วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรองดองกับความจริงใจ

สร้างกระแสฮือฮาขึ้นมากลบวาระร้อนเรื่องอื่นลงไปทันที

หลังจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เบอร์หนึ่งฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลคสช. ปูดข่าวออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ว่าถูกขู่ฆ่ากลางโซเชียลมีเดีย

สำทับด้วยรายงานข่าวจากกองทัพบก ว่าฝ่ายข่าวกรองความมั่นคงตรวจสอบพบว่าไม่ใช่มีเพียงแค่ “บิ๊กป้อม” คนเดียว ยังมี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.อีกคน ที่ถูกขู่ฆ่ากลางโลกโซเชียล โดยคนที่โพสต์เปิดร้านอยู่ในห้างดังแห่งหนึ่งใน กทม.

โดยมี “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นผู้คอนเฟิร์มข่าวนี้ โดยระบุว่าเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพราะในโลกโซเชียลเวลานี้ใครคิดอะไรก็เขียนลงไปได้

พร้อมกับมองว่าเหตุที่ “บิ๊กป้อม” ตกเป็นเป้าในตอนนี้ เพราะเป็นหัวใจของความมั่นคง

และ “บิ๊กตู่” ก็ชี้เป้าไปทันทีว่าเป็นฝีมือของพวกละเมิดสถาบันที่อยู่ในต่างประเทศ พร้อมกับออกตัวว่าไม่ได้ประมาทและไม่ท้าทายใคร

ถือเป็นการจุดกระแสขึ้นมาท่ามกลางประเด็นร้อนปมแหลม สอดรับกันกับรายงานข่าวของเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ที่วิเคราะห์ว่าในปี 2560 นี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดรัฐประหารเป็นอันดับ 2 ของโลก

ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงตามรายงานข่าวฝ่ายความมั่นคง ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะมีการยืนยันตรงกันจาก 3 บิ๊กผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

เรื่องใหญ่ที่จะส่งผลกระทบมหาศาลแบบนี้ คงปล่อยผ่านเลยไปไม่ได้ การที่ออกมาพูดตรงกันแบบนี้ แสดงว่ามีข้อมูลพอสมควร น่าจะรู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร เผลอๆอาจล็อกตัวไว้เค้นสอบกันแล้ว

จึงน่าจะใช้เวลาไม่นานที่จะทำให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม เพราะถ้ารัฐบาลและ คสช.ไม่รีบเคลียร์เรื่องนี้ ผลเสียหายจะตามมาเป็นวงกว้าง

โดยเฉพาะต่อเครดิตความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลและ คสช.เอง จะถูกมองด้วยความแคลงใจ ว่าปูดข่าวออกมาหวังผลอะไร

อย่าลืมว่าในอดีตก็เคยมีเรื่อง “คาร์บ๊อง-คาร์บวม” มาแล้ว คราวนั้นเป็นปลายสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ดูเหมือนตอนนั้นมีการก่อเหตุหวังจะลอบสังหารกันจริงๆ

แต่คราวนี้เป็นคนโตในรัฐบาล คสช.ออกมาปูดข่าวเอง ถ้าเกิดเรื่องโอละพ่อขึ้นมาคงดูไม่จืด แน่นอนย่อมกระทบกับแผนงานสร้างความปรองดอง ที่รัฐบาล คสช.พยายามผลักดันอยู่ขณะนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้จะเริ่มคิกออฟแคมเปญกันไปบ้างแล้ว แต่ถ้าจะพูดกันตามตรง ปรองดองยังเป็นแค่วุ้นอยู่ เพราะยังไม่ได้เริ่มต้นนับหนึ่งในการตั้งวงพูดคุยกับคู่ขัดแย้งทุกฝ่าย ยังไม่มีการสลายพฤติกรรมของทุกขั้ว เพื่อมุ่งหน้าไปสู่การหาทางออกร่วมกัน

ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องยกเอาความจริงใจ มาคลี่วางกลางวงปรองดอง

ถ้าต่างฝ่ายยังซ่อนกล...วางเกมกันไว้อีกด้าน

แผนงานปรองดองคงล่มตั้งแต่ยังไม่ออกปากอ่าว.

เพลิงสุริยะ

7 ก.พ. 2560 10:48 ไทยรัฐ