใส ภรรยาผู้ตาย อยู่ในอาการโศกเศร้า กล่าวเพียงสั้นๆว่า สามีตนถูกทำร้ายก่อนตายอย่างแน่นอน

แพทย์-ตำรวจตั้งโต๊ะแถลง คดีเซลส์แมนหนุ่มหายตัว ระบุรับตัวมาเมื่อ 20 ธ.ค.59 จนเสียชีวิตด้วยสาเหตุตับและไตล้มเหลวในอีก 10 วันต่อมา แพทย์พบเมทแอมเฟตามีนในเลือดเกินกว่า 200 มก. พ่อและญาติคนตายสงสัยมีใครบังคับให้เสพจนคลุ้มคลั่ง... 8 ก.พ. 2560 07:50 8 ก.พ. 2560 07:50 ไทยรัฐ