วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยเงินสำรองสูง อยู่อันดับ18-บิ๊กตู่โต้ถังแตก ทาบผู้ใหญ่ช่วยทำปรองดอง

“บิ๊กตู่” ออกปากขอโทษสื่อ บ่นเหนื่อยถูกกดดันหลายเรื่อง โต้เงินคงคลังลดฮวบ ไม่เกี่ยวงบฯความมั่นคง-โปรเจกต์ คสช. โวยนักวิชาการต้องวิจารณ์ด้วยข้อมูลอย่าจ้องจับผิด งัดทุนสำรองไทยรั้งอันดับ 18 ของโลก เป็นดัชนีวัดความเชื่อมั่น พท.จี้ยอมรับความจริงแล้วรีบแก้ไขก่อนประเทศล้มละลาย “ปึ้ง” ยุส่งโละเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ “พี่ป้อม” ไม่สนหมอดูทักดวงตก คุยอารมณ์ดีกว่า “น้องตู่” ผบ.ทบ.ตรวจเยี่ยมกองทัพภาคที่ 1 ปลุกพลังสามัคคีเป็นกำลังหลักค้ำรัฐบาล “ประยุทธ์” ตั้ง 40 อรหันต์นั่งดรีมทีมปรองดอง “ประวิตร” ถกนัดแรกสัปดาห์นี้ แย้มจีบผู้ใหญ่ช่วยงานเบื้องหลัง ครม.รับทราบประกาศ 5 ธ.ค. เป็นวันพ่อแห่งชาติ-วันชาติ ถือเป็นวันหยุดราชการประจำปี

จากกรณีนักวิชาการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตั้งข้อสังเกตเงินคงคลังของประเทศที่ลดลงในช่วงปี 2557-2559 เนื่องจากถูกนำไปใช้งานด้านการรักษาความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องและใช้ในการดำเนินงานต่างๆ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ออกอาการหงุดหงิด ล่าสุดนายกฯยืนยันว่าการใช้งบฯความมั่นคงเป็นไปตามข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้

“บิ๊กตู่” กำชับเด็กเก่งไม่พอต้องมีวินัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นายกฯได้พบกับคณะจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา 2560 โดยได้รับบัตรอวยพร และหนังสือเกี่ยวกับวันมาฆบูชา และรับชมการขับร้องเพลงมาฆบูชาจากนักเรียนโรงเรียนเผดิมศึกษา และการสวดโอ้เอ้วิหารราย จากนักเรียนโรงเรียนวัดสุทัศนเทพวราราม จากนั้นได้พบกับนักเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและ กีฬา พร้อมผู้แทนนักเรียนไทยที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ นายกฯได้กล่าวติดตลกว่า “วันหลังมาช่วยบวก ลบ คูณหาร เงินคงคลังให้ลุงบ้าง” เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆ นายกฯยังกล่าวด้วยว่าการศึกษาของเราวันนี้มีคนเก่งอยู่มาก แต่ยังขาดจินตนาการ คิดเองไม่ได้ เชื่อคนง่าย ถูกชักจูง ต้องจัดให้เด็กอยู่ในระเบียบวินัย ไม่ใช่เก่งวิชาการอย่างเดียว แต่เก่งแล้วต้องทำงานให้ได้ด้วย อยากให้คนที่เรียนเก่งมาเป็นครูให้มากขึ้น ประเทศชาติจะได้เจริญก้าวหน้า

โต้เงินคงคลังฮวบไม่เกี่ยวงบฯทหาร

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกโชเชียลตั้งคำถามถึงเงินคงคลังของประเทศที่ลดลงในช่วงปี 2557-2559 เนื่องจากมีการนำไปใช้งานด้านการรักษาความปลอดภัย สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อเนื่องไปถึงช่วงรัฐประหาร และงานต่างๆของ คสช.ว่า ทุกแผนงานโครงการและทุกงบประมาณจะต้องมีการขออนุมัติหลักการขึ้นมาจากฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายสังคม กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ในส่วนของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ก็ต้องทำเรื่องเบิกเบี้ยเลี้ยงต่างๆ และขึ้นไปเป็นงบฯความมั่นคง เป็นไปตามข้อเท็จจริง มีการตรวจสอบการใช้จ่าย ควบคุมบัญชี ไม่ใช่ว่าเงินตรงนี้หายไปเพราะเอาเงินไปให้ทหารทำงาน จะทำ แบบนั้นได้ที่ไหนเมื่อเบิกเงินต้องใช้ตามข้อเท็จจริง ผ่านการกลั่นกรองเยอะกว่าจะได้รับการอนุมัติ

ขอโทษสื่อกดดันเยอะเลยหงุดหงิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เมื่อวาน (6 ก.พ.) ต้องขอโทษ เพราะบางทีก็หงุดหงิด และยุ่งๆเหนื่อยกับการประชุม กอ.รมน.หลายเรื่อง ออกมาก็เจอปัญหา ที่ผมทราบคือ รมว.คลังได้ชี้แจงแล้ว 2-3 รอบ ผมได้ติดตามจากหน้าหนังสือพิมพ์เห็นว่ามีข่าว แต่พอมาถามซ้ำบางทีผมก็ไม่ไหว บางทีมันกดดันเยอะ แต่ผมไม่เคยปกปิดอะไรเลยขอให้เข้าใจ วันนี้ยังมีอาจารย์ท่านเดิมออกมาอีก แต่ได้เล่าให้ รมว.คลังไปแล้ว โดย รมว.คลังบอกว่า อาจารย์อาจไม่เข้าใจหลายเรื่องในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขอย่างเดียว ต้องดูวิธีการปฏิบัติด้วย ยอดเงินอะไรต่างๆกู้มากหรือกู้น้อยก็กู้มาทุกรัฐบาล ช่วงไหนใช้เยอะก็กู้เยอะแล้วใช้หมด ช่วงไหนกู้แล้วไม่ได้ใช้ มันควรจะปลดล็อกไปบ้าง ไม่ใช่กู้มารอไว้ บางช่วงดอกเบี้ยมันก็ขึ้นลง ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เงินเหล่านี้เหลือไว้มากมาย บางทีเตรียมเงินแล้วใช้ไม่ได้”

โวยวิจารณ์ด้วยข้อมูลอย่ามาจับผิด

นายกฯกล่าวอีกว่า “รัฐบาลนี้จะขับเคลื่อนหลายโครงการออกมาให้ได้ อาจทำให้ยอดการใช้จ่ายสูงขึ้น หากเรามีค้างไว้เยอะแล้วเบิกมาไม่ได้ จะถูกไล่เรื่องการใช้จ่ายงบฯอีกจะพันกันหมด ไม่ได้โกรธนักวิชาการแต่เสนออะไรมาขอให้พูดด้วยข้อมูล หากสงสัยถามมาจะตอบ ทำความเข้าใจช่วยกันจะไม่ดีกว่าเหรอ อย่ามาจับผิดจับถูกอะไรตอนนี้ ไม่ได้ต้องการให้มันรั่วไหล หรือใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ทุกคนทราบดีว่าผมเข้ามาทำอะไร ไว้ใจผมแต่ไม่ไว้ใจคนอื่นมันก็ยาก เพราะผมเข้ามาทำงานให้คนอื่นด้วย พยายามจะกำกับดูแลให้ดีที่สุด ภายใต้กฎหมายระเบียบการเงินการคลัง ไปถามได้เลยว่ามีความแตกต่างกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะข้าราชการประจำเดิมๆก็ยังอยู่ ถามเขาเองแล้วกัน เพราะถ้าถามผมเดี๋ยวหาว่าผมคุยโม้โอ้อวดอีก มันไม่ใช่”

ชูทุนสำรองที่ 18 ของโลกดัชนีเชื่อมั่น

เมื่อถามว่า จะต้องมีแผนรองรับเงินคงคลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เงินคงคลังกับเงินสำรองเป็นคนละเรื่องกัน เงินสำรองเรามีสูงมาก ลำดับที่ 18 ของโลก เพราะไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเยอะ ยังคงคลังอยู่อย่างนั้น และอันนั้นจะเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่งอยู่ในด้านการเงิน เพราะมีเงินสำรองไว้เยอะมาก เคยมีบางรัฐบาลคิดจะเอามาใช้ แต่ตนไม่ใช้ เก็บไว้อย่างนั้น หลายประเทศเห็นว่าถ้าลงทุนในประเทศไทยแล้วมีปัญหา รัฐบาลไทยยังมีเงินสำรอง นั่นแหละคือการสร้างความเชื่อมั่น เงินคงคลังตรงนี้มันน้อย แล้วโครงการเบิกจ่ายพอหรือไม่ ถ้าไม่พอก็กู้เงินมาเพิ่ม อันไหนไม่จำเป็นต้องกู้ยังไม่ต้องกู้ ทำไมจะต้องเอาเงินมากองไว้ หากกู้มาไม่ว่าจะเอามาจากไหนก็ตาม จะต้องใช้ให้หมด โดยต้องมีโครงการที่ผ่านการตรวจสอบ ถ้าทำได้ทำไป ไม่เช่นนั้นจะติดกันทั้งหมด เงินเหลือเยอะ โครงการทำไม่ได้ มีเงินเยอะจะมีประโยชน์อะไร แต่ถ้ามองว่าเอาเงินไปใช้อะไรตรงนี้ตรวจสอบได้เลย หน่วยราชการที่รับผิดชอบ ไล่สอบกันไปถ้าไม่ไว้ใจตน ไม่ได้ปิดบังอะไร

บี้องค์กรสื่อจัดการคนตีข่าวรัฐถังแตก

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายกฯได้หารือในที่ประชุม ครม.หลังจากจากอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งระบุถึงตัวเลขเงินคงคลัง การจะดูตัวเลขอย่าดูผิวเผินว่าในปีนี้หรือปีที่ผ่านมาต่างกันอย่างไร โดยไม่สนใจที่มาของการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ที่ประชุม ครม.เห็นว่าต้องขอบคุณสื่อมวลชนส่วนใหญ่ที่เข้าใจว่ามีวิธีการใช้จ่ายอย่างไร มีที่มาจากไหน จึงไม่หยิบประเด็นนี้มานำเสนอต่อสังคมให้เป็นประเด็นเสียหาย มีเฉพาะสื่อมวลชนบางส่วนที่อาจมีนัยทางการเมืองหยิบมาพาดหัว ทำให้ที่ประชุม ครม.คุยกันว่ากรณีอย่างนี้องค์กรสื่อมวลชนมีแนวทางดูแลกันและกันอย่างไร สมมติว่าเรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาแล้วกระทรวงการคลังชี้แจงอธิบายความ และมีหนังสือถึงสภาวิชาชีพสื่อมวลชนสักแขนงหนึ่ง จะมีวิธีการจัดการสื่อมวลชนด้วยกันอย่างไร ถ้าทำตรงนี้ได้เชื่อสังคมจะเกิดความรู้สึกยินดีที่ทุกฝ่ายมีส่วนช่วยประเทศขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าไม่ต้องคอยหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

พท.หยันรัฐบาลต้องรับความจริง

วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุเงินคงคลังเดือน ธ.ค.2559 ต่ำถึง 7.49 หมื่นล้านบาท เพราะไม่ต้องการกู้เงินมากองไว้ จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยว่า 2 ปีกว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลและ คสช. เงินคงคลังลดลงไป 4.2 แสนล้านบาท ย้อนไป 10 ปี เงินคงคลังสูงถึง 6 แสนล้านบาท จนปี 2556 ถึงปัจจุบันเหลืออยู่ 74,907 ล้านบาท น่าตกใจมาก รัฐบาลมีรายจ่ายเดือนละ 2-4 แสนล้านบาท เฉพาะเงินเดือนข้าราชการเดือนละ 5 หมื่นล้านบาท ประชาชนจึงวิตกกังวลว่าจะจ่ายเงินเดือนได้อีกกี่เดือน เรียกว่ารัฐบาลถังแตกได้หรือไม่ แล้วจะเข้าสู่ยุคภาษีอานคือเก็บภาษีเพิ่มแหลกลาญ ตามภาษี น้ำมันเครื่องบินอีกหรือไม่ ถึงเวลาที่รัฐบาลและ คสช.ต้องยอมรับและพูดความจริงกับประชาชน

จี้ปรับ ครม.ก่อนประเทศล้มละลาย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตลอด 3 ปี รัฐบาล คสช. ทำงบฯขาดดุลทุกปี และยังทำงบฯกลางปีเพิ่มเติมอีก 3 ปีติดต่อกันเช่นกัน ทำให้ขาดดุลเพิ่มขึ้นอีก จนเงินหมดกระเป๋า และยังนำเงินในคลังที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้จ่ายอีก รายได้ไม่มี มีแต่รายจ่าย และเป็นรายจ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เรียกได้หรือไม่ว่าเริ่มจะถังแตก โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลจะหยิบมาทำ น่าศึกษาดูว่าจุดคุ้มทุนหรือคืนทุนอยู่ตรงไหน และ สนช.ควรท้วงติงรัฐบาลบ้าง การคิดจะจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มาใช้ในกองทัพคงจะมีแต่เจ๊งหรือขาดทุนลูกเดียวเท่านั้น ถ้าจะให้ดีต้องหาคนมีความรู้มาทำหน้าที่โดยเร็ว หรือไม่ก็ต้องรีบปรับ ครม.ได้แล้วก่อนที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สภาวะล้มละลาย ขอให้เข้าใจด้วยว่าปัญหาของประเทศขณะนี้คือรัฐบาล คสช.

ฉะข้อมูลผิดแก้ปัญหาไม่ได้

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เงินคงคลังต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี อาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลมีปัญหา ควรจะเร่งแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนคนที่มีความรู้ความสามารถแท้จริงเข้าทำงานแทน ไม่มีการคาดประมาณรายรับรายจ่ายของรัฐบาลให้ดีเพียงพอ ไม่เตรียมพร้อม พยายามจะหลอกตัวเองว่าเศรษฐกิจดี รวมถึงเร่งออกมาตรการแจกและอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินคงคลังลดลงอย่างรวดเร็ว ภาวะเศรษฐกิจแย่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีได้อย่างที่ประมาณการไว้ การอัดเงินจำนวนมากเข้าไปในระบบ ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสสี่ยังออกมาไม่ดีนัก ฉุดให้การเจริญเติบโตทั้งปีอาจเหลือแค่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ไม่ถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์การลงทุนต่างประเทศหดหาย ไม่ได้ดีอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯบอก และยังมีเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง ถ้าหากผู้นำสูงสุดของประเทศยังมีข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ ประชาชนจะยิ่งลำบาก

“ณัฐวุฒิ” เย้ยปีนี้สอบไล่ชี้ชะตา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า การที่นายกฯ บอกว่าอย่าตกใจ แต่ช้าไป เพราะประชาชนจำนวนมากตกใจไปแล้วกับยอดเงินคงคลังที่ลดลงอย่างมากหลังรัฐประหาร การอธิบายว่าใช้เงินไปเพื่อลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจอาจรับฟังได้ แต่จากสภาพความเป็นจริงปัญหาเศรษฐกิจยังส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น รัฐบาลไม่ควรมองว่าคนวิพากษ์วิจารณ์หรือตั้งคำถามเรื่องเหล่านี้เป็นพวกไม่หวังดี เพราะตัวเลขด้านเศรษฐกิจไม่ใช่ความลับ เมื่อเป็นข่าวออกมาย่อมสร้างความสงสัยหรือวิตกกังวลได้ สิ่งที่ควรจะเป็นคือ มีฝีมือเท่าไหร่ต้องใส่ให้หมด เพราะปีนี้เป็นปีสอบไล่ ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครออกมาเผชิญหน้าหรือรุกไล่รัฐบาล แต่ทุกเรื่องที่ทำจะมีข้อสรุป จะสอบผ่านหรือสอบตกอยู่ที่ปีนี้ คิดว่าประชาชนคงให้คะแนนได้ ปีนี้ของจริง นายกฯจะดวงตกหรือไม่ตนไม่มีความรู้เรื่องโหร แต่มั่นใจว่างานหนักแน่ ผลโพล เพลงหรือการจัดรายการทุกสัปดาห์ จะมีน้ำหนักน้อยกว่ารูปธรรมที่ประชาชนจับต้องได้

“พี่ป้อม” คุยอารมณ์ดีกว่า “น้องตู่”

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดัง เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” ทักดวง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ดวงตก ว่า “ใครดวงตก ผมไม่เคยดูดวง ดวงผมก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าปีที่แล้วว่าไปอย่าง ทั้งไม่สบาย ทั้งขาเจ็บหกล้ม ปีที่แล้วจะดวงตก ปีนี้ไม่เห็นมีอะไรจะตก” เมื่อถามต่อว่าปีนี้อาจเป็นปีไก่ทองของท่านก็ได้ พล.อ. ประวิตร ตอบว่า “ใช่ ตอนนี้ผมอายุ72ปี เกิดปีไก่” จากนั้นได้หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวเรื่องอายุ ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าวพร้อมกับระบุว่า “ขออนุญาตครับพี่ อย่าอารมณ์เสียนะ ผมอารมณ์ดีตลอด” พล.อ.ประวิตร จึงตอบกลับไปว่า “ผมอารมณ์ดีกว่านายกฯเยอะ”

ไทย–ลาวดีลข้อมูลขู่ฆ่า 2 บิ๊ก คสช.

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการประสานความร่วมมือกับทางการลาว ให้ติดตามตัวกลุ่มคนที่โพสต์ขู่สังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมว่า ปกติมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว รวมถึงฝ่ายความมั่นคงได้ประสานงานกันอยู่ แต่อะไรที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างประเทศ เรามีช่องทางดำเนินการอยู่ เมื่อถามกรณีที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ไทยปรับปรุงกฎหมายอาญา มาตรา 112 นายดอนตอบว่า ยังไม่เห็นข้อเรียกร้องดังกล่าว ก็เหมือนกฎหมายต่างๆ แต่ละประเทศมีเรื่องภายในของตัวเอง อย่าไปคิดว่ากฎหมายเราจะไปกระทบคนอื่น

เมื่อถามว่ายูเอ็นอ้างว่ามีการใช้มาตราดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมือง นายดอนตอบว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีความพยายามพูดกันมานานแล้ว แต่ลองคิดดูว่าคนไทย 67 ล้านคนมีใครบ่นเรื่องนี้บ้าง ถ้าบ่นกัน 2-3 คน แสดงว่ามีวาระซ่อนเร้น อย่าไปเดินตามคนเพียงไม่กี่คน ต้องถามคนทั้งประเทศที่ชื่นชม เชิดชูสถาบัน เมื่อถามอีกว่า กระทรวงต่างประเทศต้องทำหนังสือชี้แจงไปยังยูเอ็นหรือไม่ นายดอนตอบว่า ยังไม่เห็นข้อเรียกร้องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าเราต้องตอบ เรารู้อยู่แล้วว่าประเด็นอยู่ที่ไหนประเด็นคือมีการสร้างเรื่องขึ้นมาให้มีสีสันในข่าว ยืนยันไม่ใช่ปัญหาของไทย

“เฉลิมชัย” ลั่น ทภ.1 กำลังหลักค้ำ รบ.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองทัพภาคที่ 1 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 (ศปก.ทภ.1) และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)กองทัพภาคที่ 1 มี พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพภาคที่ 1 ต้อนรับ โดย พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 เป็นกำลังรบสำคัญของกองทัพบก และยังเป็นหน่วยหลักที่รับผิดชอบการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ส่วนสถานการณ์ในอนาคตนับแต่นี้ต่อไป พวกเราตระหนักว่ากองทัพบกเป็นกำลังหลักที่จะต้องดูแลความมั่นคงให้รัฐบาล เพื่อบริหารประเทศได้ตามแนวทางที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ต้องยอมรับและเข้าใจบทบาทการทำงานของกองทัพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองด้วยว่า ต้องใช้อำนาจหน้าที่อย่างเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าใช้อำนาจอย่างเป็นธรรมประชาชนจะยอมรับเองในที่สุด และต้องเป็นที่พึ่งในทุกโอกาส เราทุกคนต้องมีความรักความสามัคคี มีความเป็นเอกภาพ ทุกคนต้องระลึกเสมอว่ามาจากไผ่ก่อเดียว เกิดจากรากเหง้าเดียวกัน มีอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ และประชาชน ถ้าพวกเราคิดเหมือนกัน กองทัพบกจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นกำลังหลักของรัฐบาลในการบริหารประเทศได้อย่างมั่นคง

ย้ำระบบ รปภ.มีมาตรฐาน

พล.อ.เฉลิมชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวขู่ทำร้ายนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีว่า จากการตรวจสอบเป็นการข่มขู่ทางโซเชียลมีเดีย ใครก็สามารถคิดได้ แต่การกระทำคงไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนกรณีการรักษาความปลอดภัย ไม่มีอะไรต้องเพิ่มเติมไม่มีความน่ากังวล ส่วนที่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่า เป็นกลุ่มเดียวที่หนีคดีหมิ่นสถาบันฯอยู่ในประเทศลาว เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ประสานไปยังประเทศลาวแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและบุคคลที่มีหมายจับ

ตั้ง 40 อรหันต์ร่วมทีมปรองดอง

ส่วนความคืบหน้าในการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองในประเทศ เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมเป็นประธานว่า รายชื่อคณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร ในส่วนของที่ปรึกษาและกรรมการจะเป็นคนนอก กรรมการทั้งชุดมีอยู่ประมาณ 40 คน แต่วันนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ รายชื่อที่มาเป็นที่ปรึกษาและกรรมการทุกคนคุ้นเคยอยู่แล้ว ที่เอ่ยชื่อมาก็มีชื่อทั้งหมด ทั้งนักวิชาการและคนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ขอให้รอดูกัน แต่ปัญหาคือรายชื่อคณะกรรมการที่เลือกมาแล้วหลายคนบอกว่ามาไม่ได้ อย่าง นพ.ประเวศ วะสี นักวิชาการชื่อดัง ขอช่วยงานอยู่ข้างนอก โดยจะส่งคนมาทำตรงนี้แทน ส่วนที่มีชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อยู่ในคณะด้วยก็ใช่

วอนหยุดขยายปม ก.ม.คุมสื่อ

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ถูกองค์กรสื่อมวลชนยังเคลื่อนไหวคัดค้านอยู่ว่า เรื่องสื่อให้เขาถกแถลงกันไปเถอะ อย่าไปเอามาเป็นประเด็นข้างนอกเลย เรื่องมาตรการอะไรของเขามันออกได้ก็ออก ไม่ได้ค่อยไปว่ากัน แล้วจะไปทำอย่างไรกันต่อ ตนไม่รู้เหมือนกัน เปรียบเทียบดูแล้วกัน ต่างประเทศเขาเป็นอย่างไร ถือว่าช่วยกัน ตนก็ฟังมาหมด บางเวลาก็หงุดหงิดนิดหน่อย ก็ให้อภัยตนบ้าง

“ประวิตร” ใช้กลไกรัฐฟังความเห็น

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความปรองดองจะเรียกประชุมในสัปดาห์นี้ จากนั้นจะตั้งคณะอนุกรรมการรับฟังข้อคิดเห็น คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นต่างๆ และคณะอนุกรรมการทำข้อตกลงร่วมกัน สิ่งที่สำคัญต้องรับฟังจากทุกฝ่าย โดยให้กองทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงนำผลการศึกษาแนวทางปรองดองที่ชุดของ นพ.ประเวศ วะสี และนายคณิต ณ นคร อดีตประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มาผสมผสานร่วมกันว่าจะอยู่กันอย่างสันติในอนาคตอย่างไร และจะนำแนวทางทั้งหมดมาชี้แจงให้ฝ่ายต่างๆรับทราบว่า จะยึดถือเป็นแนวทางจะอยู่ร่วมกันในอนาคต พยายามทำให้มันได้ส่วน จะได้แค่ไหนก็แค่นั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

แย้มจีบผู้ใหญ่ช่วยหนุนหลังอื้อ

เมื่อถามว่าคณะกรรมการที่จะรับฟังความคิดเห็นจะเชิญนายคณิตมาร่วมด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงไม่มี เพราะคณะกรรมการชุดนี้เปิดรับฟังเพื่อรวบรวมความคิดเห็นเท่านั้น แต่จะใช้ผู้ใหญ่ที่เป็นกลางบางคนที่ไม่อยากมา อาจจะช่วยตนอยู่ข้างหลัง เมื่อถามอีกว่าคนที่ช่วยแต่ไม่อยากเปิดหน้ามีเยอะหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เยอะ เมื่อถามย้ำว่าหลายฝ่ายเรียกร้องให้คนที่เป็นกลางพูดกับฝ่ายการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะใช้คนที่เป็นกลางทั้งทหาร ตำรวจ ผวจ. ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มานั่งฟังให้เขาได้แสดงความคิดเห็น โดยจะไม่ไปเถียงกับใคร มีแต่รับฟังฝ่ายต่างๆ ว่าในอนาคตจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นอย่างไร แล้วเราจะมารวบรวมประเด็นทั้งหมดมาทำเป็นข้อคิดเห็นร่วมกัน โดยการรับฟังทั้งหมดจะพยายามทำให้ได้ในกรอบ 3 เดือน ส่วนการพิจารณาทำข้อตกลงนั้นยังไม่กำหนดกรอบเวลา ขอรับฟังความคิดเห็นมาก่อน เท่าที่ดูฝ่ายการเมืองก็เห็นชอบในการมาให้ข้อคิดเห็น

ค้านเลขาฯศาลร่วมวง ป.ย.ป.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.แต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเป็นกรรมการตรียมการเพื่อการสร้างความสามัคคีปรองดองในคณะกรรมการ ป.ย.ป.ว่า การตั้งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานธุรการของศาล ในฝ่ายตุลาการเป็นกรรมการชุดนี้ ไม่เหมาะสมอาจเกิดข้อครหาก้าวก่ายหรือแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ ไม่ควรมีหน่วยงานของฝ่ายตุลาการเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ เป็นห่วงภาพลักษณ์ของศาลยุติธรรม แม้ว่าเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจะเป็นเพียงหน่วยงานธุรการของศาลก็ตาม แต่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าใจว่าเป็นตัวแทนศาลยุติธรรมทั้งที่ไม่ใช่ก็ตาม อาจมีเหตุผลหรืออาจเซ็นตามที่เสนอก็ตาม นอกจากสังคมจะสับสน เพราะการพิจารณาอรรถคดีของศาลต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม รัฐบาลจะไปก้าวก่ายแทรกแซงใดๆไม่ได้

สปท.จัด 5 กลุ่มงานปฏิรูปเร่งด่วน

ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวภายหลังการประชุมร่วมระหว่างประธาน สปท. รองประธาน สปท. เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) และประธานคณะ กมธ.สปท.ทั้ง 12 คณะว่า ได้หารือจัดกรอบวาระการปฏิรูป 27 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำภายในปี 2560 ตามที่นายกฯวางเป้าไว้ โดยแบ่งงานเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.การปฏิรูปกลไกภาครัฐ 2.การปฏิรูปคน 3.การปฏิรูปพัฒนาเครื่องมือฐานราก 4.การปฏิรูปเศรษฐกิจในอนาคต 5.การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน ประธาน สปท.ยังได้แจ้งให้ ประธานคณะ กมธ.ทั้ง 12 คณะของ สปท. ประสานงานร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน (กขป.) ที่มีรองนายกฯ ทั้ง 6 กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไปตรวจสอบดูว่าการปฏิรูปเรื่องใดยังติดขัด ตกหล่น ติดหล่มอยู่ ให้รวบรวมนำมาประสานงานเพื่อเสนอแก้ไข

กรธ.ห่วงยืดอายุคดีกระทบไต่สวน

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. กล่าวก่อนการประชุมถึงการเชิญตัวแทนของศาลยุติธรรมมาให้ความเห็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองการ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ว่า มีหลายประเด็นที่ กรธ.สอบถามว่าควรปรับหรือต้องแก้ไขอย่างไรหรือไม่ และสอบถามถึงเจตนารมณ์ที่บัญญัติไว้ สาระที่สำคัญประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีผู้เสนอให้คดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องไม่มีอายุความหรือยืดอายุความคดีให้นานที่สุด ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป เพราะพบว่าการยืดอายุความหรือการทำให้คดีไม่มีอายุความจะกระทบต่อการไต่สวน เช่น การไต่สวนบุคคล หากยืดอายุความคดีอาจกระทบกับความทรงจำหรือการมีชีวิตอยู่ของผู้ที่จะให้ข้อมูลได้ หรือกรณีต้องใช้การสืบจากเอกสาร ทางราชการจะมีข้อจำกัด เก็บเอกสารไว้ในระยะหนึ่งเท่านั้น เป็นต้น

“สุเทพ” ย้ำจุดยืนไม่เอานิรโทษฯ

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) พร้อมแกนนำ กปปส.ที่ถูกกล่าวหาในคดีกบฏ เดินทางไปรับฟังการไต่สวนสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยนายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังพยายามหาหนทางจะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ จึงไม่อยากจะแสดงความคิดเห็นไปมากกว่าจุดยืนที่เคยได้บอกไว้ว่าพร้อมสนับสนุนรัฐบาลทุกด้าน หากแสดงความคิดเห็นใดออกไป ฝ่ายอื่นจะนำไปอ้างได้ว่าตนไม่มีความคิดจะปรองดอง อยากให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าการสร้างความปรองดองให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่าต้องการให้ประชาชนคนไทยทุกคนเคารพและปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายบ้านเมือง คดีความที่ตนตกเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหา จะสู้คดีความตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการยกเว้นโทษนิรโทษกรรมหรือลบล้างความผิดให้ผู้กระทำผิดกฎหมายเพื่อความปรองดอง

“ประยุทธ์” ยันทำตาม ก.ม.ไม่ได้อุ้มใคร

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่ ครม.อนุมัติแก้ไขสัญญาการบริหารและดำเนินกิจการศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กับบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ธุรกิจในเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี จาก 25 ปี เป็น 50 ปีว่า เรื่องนี้ ตอบไปแล้ว กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ชี้แจงไปแล้ว ยืนยันว่าทำได้เป็นไปตามกฎหมายก็ทำไป ตนไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร มันคนละเรื่องกัน นี่เป็นเรื่องของบ้านเมืองก็เรื่องของบ้านเมือง อะไรมันเกิดประโยชน์สูงสุดทำได้ตามกฎหมายก็ทำไป ถ้าไม่ได้คือไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว

ไฟเขียวจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงปัญหาโครงการรถเมล์เอ็นจีวีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยกเลิก การจัดซื้อเนื่องจากมีปัญหาสำแดงภาษีเป็นเท็จว่า เคารพผลสรุปการตรวจสอบโดยกรมศุลกากรกรณีที่มีการสำแดงภาษีเป็นเท็จ ส่วน ขสมก.จะทำโครงการจัดซื้อจัดหาขึ้นมาใหม่ไปว่ากันอีกที นี่คือปัญหาของบ้านเรา ถ้าทุกคนบอกว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ แล้วใครจะฟ้องร้องว่าที่ทำกัน ใครมีหลักฐานมาฟ้องร้อง หรือไม่ จ่ายเงินให้ใครไปแล้วบ้างที่ทำอย่างนี้ได้ มีใครมาฟ้องมีหลักฐานไปจับหรือไม่ มันไม่ได้มีหลักฐานในบัญชีรับ-จ่ายถึงต้องไปหาวิธีการว่าทำอย่างไรจะมีคนแจ้งเข้ามาว่าเสียเงินตรงนั้นนี้มันก็ยาก ต้องมองทั้งแง่การจับตาจากภายนอกและจากภาคีภาครัฐ แล้วในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะแก้ตรงไหน ตอนนี้กำลังไล่ปรับแก้ไปมากแล้ว แต่ยืนยันว่าไม่สามารถแก้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ หลายอย่างพอกพูนทับซ้อนอยู่ข้างในกันมานานแล้ว

“วัฒนา” ฉะ ครม.เลี่ยงบาลีเอื้อเอกชน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พฤติกรรมของรัฐบาลหลีกเลี่ยงกฎหมายร่วมทุน ขยายอายุสัญญาและอนุมัติให้บริษัทเอ็น.ซี.ซี.ก่อสร้างศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หลังใหม่โดยไม่มีการแข่งขัน รมว.คลังและอธิบดีกรมธนารักษ์ระบุว่า เอกชนไม่ได้ผิดสัญญา ไม่สามารถยกเลิกสัญญา เสี่ยงถูกฟ้องร้อง เป็นคำแก้ตัวที่รับฟังไม่ขึ้น คือ 1.เอกชนก่อสร้างโรงแรมไม่ได้เพราะติดผังเมือง กทม. ทำให้การชำระหนี้รายนี้ตกเป็นพ้นวิสัย เอกชนจึงไม่สามารถฟ้องกรมธนารักษ์ได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 14493/2557 2.ข้อเสนอที่จะลงทุนตามโครงการเดิมจึงสิ้นสุดลง ไม่ต้องไปยกเลิกสัญญาเพราะตกเป็นพ้นวิสัย จึงเป็นการลงทุนใหม่ ต้องยื่นแบบขออนุญาตสร้างใหม่ทั้งหมด 3.ที่กฤษฎีกาและอัยการสูงสุดตอบว่าแก้ไขสัญญาได้ หากไม่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ถูกต้อง แต่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายเรื่องนั้นๆด้วย 4.เรื่องนี้อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ ต้องออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ส่วนการคัดเลือกจะไม่ใช้วิธีประมูลเป็นขั้นตอนภายหลังประกาศเชิญชวนแล้ว และ 5.หากมั่นใจว่าเอกชนรายนี้เสนอประโยชน์สูงสุดให้รัฐแล้ว ยิ่งไม่มีอะไรต้องกังวล จะเปิดให้แข่งขันอีกกี่รอบต้องชนะอยู่ดี ที่สำคัญคือระยะเวลาในสัญญาเดิมเหลืออยู่อีกหลายปี มีเวลามากพอที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องโปร่งใส แล้วจะรีบดันทุรังหาเรื่องเลี่ยงบาลีไปเพื่อใคร

“ศานิตย์” เลื่อนแจงนั่งกุนซือไทยเบฟ

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ชี้แจงภายใน 7 วัน กรณีมีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทย–เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อัตราเดือนละ 5 หมื่นบาทว่า ขณะนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ได้ทำหนังสือมาขอขยายเวลาชี้แจงออกไปอีก 30 วัน ให้เหตุผลว่ามีภารกิจเยอะ และขอเวลารวบรวมเอกสารหลักฐาน ขณะที่ทางบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ หลังจากนี้เมื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ชี้แจงมาแล้วผู้ตรวจการฯจะนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

5 ธ.ค. เป็นวันพ่อแห่งชาติ–วันชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการ ครม. แจ้งให้ที่ประชุม ครม.ทราบว่า นายกฯได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันสำคัญของชาติไทย ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ต.ค.59 ยังความเศร้าสลดอย่างยิ่งใหญ่มาสู่พสกนิกรชาวไทย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา ปวงชนชาวไทยทั้งปวงจึงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตระหนักถึงความสำคัญของวันที่ 5 ธันวาคม ที่เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดว่า วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย ดังนี้ 1.เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2.เป็นวันชาติ 3.เป็นวันพ่อแห่งชาติ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.60 เป็นต้นไป และ ครม.ยังมีมติให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันหยุดราชการด้วย

“วิษณุ” เผยเลือกตั้งหลังใช้ รธน.1 ปี

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ปฏิรูปกฎหมาย บริบทประเทศไทยบนเวทีโลก” ในงานฉลองครบรอบ 14 ปีหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า วันนี้รัฐบาลกำลังทำเรื่องไทยแลนด์ 4.0 ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา ตำรวจ หรือสาธารณสุข หรือแม้แต่การปฏิรูปสื่อ จึงต้องเริ่มต้นวางกฎกติกามารยาท เป็นบันไดขั้นแรกเป็นรากฐานในการปฏิรูปทั้งปวง การปฏิรูปกฎหมายมีเรื่องให้ทำเยอะ ที่สำคัญต้องวางแผนให้ดี แล้วขับเคลื่อนให้ได้ ตั้งโจทย์ให้ดีว่าจะปฏิรูปอะไร เพื่อตอบปัญหาของสังคม อีกไม่นานรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะประกาศใช้ วันนี้อยู่ในช่วงที่นายกฯขอพระ ราชทานรับร่างรัฐธรรมนูญกลับคืนมาปรับแก้ เมื่อปรับแก้เสร็จแล้วต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯใหม่ก่อน วันที่ 18 ก.พ.ทันแน่ เมื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯแล้วทรงมีเวลาพิจารณา 90 วัน เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ จะมีการเปลี่ยนแปลงตามมาหลายเรื่อง ก่อนจะมีการเลือกตั้งอีกนานพอสมควรเป็นปี แต่ความเปลี่ยนแปลงอื่นจะเกิดขึ้นระหว่างทาง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้เพราะกำหนดว่าให้ทำเรื่องอะไรเสร็จเมื่อไหร่ เรื่องที่ต้องทำทันทีคือเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย ถือเป็นการปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ เพราะมีการบัญญัติไว้ในมาตรา 77 ว่าการออกกฎหมายอะไรต้องรับฟังความคิดเห็นในทุกขั้นตอน

“บิ๊กตู่” ออกปากขอโทษสื่อ บ่นเหนื่อยถูกกดดันหลายเรื่อง โต้เงินคงคลังลดฮวบ ไม่เกี่ยวงบฯความมั่นคง-โปรเจกต์ คสช. โวยนักวิชาการต้องวิจารณ์ด้วยข้อมูลอย่าจ้องจับผิด งัดทุนสำรองไทยรั้งอันดับ 18 ของโลก... 8 ก.พ. 2560 07:44 8 ก.พ. 2560 07:44 ไทยรัฐ