วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ไผ่’ เข้าให้ปากคำ ปมลัมโบร์กินี แค่พาเบนซ์ไปซื้อ เด้งเข้ากรุ 2 ตร.ตม.

“ไผ่ วันพอยท์” แจง ปส.ในฐานะพยาน ปมลัมโบร์กินีเปื้อนเงินยาเสพติด ยันไม่รู้จักส่วนตัว บอย นาคคำ-เบนซ์ เรซซิ่ง รับมีเพื่อนนำนายบอย สมุนไซซะนะมาปรึกษา อ้างจะซื้อรถให้เพื่อน โดยทำหน้าที่นายหน้าหาข้อมูลดูรถให้ 2 คัน จนตกลงคันที่ถูกยึดในราคา 14 ล้านบาท สำหรับคันนี้ทะเบียนเดิมอยู่สงขลา ด้าน “สมหมาย กองวิสัยสุข” เผยรถหรูยังมีอีก 20 คัน ตัวท็อปยังอยู่ ติดขัดเอกสารบางอย่าง กำลังจะดำเนินการต่อ ขณะที่ ผบช.สตม.เข้าพบจักรทิพย์ หลัง 2 ลูกน้องยศ ร.ต.อ.และ ร.ต.ท.ถ่ายรูปคู่พ่อค้ายา เผยสั่งเด้งเข้ากรุ ศปก. รอผลสอบสวน เช่นเดียวกับ 2 พระเอกหนุ่มช่อง7 ที่มีรูปถ่ายคู่เปิดปากบริสุทธิ์ใจ ใครมาขอถ่ายรูปก็ให้หมด พร้อมเคลียร์ตำรวจ

จากแผนปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 60/2 ของตำรวจ ปส. นำโดย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ลุยค้น 40 จุด ทั่วประเทศเครือข่ายท้าวไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายานรกชาวลาว ที่ถูกจับเมื่อวันที่ 19 ม.ค. เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรถลัมโบร์กินี สีเทา ทะเบียน กจ 51 กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในความครอบครองของเบนซ์ เรซซิ่ง หรือนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช นักแข่งรถจักรยานยนต์ สามีแพท-ณปภา ตันตระกูล ดาราสาวและพิธีกรชื่อดัง ที่เจ้าตัวเข้าให้ปากคำว่ายืมเงินนายบอย หรือนายณัฐพล นาคคำ สมุนนายไซซะนะ 6 ล้านบาทมาดาวน์รถคันดังกล่าว แต่ ปส.ยังติดใจคำให้การ เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบอีกหลายคน

ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 7 ก.พ. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า วันนี้นัดหมายพยาน 3 คนคือ 1. น.ส.ธัญรัตน์ วีระเดช เจ้าของรถโฟล์ก เจ้าของป้ายทะเบียน กจ 51 กรุงเทพมหานคร ตรงกับป้ายทะเบียนรถลัมโบร์กินีที่นายเบนซ์ครอบครอง 2.เจ้าของเต็นท์รถย่านพระราม 3 ที่นายเบนซ์ไปซื้อรถลัมโบร์กินีคันนี้ และ 3.นายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพอยท์ นักธุรกิจชื่อดัง ลูกชายอดีตนักการเมือง โดยตำรวจประสานให้เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน สำหรับประเด็นซักถามในส่วนนายไผ่ จะถามในเรื่องความใกล้ชิดสนิทสนม เนื่องจากพบข้อมูลว่านายไผ่รู้จักกับนายบอย หรือนายณัฐพล นาคคำ แต่ก็เป็นไปได้ว่าทั้งคู่จะรู้จักเนื่องจากชื่นชอบในสิ่งเดียวกันคือชอบรถ และแข่งรถ อีกทั้งนายไผ่ทำธุรกิจ อาจจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตกแต่งรถ ต้องเชิญมาให้ข้อมูลเพื่อให้กระจ่าง

รอง ผบช.ปส.กล่าวต่อว่า ส่วนของเจ้าของเต็นท์รถ ได้ข้อมูลว่า นายบอยและนายเบนซ์ไปซื้อรถคันดังกล่าวด้วยกัน จะสอบถามว่าใครเป็นผู้เลือกรถ และตัดสินใจจะซื้อ เนื่องจากนายบอยและนายเบนซ์ให้การไม่ตรงกัน โดยนายเบนซ์อ้างเป็นเจ้าของรถ ยืมเงินนายบอย 6 ล้านบาทไปดาวน์ และใช้คืนแล้วบางส่วน ส่วนนายบอยอ้างเป็นเจ้าของรถเป็นผู้ออกเงิน แต่ยืมชื่อนายเบนซ์ซื้อ พยานปากนี้จะให้ความกระจ่างได้ ส่วนนายเบนซ์จะนัดมาให้ปากคำเพิ่มเติมภายในเดือนนี้ เนื่องจากมีข้อข้องใจบางส่วน ประกอบกับเอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สอบปากคำลูกน้องนายบอยไปแล้วในเบื้องต้น หลังพบความเชื่อมโยงแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

ขณะที่ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.เปิดเผยถึงกรณีโซเชียลมีเดียลาว โจมตีตำรวจไทยว่าจับกุมนายไซซะนะ โดยไม่มียาเสพติดของกลางว่า เรื่องนี้ไม่วิตกกังวล ไม่ซีเรียส นี่เป็นระดับชาวบ้านคุยกัน แต่ตำรวจทำงานระดับรัฐกับรัฐ รัฐบาลไทยกับรัฐบาลลาวไม่มีปัญหาอะไรกัน ที่หายไปหลายวัน ไปประเทศมาเลเซีย สังเกตไหม พอจับกุมยาเสพติดมากๆเข้า ระเบิดที่ใต้ก็น้อยลง ทางมาเลเซียจับกุมให้ตั้งหลายคน เมื่อถามว่าแสดงว่าความรุนแรงทางภาคใต้เชื่อมโยงกับยาเสพติด ผบช.ปส.ตอบว่า ไม่ได้จับงานด้านความมั่นคง ตอบไม่ได้ แต่แสดงว่าการก่อความไม่สงบไม่มีทุนมาสนับสนุน จึงเกิดเหตุระเบิดน้อยลง

ผบช.ปส.เปิดเผยอีกว่า การทำงานของตนไม่เน้นจับยา แต่เน้นแยกคน แยกทรัพย์ เครือข่ายยาเสพติด รถหรูยังมีอีก 20 คัน รถหรูตัวท็อปยังอยู่ ติดขัดเอกสารบางอย่างเท่านั้น สะดุดไปนิด กำลังจะดำเนินการต่อ ไซซะนะเป็นนางพญาผึ้งรังหนึ่ง ยังมีอีกหลายรัง เป็นสิบๆรัง ใครๆก็อยากรวยกันทั้งนั้น แต่ร่ำรวยจากความเดือดร้อนชาวบ้านไม่ได้ ส่วนที่ว่ามีตำรวจ สตม.เข้าเกี่ยวข้องกับไซซะนะ ให้ สตม.แยกไปสอบเอง บช.ปส.ทำงานระดับประเทศ ประสานมาเลเซีย ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษก็เริ่มปวดหัวกับปัญหายาเสพติด เพราะประเทศไทยเป็นต้นทางติดทะเลไปได้หลายทาง ต้องประสานหลายประเทศ

ต่อมาเวลา 13.20 น. นายไผ่ ลิกค์ อายุ 39 ปี หรือฉายาไผ่ วันพอยท์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่ บช.ปส. เพื่อให้การในฐานะพยาน โดยนายไผ่ยืนยันก่อนเข้าพบตำรวจว่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายเบนซ์ และนายบอย โดยเมื่อนานมาแล้วมีเพื่อนติดต่อมาขอให้ช่วยดูรถลัมโบร์กินีให้กับนายบอย โดยนายบอยมาหาบอกจะซื้อรถให้กับเพื่อนอีกคน ที่มาปรึกษาตน เพราะตนอยู่ในแวดวงธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ เล่นรถซุปเปอร์คาร์มาตั้งแต่เด็ก ทำให้รู้จักเรื่องรถ มีความรู้ และทักษะสามารถช่วยดูช่วยเลือกได้ และมีคนมาติดต่อให้ดูสภาพว่าเป็นอย่างไร เคยชนมาไหม

นายไผ่กล่าวอีกว่า ได้ช่วยหาข้อมูลดูรถให้นายบอย 2 คัน และตกลงที่คันลัมโบร์กินี คันที่ บช.ปส.ยึดมา จบที่ราคา 14 ล้านบาท วางเงินดาวน์ 5-6 ล้านบาท แต่รถคันนี้ติดไฟแนนซ์ ต้องไปเคลียร์กันเอง จากนั้นแนะนำให้ไปเอารถที่เต็นท์รถยนต์มือสองชื่อ เอก บูโอโน่ ออโต คลินิค (BUONO AUTO CLINIC) ถนนพระราม 3 เต็นท์รถที่ตนรู้จัก หลังจากวันนั้นไม่เคยเจอกันอีกเลย วันนี้ได้รับการติดต่อเมื่อช่วง 12.00 น. ยินดีเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจในฐานะพยาน โดยไม่ได้เตรียมเอกสารอะไรมาเลย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้รู้เห็นกับการทำผิดกฎหมายใดๆ และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนายบอยเป็นการส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ไม่เคยเจอนายเบนซ์มาก่อน

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายไผ่ ลิกค์ เปิดเผยกับสื่ออีกครั้งด้วยท่าทียิ้มแย้มหลังจากเข้าให้การกับตำรวจ บช.ปส.เป็นเวลานาน 3 ชม.ว่า ให้การเหมือนกับที่นักข่าวถามว่า รู้จักไหม อย่างไร เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ก็ให้การทั้งหมดเท่าที่ตนทราบ ว่ารู้จักกันเพราะทำธุรกิจ นำเข้าหาซุปเปอร์คาร์ หาได้เลยให้ช่วยหาให้ พูดง่ายๆคือเป็นนายหน้า ที่สำคัญจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินค่านายหน้าสักบาท ก็ไม่ได้ซีเรียส สำหรับการติดต่อซื้อขายรถ ทำให้พบกับนายบอย 2 ครั้ง พบกับเบนซ์ เรซซิ่ง 1 ครั้ง คือวันที่เบนซ์มารับรถ สำหรับรถคันนี้แต่เดิมทะเบียนสงขลา แต่ผ่านมากี่มือไม่รู้ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร ที่สังคมมองวงการซุปเปอร์คาร์เป็นแหล่งฟอกเงิน นายไผ่บอกไม่รู้สึก แต่ก่อนคนดีๆ ขับกันเยอะแยะ แต่หลังจากนี้ไปคงคิดอย่างนั้น ใครๆก็อยากขับนะรถดีๆ ส่วนนายไซซะนะ เพิ่งรู้ตอนนี้ว่ามีรถซุปเปอร์คาร์ เมื่อก่อนไม่เคยรู้ ในวงการก็มองไม่รู้ ดูไม่ออกว่ารถซุปเปอร์คาร์ คันไหนจริงไม่จริง คันไหนสวมทะเบียน

มีรายงานว่า นอกจากนายไผ่ วันพอยท์ จะเข้ามาให้ปากคำพนักงานสอบสวนแล้ว ยังได้พานายเจ๋ง วันพอยท์ เพื่อนในวงการซื้อขายรถยนต์ เป็นคนที่มาบอกว่า นายบอย หรือนายณัฐพล นาคคำ ต้องการหาซื้อรถยนต์ลัมโบร์กินี มาให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.สอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนที่นายเจ๋งจะหลบผู้สื่อข่าวออกไปทางด้านหลัง บช.ปส.

มีรายงานว่า นายเจ๋งให้การว่า รู้จักกับนายบอยที่สนามแข่งรถ โดยนายบอยติดต่อบอกว่า เพื่อนกำลังหาซื้อรถลัมโบร์กินี นายเจ๋งได้ติดต่อไปยัง นายไผ่ วันพอยท์ จัดหารถมาให้ดูสองคัน แต่ยังไม่ถูกใจนายบอย สุดท้ายให้ไปติดต่อกับนายเอก บูโอโน่ ที่เต็นท์รถบูโอโน่ ออโต้ คลินิก ย่านพระราม3 ปรากฏว่า นายบอยถูกใจรถลัมโบร์กินิีคันที่ถูกยึด ตกลงกันในราคา 14 ล้านบาท ก่อนนายเจ๋งจะนัดเจอนายบอยกับเบนซ์ เรซซิ่ง ที่เต็นท์ดังกล่าว ก่อนจัดไฟแนนซ์ในวงเงิน 8 ล้านบาท และยืนยันว่า นายเบนซ์เป็นคนจ่ายเงินสด 6 ล้านบาท นายเจ๋ง ได้ค่านายหน้า 4-5 แสนบาท แต่ยังไม่ได้แบ่งให้นายไผ่ เพราะได้ขอเอาไปใช้ในงานแต่งงานก่อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ตำรวจนัดผู้เกี่ยวข้องให้มาพบเพื่อสอบเป็นพยานวันนี้ มีนายไผ่เดินทางมาคนเดียว ส่วนอีก 2 รายคือ เจ้าของเต็นท์รถบูโอโน่ ออโต้ คลินิก และเจ้าของป้ายทะเบียน กฉ 51 กรุงเทพมหานคร คือ น.ส.ธัญรัตน์ วีระเดช ไม่ได้มาพบตามนัด พนักงานสอบสวน บช.ปส.เตรียมออกหมายเรียกต่อไป

ส่วนกรณีที่มีรูปภาพตำรวจ ตม.ถ่ายกับราชายานรกชาวลาว เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.เข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยได้หารือเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จากนัั้นพล.ต.ท.ณัฐธรเปิดเผยว่า สั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ร.ต.ท.วไลศักดิ์ อินทรักษ์ เจ้าหน้าที่ ด่าน ตม.จ.เลย และ ร.ต.อ.ภัทรพล ถ้วยทอง รอง สว.ฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสั่งให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.บก.ตม. และมีคำสั่งกำชับให้ชาวต่างชาติทุกคนต้องเข้าช่องทาง ตม.ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบการตรวจคนเข้าเมือง เพราะยิ่งเจ้าหน้าที่ไทยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกชาวต่างชาติที่เข้าประเทศ จะทำให้ชาวต่างชาติมองว่าประเทศเราไม่พัฒนา ถ้าผลสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า นายตำรวจทั้งสองนายให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกนายไซซะนะ ที่เป็นชาวต่างชาติเข้าเมืองเป็นกรณีพิเศษ ถือว่าละเมิดคำสั่งของ ตม.

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวต่อว่า ในส่วน ร.ต.อ.ภัทรพล ถ้วยทอง รอง สว.ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอาศยานสุวรรณภูมิ พบหลักฐานว่า ร.ต.อ.ภัทรพลได้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดรายดังกล่าวในการรับฝากรถยนต์ของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้ นำมาจอดในอาคารจอดรถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมสั่งย้าย ร.ต.อ.ภัทรพลไปช่วยราชการที่ ศปก. บก.ตม.2 จนกว่าผลสอบสวนจะแล้วเสร็จ หากผลการสอบสวนระบุผิดจริง จะมีบทลงโทษทั้งวินัยและอาญา ไม่มีการละเว้นหรือให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ พล.ต.ต.ปฏิพันธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.4 กล่าวว่า กรณีที่มีภาพผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด คือ ร.ต.ท.วไลศักดิ์ อินทรักษ์ รอง สว.ตม.จ.เลย ขอชี้แจงว่าเป็นภาพที่ถูกบันทึกเมื่อ 2 ปี ช่วงนั้นมีคาราวานแรลลี่ข้ามไปกลับระหว่างชายแดนไทยลาวด้าน จ.เลย โดยไม่ทราบว่า นายไซซะนะ เป็นนักค้ายาเสพติด ส่วนกรณีที่ไม่พบข้อมูลนายไซซะนะในระบบคอมพิวเตอร์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุใดถึงไม่บันทึกข้อมูลการเข้าออกทางด่านตรวจคนเข้าเมืองเลย รวมถึงให้ตรวจสอบหนังสือขออนุญาตว่า มีการจัดคาราวานแรลลี่ข้ามพรมแดนจริงหรือไม่ ทั้งนี้ช่วงเช้ามีคำสั่งให้ ร.ต.ท.วไลศักดิ์ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.ตม.4 เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว
วันเดียวกันที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก

ช่อง 7 อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ วัย 32 ปี และอานัส ฬาพานิช วัย 38 ปี 2 พระเอกหนุ่มเดินทางมาร่วมรายการ “สนามข่าวบันเทิง” พร้อมทั้งชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยอ๋อม-อรรคพันธ์ กล่าวว่า บริสุทธิ์ใจมากๆ ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย คือตนและอานัสมีโอกาสได้ไปทำงานที่ สปป.ลาว เป็นงานที่นานมาแล้ว ไปค่อนข้างหลายครั้ง มีคนมาต้อนรับ และมีแฟนๆ มาขอถ่ายรูปตามปกติ ส่วนความคุ้นเคยสนิทสนมนั้น ไม่เรียกว่าคุ้นเคย แค่เจอกันในงาน แต่พอทราบข่าวว่าเขามีส่วนพัวพันกับการค้ายาเสพติด รู้สึกตกใจ ไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไร ไม่ได้ทราบด้วยว่าเขาเป็นคนมีอิทธิพลที่ สปป.ลาว พอมีภาพตนกับอานัสถ่ายภาพร่วมกับเขา ก็ตกใจ จะมีคนดูข่าวแล้วเข้าใจผิดหรือไม่ หากตำรวจเรียกให้ไปชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมก็ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ตอนนี้ตำรวจยังไม่เรียก ทั้งนี้ ได้คุยกับผู้ใหญ่ทางช่อง 7 เรียบร้อยแล้ว บริสุทธิ์ใจจริง

ด้านพระเอกอานัสกล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักแค่ว่าเขาเป็นนักธุรกิจ พอมีข่าวก็เป็นห่วงความรู้สึกของครอบครัวและคนรอบข้าง ส่วนตัวไม่ได้ตกใจอะไร แค่เป็นการถ่ายรูป เหมือนเวลามีคนมาขอถ่ายรูปปกติ และถ้าตำรวจจะเรียกไปชี้แจงก็ยินดี ขอยืนยันเลยว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบได้

ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดนายไซซะนะ ว่ายังเป็นเพียงข้อมูล รายละเอียดเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ทางกองทัพยังไม่ได้รับการประสานมาว่ามีข้อมูลที่มีคนของกองทัพบกเข้าไปเกี่ยวข้อง ยืนยันจะไม่ปกป้องกำลังพลที่ทำผิดแน่นอน ส่วนการดูแลพื้นที่ชายแดน ได้เน้นย้ำตลอด โดยเฉพาะเรื่องการดูแลพื้นที่ชายแดนการเข้าออกของบุคคล การขนย้ายสิ่งเสพติด แต่คนเหล่านี้ทำเป็นขบวนการจะไปตรวจสอบค้นให้หมดก็คงยากที่ทำได้

“ไผ่ วันพอยท์” แจง ปส.ในฐานะพยาน ปมลัมโบร์กินีเปื้อนเงินยาเสพติด ยันไม่รู้จักส่วนตัว บอย นาคคำ-เบนซ์ เรซซิ่ง รับมีเพื่อนนำนายบอย สมุนไซซะนะมาปรึกษา อ้างจะซื้อรถให้เพื่อน โดยทำหน้าที่นายหน้าหาข้อมูลดูรถให้ 2 คัน... 8 ก.พ. 2560 07:47 ไทยรัฐ