วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นั่งแท็กซี่ เดินเท้าเปล่า จริยวัตรงดงาม สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

ประเทศไทย กำลังจะมีสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หลังจากสิ้นพระชนม์ ในวันที่ 24 ตุลาคม 2556

เรื่องที่น่ายินดีนี้ เปิดเผยโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดสถาปนาให้ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ อัมพโร เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะมีพิธีสถาปนาที่วัดพระแก้ว ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 10 จะเสด็จฯ ด้วยพระองค์เอง

เกี่ยวกับจริยวัตรของ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ อัมพโร นั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อพูดคุยกับ อ.สันติสุข โสภณศิริ ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของพระพุทธศาสนา และเขียนหนังสือ “พระพุทธเจ้าของฉัน”

อ.สันติสุข กล่าวว่า สำหรับ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ อัมพโร บวชเณรตั้งแต่อายุเพียง 10 ปี ในปี พ.ศ.2480 จากนั้นได้บวชเป็นพระตอนอายุ 21 ปี โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

“ท่านไม่ใช่พระที่เรียนเปรียญธรรมสูง โดยท่านจบเพียงเปรียญธรรม 6 ประโยค แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 18 (วาสนมหาเถร) ก็จบเพียง ประโยค 4 แต่เรื่องที่ท่านโดดเด่น คือ เป็นพระสายปฏิบัติ นี่คือคุณวิเศษของพระสงฆ์วัดราชบพิธฯ และเป็นศิษย์ก้นกุฏิของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ซึ่งปัจจุบันท่านยังคงเป็นประธานมูลนิธิของหลวงปู่ฝั้น”

ผู้คร่ำหวอดและศึกษาพระพุทธศาสนา คนเดิม กล่าวต่อว่า ท่านเคร่งครัดต่อการปฏิบัติกิจของสงฆ์มาก ท่านจะถอดรองเท้าตลอด โดยเฉพาะพระในระดับพระราชาคณะ จริยวัตรท่านเป็นคนไม่มีสมบัติพัสถาน ทรงไว้ซึ่งเป็นพระแท้ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นธรรมยุต จะไม่มัวหมองเรื่องเงินทอง เวลารับกิจนิมนต์บางครั้งก็เดินทางด้วยรถแท็กซี่ เดินด้วยเท้าเปล่า นับว่าเป็นพระที่มีความเรียบง่าย เคร่งครัดในกฎระเบียบแต่มีความแช่มช้อย ซึ่งท่านจะไม่ต่อว่าผู้ใด แต่ถึงเวลาจะตัดสินผิดถูก ท่านจะเที่ยงธรรม ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีกรณีพระทำผิดพระธรรมวินัย แต่ท่านก็ตัดสินความผิดอย่างเที่ยงธรรม ไม่เห็นแก่คนรู้จักหรือฝ่ายเดียวกัน

ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ท่านเป็นพระที่ทันสมัย โดยเรียนจบปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี เป็นผู้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ซึ่งทำงานเป็นพระธรรมทูตมาโดยตลอด ซึ่งท่านได้ทำงานสำคัญ คือ การไปช่วยประดิษฐานพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ที่ประเทศออสเตรเลีย

“แรกๆ ก็ไปเผยแผ่ศาสนาตั้งแต่ปี 2516 ที่นครซิดนีย์ หลังจากนั้น ได้มีการผลักดันพุทธสมาคม และมีการตั้งพุทธสมาคมขึ้นอีกหลายเมือง อาทิ แคนเบอร์รา เมลเบิร์น ดาร์วิน ซึ่งการวางรากฐานดังกล่าวทำให้พระพุทธศาสนาในประเทศออสเตรเลียมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ และพุทธาวาส ให้กับ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ในช่วงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่วัดธัมมธโร (แปลว่า ทรงไว้ซึ่งธรรม) ที่กรุงแคนเบอร์รา”

ที่ผ่านมา ท่านดำรงตน เป็น มัชฌิมาปฏิปทา หรือผู้ที่เดินทางสายกลางเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง โดยยึดหลักกฎหมายของบ้านเมือง และพระธรรมวินัย ส่วนตัวเชื่อว่า หากท่านดำรงตำแหน่งพระสังฆราชแล้ว จะเป็นที่ยอมรับในทุกฝ่ายทั้งธรรมยุต และมหานิกาย เพราะตำแหน่ง พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หมายความว่าสามารถปกครองพระสงฆ์ทั้งหมด

ประวัติ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ อัมพโร มีชื่อเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ที่ตำบลบางป่า อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์

การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี, ปริญญาตรี ศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ปริญญาโท ทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย, นักธรรมชั้นเอก และจบเปรียญธรรม 6 ประโยค, ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์ สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปี 2552, ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปี 2553



อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2491 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ลำดับสมณศักดิ์

พระปริยัติกวี ปี 2514, พระราชสารสุธี ปี 2524, พระเทพเมธาภรณ์ ปี 2533, พระธรรมเมธาภรณ์ ปี 2538, พระสาสนโสภณ ปี 2543, สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ปี 2552

ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร, กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.), ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต), เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร, คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 20 กุมภาพันธ์ 2556

ประเทศไทย กำลังจะมีสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หลังจากสิ้นพระชนม์ ในวันที่ 24 ตุลาคม 2556... 7 ก.พ. 2560 18:54 ไทยรัฐ