วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'สามารถ' วอน กทม.ทบทวนปมยกเลิก 'รถบีอาร์ที'

'สามารถ' วอน กทม.ทบทวนปมยกเลิก 'รถบีอาร์ที'

  • Share:

"สามารถ" วอน กทม.ทบทวนยกเลิก "บีอาร์ที" ชี้บริการขั้นพื้นฐานรัฐล้วนขาดทุน เพราะเจตนาตั้งไม่หวังผลกำไร แนะทำต่อ เชื่อลดการขาดทุน หรือให้เอกชนเช่ารับช่วงทำต่อ

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.60 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจาก กทม.ประกาศยกเลิกให้บริการรถประจำทางด่วนพิเศษ (BRT)ว่า มีเสียงสะท้อนในเครือข่ายสังคมมากมาย ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ยกเลิกรถบีอาร์ที ที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยในวันทำการในปี พ.ศ.2559 ถึง 23,427 คน/วัน จำนวนผู้โดยสารขนาดนี้ถือว่ามากกว่าผู้โดยสารของบีอาร์ทีในต่างประเทศหลายเมือง ที่สำคัญบีอาร์ทีมีจำนวนผู้โดยสารมากพอๆ กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน แต่ค่าสร้างรถบีอาร์ทีถูกกว่าค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงถึง 20 เท่าตัว เมื่อดูผลประกอบการปรากฏว่าบีอาร์ทีขาดทุนเพียง 500,000 บาท/วัน ในขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง ขาดทุนถึง 3.5 ล้านบาท/วัน หาก กทม.อ้างการขาดทุนเป็นเหตุผลหลักในการยกเลิกบีอาร์ที ตนขอถามว่าเหตุใดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จึงไม่ยกเลิกการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง เหตุใดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จึงไม่ยกเลิกการให้บริการถเมล์ หรือเหตุใดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงไม่ยกเลิกการให้บริการรถไฟ เพราะหน่วยงานเหล่านี้ล้วนต้องแบกภาระการขาดทุนหนักกว่า กทม.หลายเท่า ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจว่าการให้บริการขนส่งมวลชนโดยภาครัฐ ไม่ว่าที่ไหนก็ขาดทุนกันทั้งนั้น เพราะถือเป็นพันธกิจสาธารณะที่รัฐต้องให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่หวังผลกำไร แต่เราต้องทำให้ขาดทุนน้อยที่สุด

"หาก กทม.อ้างว่าการให้บริการบีอาร์ทีไม่ใช่ภารกิจหลักของ กทม. ถามว่าเหตุใด กทม.จึงคิดโครงการถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าโครงการแรกของประเทศไทยขึ้นมาแล้วให้เอกชน คือ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) รับสัมปทานไป รถไฟฟ้าบีทีเอสก็เป็นระบบขนส่งมวลชนเช่นเดียวกับบีอาร์ที เมื่อบีทีเอสเป็นภารกิจหลักของ กทม.ได้บีอาร์ทีก็จะต้องเป็นภารกิจหลักของ กทม.ได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญหากการให้บริการระบบขนส่งมวลชนไม่ใช่ภารกิจหลักของ กทม.เหตุใดจึงมีแนวคิดที่จะโอน ขสมก.มาอยู่กับ กทม. และหากการแก้ปัญหาจราจรไม่ใช่ภารกิจหลักของ กทม.แล้ว ทำไมจึงมีแนวคิดที่จะโอนตำรวจจราจรมาสังกัด กทม." นายสามารถ ระบุ

นายสามารถ ระบุอีกว่า น่าเสียดายที่ กทม.ยกเลิกบีอาร์ทีโดยไม่คำนึงถึงข้อคิดเห็นของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่มีหนังสือไปถึง กทม.ลงวันที่ 20 ม.ค.โดยสรุปข้อความสำคัญได้ว่าการบริหารจัดการจราจร กวดขันจับกุมผู้ใช้รถยนต์ที่ฝ่าฝืนเข้าไปกีดขวางในช่องทางของรถโดยสารบีอาร์ที รวมทั้งการปรับระบบสัญญาณไฟควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกจุดตัด ตลอดสายของช่องทางรถโดยสารบีอาร์ที เพื่อให้รถโดยสารบีอาร์ทีได้รับความสะดวก และสามารถควบคุมเวลาในการเดินทางได้ดี ทั้งนี้ กทม.ควรพิจารณาแนวทางการบริหารรถโดยสารบีอาร์ทีในรูปแบบที่มีการพัฒนาใหม่ ทั้งในเชิงเทคนิคและการเงินที่มีความเหมาะสมกับ กทม.ทั้งในแนวเส้นทางเดิมและแนวเส้นทางใหม่ ที่อาจขยายเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนซึ่งหมายความ สนข.ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิก แต่เสนอแนะให้ปรับปรุงการให้บริการให้ดีขึ้นในส่วนรายได้ จากค่าโดยสารนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 เป็นต้นมา กทม.ได้ปรับอัตราค่าโดยสารจากเดิม 5 บาทตลอดสาย เป็นการเก็บตามโซนหรือพื้นที่โดยมีค่าโดยสาร 2 อัตรา คือ 5 บาท และ 10 บาท นั่นคือหากเดินทางภายในโซนที่กำหนดจะต้องจ่าย 5 บาท และหากเดินทางข้ามโซนจะต้องจ่าย 10 บาท ผลปรากฏว่า กทม.สามารถเก็บค่าโดยสารได้เพิ่มขึ้นถึง 27% ทำให้การขาดทุนลดลง

"การยกเลิกบีอาร์ทีเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุดของ กทม.เพื่อป้องกันปัญหา ที่เกรงว่าจะมาถึงตัวผู้รับผิดชอบหากไม่ยกเลิก แต่จะเป็นทางเลือกที่ยากที่สุดของหน่วยงานอื่น ที่ต้องการจะประยุกต์ใช้บีอาร์ทีในหัวเมืองหลักในภูมิภาค ดังนั้นต่อจากนี้การแก้ปัญหาจราจรก็จะมุ่งไปที่รถไฟฟ้าเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดมีประชากรมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ทำให้เป็นการลงทุนมากเกินตัว พูดได้ว่าเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน ด้วยเหตุนี้ ก่อนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ ตนอยากขอให้ กทม.ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง หากมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงบีอาร์ที ตนมั่นใจว่า กทม.จะสามารถลดการขาดทุนได้แน่ เพราะ กทม.มีผู้โดยสารอยู่ในมือแล้วถึงวันละกว่า 20,000 คน เป็นเรื่องไม่ยากที่จะเพิ่มผู้โดยสารและเพิ่มรายได้ ถ้าหาก กทม.ไม่อยากบริหารจัดการเองก็ควรพิจารณาเปิดโอกาสให้เอกชนรับสัมปทานไป เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะเป็นการใช้เงินลงทุนก่อสร้างบีอาร์ทีระยะทาง 15.9 กิโลเมตร จำนวน 2,009.7 ล้านบาท ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คิดใหม่เพื่อประโยชน์ของประชาชนของผู้ใช้บริการ" นายสามารถระบุ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้