วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดบ้านเด็กไทยแก้มใส ตามรอยพระยุคลบาท 'เจ้าฟ้านักโภชนาการ'

เปิดบ้านโรงเรียนเด็กไทยแก้มใสโภชนาการสมวัย สุขภาพดี ผลการเรียนดี มีจิตสาธารณะ โชว์ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโครงการเด็กไทยแก้มใส "โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา" น้อมนำพระราชดำรัส "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ขับเคลื่อน เด็กไทยมีสุขภาวะดีเติบโตมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.60 ที่โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโครงการเด็กไทยแก้มใส โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา จ.สมุทรปราการ ร่วมกัน "เปิดบ้านโรงเรียนเด็กไทยแก้มใส ถวายเจ้าฟ้านักโภชนาการ" โดยน้อมนำพระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการเด็กไทยแก้มใส ใน 544 โรงเรียนทุกสังกัด และคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อม 120 แห่ง สมัครใจร่วมพัฒนาตนเอง และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาเด็กไทยให้มีโภชนาการสมวัย สุขภาพดี ผลการเรียนดี และมีจิตสาธารณะ ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการมี 3 โรงเรียนที่มีความพร้อม เพื่อร่วมสร้างต้นกล้าเด็กไทยแก้มใสให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ หวังให้โรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กและเยาวชน

นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวถึง พระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2547 ว่า ".. อาหารและโภชนาการมีความสำคัญต่อมนุษย์ตลอดวงจรชีวิต การถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการแก่สถานศึกษา ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเสริมสร้างเด็กไทยให้มีศักยภาพเต็มตามความคาดหมาย..ที่สำคัญคือ ความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย โดยมีโรงเรียนและนักเรียนเป็นเป้าหมายหลัก แล้วขยายต่อไปยังครอบครัวและชุมชน...."

ทั้งนี้จังหวัดสมุทรปราการมีโรงเรียนสำหรับเด็กวัย 6–14 ปี 165,600 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงมัธยมต้น รวมทั้งสิ้น 290 แห่ง จากการสำรวจไอคิวเด็กไทย ปี 2554 และปี 2559 ของ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าค่าเฉลี่ยไอคิวเด็กไทยจังหวัดสมุทรปราการ =100.41 และ 101.09 (ค่ากลางมาตรฐาน IQ = 100)

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2559 โดยภาพรวมพบว่า สภาวะสุขภาพของเด็กดีขึ้นเป็นลำดับ เด็ก 6-14 ปี มีรูปร่างสูงดีและสมส่วน ร้อยละ 64.8 และมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 17.37 ทั้งนี้ มีเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคในอนาคต คือเด็กที่มีภาวะอ้วน ถึงร้อยละ 15.9 และเด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตระยะยาว ทำให้มีภาวะผอม ร้อยละ 9.7 และภาวะเตี้ย ร้อยละ 8.42 ซึ่งตนตั้งใจจะผลักดันเป็นนโยบายของทั้งจังหวัดสมุทรปราการที่จะขอน้อมนำแนวทางดังกล่าว และการดำเนินงานเด็กไทยแก้มใสมาขับเคลื่อนต่อในทุกโรงเรียน เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก โดยให้โรงเรียนที่เป็นศูนย์เรียนรู้เด็กไทยแก้มใส ทั้ง 3 แห่ง ของจังหวัดสมุทรปราการซึ่งมีนักเรียนรวม 2,374 คน คือ โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา โรงเรียนวัดคลองสวน (พรหมอุทิศวิทยาคาร) และ โรงเรียนวัดสวนส้ม (สุขประชานุกูล) เป็นผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ขยายผลต่อไปยังโรงเรียนอื่นๆ อีก 10 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 (เยี่ยมเกษสุวรรณ) โรงเรียนด่านสำโรง โรงเรียนอนุบาลวัดพิชัยสงคราม โรงเรียนวัดศรีคงคาราม โรงเรียนวัดคลองมอญ โรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย โรงเรียนวัดสำโรงเหนือ โรงเรียนวัดแหลม โรงเรียนวัดบางหัวเสือ และ โรงเรียนวัดปุณหังสณาวาส

รองศาสตราจารย์ นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า การมีโภชนาการที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรง นับเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้เด็กทุกคนเจริญเติบโต และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ เป็นคนมีคุณภาพของสังคมไทย อย่างไรก็ตามในอดีตที่ผ่านมา เด็กไทยในวัยเรียนจำนวนมากขาดแคลนอาหารกลางวัน และมีปัญหาการขาดสารอาหาร จนทำให้มีนํ้าหนัก และมีส่วนสูง ตํ่ากว่าเกณฑ์ จึงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และการเรียนรู้ของเด็ก ทำให้เด็กไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ ถึงแม้หลายหน่วยงานได้ร่วมกันแก้ไข แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมเด็กในวัยเรียนได้ทั้งประเทศ ยังมีเด็กนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวโดยลำพัง ทั้งนี้ เพราะเด็กเหล่านี้อาศัยอยู่ตามชายขอบของประเทศ ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกล การคมนาคมไม่สะดวก มีสภาพทางภูมิศาสตร์ไม่เหมาะสม จึงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการจัดบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา บริการสาธารณสุข ตลอดจนสาธารณูปโภคต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทำให้เด็กในพื้นที่เหล่านี้ขาดโอกาสในการพัฒนามากกว่าเด็กในพื้นที่ส่วนอื่นของประเทศ

และเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพบเห็นสภาพปัญหาดังกล่าว ทำให้ทรงห่วงใยเด็กและเยาวชนเหล่านี้ ดังที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า "..ในบรรดาคนยากจนทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเห็นจะเป็นเด็กๆ พวกเด็กนักเรียนที่ซูบผอม อาหารการกินไม่สมบูรณ์เช่นนี้จะเอาเรี่ยวแรง และสมองที่ไหนมาเล่าเรียน โตขึ้นอาจจะไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน ทำมาหากิน ก็ต้องทุกข์ยากยิ่งขึ้น จึงทรงริเริ่มดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันขึ้น เมื่อ พ.ศ.2523 โดยทรงทดลองทำ ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 3 โรง ได้แก่ (1) รร.ตชด.บ้านหนองแจง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี (2) รร.ตชด. บ้านทุ่งศาลา อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และ (3)รร.ตชด.บ้านคอกอ้ายเผือก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่ทดลองได้ผลดีแล้ว จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศในปีต่อมา

ทั้งนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. และหน่วยงานภาคี จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริ และแนวทางการทรงงานมาเป็นแบบอย่างในการขยายผลในโรงเรียนสังกัดต่างๆ ที่สมัครใจและมีเด็กปฐมวัยถึงวัยเรียนที่กำลังเจริญเติบโต ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาและขยายโอกาสถึงมัธยม 3 จำนวน 544 โรงเรียน ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ปี 2559 ได้คัดเลือกโรงเรียนพัฒนาให้มีความพร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้ 120 แห่ง ซึ่งในจังหวัดสมุทรการมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการเด็กไทยแก้มใส ตั้งแต่ปี 2557 จำนวน 8 แห่ง คือ โรงเรียนวัดแหลม โรงเรียนบ้านบางจาก โรงเรียนวัดแค โรงเรียนคลองบางแก้ว โรงเรียนคลองสำโรง โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา โรงเรียนวัดคลองสวน และโรงเรียนวัดสวนส้ม และ พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เด็กไทยแก้มใส 3 แห่ง คือ โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา โรงเรียนวัดคลองสวน และโรงเรียนวัดสวนส้ม​

เปิดบ้านโรงเรียนเด็กไทยแก้มใสโภชนาการสมวัย สุขภาพดี ผลการเรียนดี มีจิตสาธารณะ โชว์ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโครงการเด็กไทยแก้มใส "โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา" น้อมนำพระราชดำรัส "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ขับเคลื่อน 7 ก.พ. 2560 14:58 7 ก.พ. 2560 15:53 ไทยรัฐ