วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ถูกต้อง’เหนือ‘ถูกใจ’

สาธุ กับข่าวอันเป็นมงคล

ตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เปิดเผยเองว่า ได้รับแจ้งถึงการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แล้ว

คือ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

โดยยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด มีการนำรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่ได้บอกไว้ทั้ง 3 ประการ นำขึ้นทูลเกล้าฯทั้ง 5 รูป ซึ่งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการสถาปนาที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วในเวลา 17.00 น. ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯด้วยพระองค์เอง

และต่อมาได้มีแถลงการณ์สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ความว่า ตามที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2556 เป็นเหตุให้ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง

บัดนี้ มีพระราชโองการโปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องจักได้รับสนองและดำเนินการเพื่อให้พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่เป็นไปโดยเรียบร้อยตามพระราชประเพณีต่อไป จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ประเทศไทยมี “สังฆราชา” องค์ใหม่ ในห้วงวันพระใหญ่มาฆบูชา

นั่นหมายถึงว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ

และจากภาพข่าวก่อนหน้านี้ที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์เป็นประธานนำพระเถระจำนวน 500 รูป และพุทธศาสนิกชน สวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ

ทำให้ประชาชนชาวไทยสัมผัสได้ถึงภาพของอริยสงฆ์ผู้มีวัตรปฏิบัติงดงาม

ด้วยบุคลิกของพระเถระผู้ใหญ่ที่น่าเลื่อมใส

ประกอบกับประวัติที่งดงามในเส้นทางธรรม นับตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2480 ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธฯ โดยมีท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์

กว่า 80 พรรษาที่ครองสมณเพศมาอย่างยาวนาน

มีผลงานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในฐานะพระธรรมทูต และการศึกษาพระธรรม ตามสถานะประธานมูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

โดยเป็นศิษย์ “พระอาจารย์ฝั้น” ที่มีสมณศักดิ์สูงสุดในปัจจุบัน

แน่นอน ด้วยประวัติและวัตรปฏิบัติอันงดงามย่อมเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรน่าสงสัย

นี่คือ “สังฆราชา” ที่ประชาชนคนไทยพุทธกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ

เหนืออื่นใด ก็เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดไว้ชัด

“ขออย่าขัดแย้ง ไม่ใช่ว่าองค์อื่นดีหรือไม่ดี ซึ่งผมเคยบอกไปว่าต้องดูเรื่องงานและเรื่องต่างๆ และเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ที่พระองค์ท่านทรงพิจารณาเอง”

เป็นอะไรที่รองรับด้วยรัฐธรรมนูญและราชประเพณี ทุกอย่างดำเนินการตามครรลอง

ยึดความ “ถูกต้อง” อยู่เหนือความ “ถูกใจ”

จากนี้ไปวงการสงฆ์กำลังกลับคืนสู่ความสงบ

“อาณาจักร” กับ “พุทธจักร” น่าจะต้องรักษาระยะห่างจากกัน

ความปั่นป่วนวุ่นวายจากปัญหาพระที่ผูกปมโยงใยกับความขัดแย้งทางการเมืองจะซาลงไป

แต่ถ้าใครยังไม่เลิกรา ยังตั้งหน้าตั้งตาจะป่วนวงการพุทธ- ศาสนา ยุแยงทำให้สงฆ์แตกแยก เพื่อหวังผลประโยชน์แอบแฝงทางการเมือง เบี่ยงเบนประเด็นเรื่องของคดีความ

ตามรูปการณ์ที่โบราณท่านให้ระวังบาปหนักถึงขั้นโดนธรณีสูบ ตกนรกหมกไหม้

แถมวันนี้ยุค 4.0 ผลกรรมมาไว อาจเห็นนรกตั้งแต่ยังไม่ตาย.


ทีมข่าวการเมือง

7 ก.พ. 2560 23:20 ไทยรัฐ