วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตัด สับ วาปี พ้นทาง ดุษฎี เปิดทุกหลักฐานสำคัญ ฟื้นคดีครูจอมทรัพย์

ย่างก้าว ของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ที่อ้างว่าตนเองตกเป็น แพะ ในคดีขับรถชนคนตาย ตั้งแต่ปี 2548 แต่ที่สุดก็แพ้คดี ถูกศาลฎีกาพิพากษา จำคุก 3 ปี 2 เดือน แต่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ออกมาสูดกลิ่นไอแห่งเสรีภาพ เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา

จากนั้นได้ร่วมมือกับบรรดาเพื่อนๆ ออกเสาะหาพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กับ กระทรวงยุติธรรรม
จนนำไปสู่การที่ ศาลจังหวัดนครพนม นัดสืบพยาน เพื่อพิจารณารื้อฟื้นคดี

ได้เดินทางมาถึงวันสำคัญ ในวันนี้ (8 ก.พ.60) แล้ว

อะไรคือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ ครูจอมทรัพย์ จะนำมาแสดงต่อศาล เพื่อร้องขอความเป็นธรรมบ้าง?

ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีทุกคำตอบมาให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ทุกท่านได้รับทราบ จากปากของ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้ยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือ อดีตแม่พิมพ์ของชาติที่กำลังทุกข์ยาก

“ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ข้อเท็จจริงตามสำนวนในคดีนี้ ก็คือ ไม่ปรากฏว่ามีใครเห็นว่า ครูจอมทรัพย์ เป็นคนขับรถในวันเกิดเหตุ ฉะนั้น หลักฐานชิ้นสำคัญสำหรับนำมาประกอบเพื่อร้องขอต่อศาลให้รื้อฟื้นคดี จึงอยู่ที่การหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มายืนยันให้ได้ว่า รถยนต์คันนี้ไม่เคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน ฉะนั้น เราจึงตัด นายสับ วาปี ผู้ที่อ้างตัวเองว่า เป็นคนร้ายในคดีนี้ออกไปจากกระบวนการขอรื้อฟื้นคดี เพราะไม่มีความจำเป็น” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวกับทีมข่าวอย่างหนักแน่น

เพราะตามประสบการณ์ที่ทำงานมา การที่จะสามารถหักล้างคำพิพากษาได้ มันมีเพียงแค่ 2 กรณีเท่านั้น คือ 1. ได้ตัวคนร้ายตัวจริง หรือ 2. มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น

ฉะนั้น หลักฐานชิ้นสำคัญ ที่จะนำมาแสดงต่อศาลในวันนี้ จะประกอบไปด้วย

1. ผลการตรวจสอบรถยนต์ ของทั้ง กรมขนส่งทางบก และ ศูนย์บริการโตโยต้า ที่ได้รับการยืนยันมาแล้วว่า รถคันนี้ ไม่มีร่องรอยการถูกชน นอกจากนี้ ช่างผู้ชำนาญการ ประจำศูนย์โตโยต้าใหญ่ที่ อ.สำโรง จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบความหนาแน่นของสีรถยนต์ ซึ่งเข้าทำการตรวจสอบในรอบที่ 2 รายงานกลับมาว่า ไม่พบว่า รถยนต์คนนี้ มีการทำสีใหม่ เพื่อ พยายามกลบร่องรอยการถูกชน อีกด้วย

2. ผลการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ บค 56 สกลนคร จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งไม่พบว่าป้ายทะเบียนรถดังกล่าว มีร่องรอยการถูกชน และไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยการแลกสี

3. การแสดงภาพเชิงซ้อน ระหว่างป้ายทะเบียนรถที่ชน กับ ป้ายทะเบียนรถครูจอมทรัพย์ โดยที่เราตรวจพบ ขอบป้ายล่างของทะเบียนรถที่ไปชน กับ รถจักรยานของผู้ตายในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจวัดขอบล่างที่ชนที่บริเวณตะเกียบรถจักรยานได้ 40 ซม. ส่วนขอบบน อยู่ที่ 55 ซม. ในขณะที่เมื่อไปวัดจากรถของครูจอมทรัพย์ ขอบล่างอยู่ที่ 38 ซม. และขอบบนอยู่ที่ 53 ซม. ซึ่งไม่ตรงกัน แสดงให้เห็นว่ารถคันที่ชนรถจักรยานผู้ตาย จะต้องสูงกว่า รถของครูจอมทรัพย์ อย่างน้อย 2 ซม.

4. พยานที่เห็นเหตุการณ์ ที่ให้การยืนยันว่า คนที่ลงมาจากรถหลังประสบอุบัติเหตุชนคนตาย เป็น ผู้ชาย

5. รถยนต์ของครูจอมทรัพย์ ซึ่งจะถูกนำไปจอดไว้ที่หน้าศาล เพื่อร้องให้ศาล ตั้งคนใดคนหนึ่งออกมาเดินเผชิญสืบว่าตรงกับข้อมูลการตรวจสอบที่ว่า ไม่มีร่องรอยการถูกชนหรือไม่

เพราะอะไร จึงเข้าให้การช่วยเหลือ ครูจอมทรัพย์?

เอาแบบนี้ ... พี่ ขออธิบายวิธีการทำงานของกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า

ในกรณีที่มีประชาชนมาร้องขอความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม
2. ส่งทีมลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่น คำตัดสินของศาลมีอะไรบ้าง และคำเบิกความทั้งหมด เรื่องจริงเป็นอย่างไร ข้อเรียกร้องที่อ้างว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ไม่ได้รับความเป็นธรรมในด้านใดบ้าง

จากนั้น ขั้นตอนต่อไปคือ

3. การนำข้อมูลทั้งหมดมาทำการประมวลเป็นคำถามด้านจิตวิทยา ซึ่งจะสามารถนำไปสู่บทสรุปในขั้นตอนสุดท้ายว่า คุณเป็นผู้กระทำผิดดังที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่?

พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ที่จะผ่านการตรวจสอบ จนนำไปสู่การที่ กระทรวงยุติธรรม จะยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ จะต้องผ่านการทดสอบของ เครื่องจับเท็จ เสียก่อน ซึ่งหากผ่าน ทางกระทรวงยุติธรรม จึงจะลงมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

และในกรณีนี้ หลังจาก ศาลรับพิจารณาให้มีการรื้อฟื้นคดี ทั้ง 1. ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร 2. นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง 3. นายสับ วาปี ก็ได้ถูกนำตัวไปตรวจสอบโดยเครื่องจับเท็จ แล้วทั้งหมด ส่วนผลที่ได้จากเครื่องจับเท็จของทั้ง 3 คน ออกมาอย่างไร ขออนุญาต “ไม่ตอบ” เพราะถือเป็น “ข้อมูลลับ”

จริงไหมคดีนี้ ทำงานขัดแย้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ?

“เราทำงานร่วมกันมาโดยตลอด” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำ

แต่ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าที่มันเลยเถิดไปกันเยอะ นั่นเป็นเพราะ เรื่องนี้ พอมันก่อให้เกิดกระแสในสังคม แทนที่มันจะกลายเป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม มันกลับกลายไปเป็น เรียลลิตี้โชว์ มีทั้งแฟนคลับของกระทรวงยุติธรรม และ แฟนคลับของตำรวจ ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวออกมาฟาดฟันกัน จนกระทั่งเลยเถิดไปถึงขั้นที่ว่า เปิดโหวตให้มีแบ่งข้างไปเลยว่า ควรจะเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ครูจอมทรัพย์ เลยก็มี

ฉะนั้น เมื่อเห็นว่ามันชักจะเลยเถิดมากเกินไปแล้ว ทางกระทรวงยุติธรรม จึงต้องไปจับเข่าคุยกับทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขจัดสิ่งที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่างๆ นานา เพราะในเมื่อ เรามีหน้าที่ดูแลสังคมด้วยกันทั้งคู่ ฉะนั้นใครมีหน้าที่อย่างไร ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของแต่ละคนไป

เวลานี้ มันไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษกันไปมาว่า ใครผิดใครถูก แต่มันเป็นเวลาที่จะต้องมาทำงานร่วมกัน อะไรที่มันผิดพลาด ต้องมาร่วมมือกันแก้ไข อย่าไปมองแค่ข้อผิดพลาดของคนอื่น แต่ต้องมองไปที่ข้อผิดพลาดของตัวเอง เพราะเราต้องต่างคนต่างทำงานของแต่ละคนไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

จริงหรือไม่ มีการข่มขู่พยาน?

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นิ่งไปสักครู่ ก่อนตอบกับทีมข่าวฯ ว่า

“ในจำนวนพยาน 11 คน ที่รวบรวมมา เท่าที่ทราบ มีบางคนที่เกิดความหวาดกลัวและอาจจะไม่เดินทางไปศาล ส่วนจะเป็นฝีมือใคร หรือไม่อย่างไร คงตอบได้ยาก เพราะมันอาจจะเกิดความเข้าใจผิด หรือ คิดไปเอง ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

ที่ผ่านมา ทาง กระทรวงยุติธรรมเอง ก็ได้พยายามขจัดปัญหาในเรื่องนี้ ด้วยการจัดส่งทีมไปนำทั้ง ครูจอมทรัพย์ ครูอ๋อง และ นายสับ ออกจากพื้นที่ เพราะไม่อยากให้มีประเด็นเสียงครหาว่า มีการข่มขู่พยาน เพราะหาก “มันเกิดขึ้นจริง” จะเป็นภาพที่ไม่ดีต่อทั้ง กระทรวงยุติธรรม และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเสียตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

ก่อนจบการให้สัมภาษณ์ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวทิ้งท้ายกับ ทีมข่าวฯ ด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า

“คนที่ออกจากเรือนจำแล้วกลับเข้ามาอยู่ในสังคม โดยที่ตัวเองไม่ได้กระทำความผิด มันโหดร้ายมากนะ กับการที่จะต้องไปทนสายตาหยามหมิ่น และเสียงติฉินนินทาว่าร้ายต่างๆ นานา โดยเฉพาะในกรณี ครูจอมทรัพย์ ที่โดนคนต่างๆ ครหาว่า เป็นครูได้อย่างไร ทำผิดไม่รับสารภาพ จนต้องไปติดคุกติดตาราง”

“ณ เวลานี้ ทุกอย่างกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามหลักการและขั้นตอน ฉะนั้น ขอให้ประชาชนทุกคนสบายใจได้”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อะไรคือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ ครูจอมทรัพย์ จะนำมาแสดงต่อศาล เพื่อร้องขอความเป็นธรรมบ้าง? 7 ก.พ. 2560 20:16 ไทยรัฐ