วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผุดปูมมิตรน้ำหมึกต้าน กรณีสายส่งขอกินฟรี

กรณี “ซีเอ็ด” เรียกเก็บค่าขน ส่ง 1.4 เปอร์เซ็นต์เป็นเหตุให้สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยออกมาโต้กลับปี 2560 นี้ แท้จริงมิใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่าที่เคยเกิดมาแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2555

เดือนกรกฎาคมนั้น อุณหภูมิวงการหนังสือร้อนฉ่า เมื่อสองผู้ประกอบการร้านค้าเครือข่ายซีเอ็ดและอมรินทร์จับมือกันขอค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้าฟรี 1 เปอร์เซ็นต์ จากผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่าย

สองผู้ประกอบการได้ออกจดหมายลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ส่งไปยังผู้ข้องเกี่ยวต่างๆ อาทิ บริษัทจัดจำหน่าย สำนักพิมพ์ และสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เป็นต้น สาระในจดหมายคือ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไปจะเรียกเก็บค่ากระจายสินค้าในอัตรา 1% ของมูลค่ารวมในใบส่งสินค้า

หมายความว่า เก็บกินฟรีก่อน หนังสือจะขายได้หรือไม่ก็ตาม

เงินเรียกเก็บกินฟรีก่อน 1 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเก็บจริง ในเวลา 1 ปี สองบริษัทจะได้เงินจำนวนเท่าใด มีการวิเคราะห์จากข้อมูลที่นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยเปิดเผยตัวเลขระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ว่า...

เฉลี่ยหนังสือที่ออกมาใหม่และขายแต่ละปี คิดมูลค่ารวมจะตกอยู่ราว 63,000 ล้านบาท หากคิด 1% จากมูลค่ารวมจะอยู่ที่ 630 ล้านบาท และหาก 20% คือหนังสือที่อมรินทร์และซีเอ็ดผลิตเอง ในตลาดหนังสือจะมีหนังสือของค่ายอื่นๆ ผลิตรวม 80% อัตรา 1% จากตรงนี้คือ 504 ล้านบาท

ดังนั้น เมื่อสิ้นเสียงการเสนอขอกินฟรี 1 เปอร์เซ็นต์ ก็เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทันที

เพราะในวันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2555 ผู้เกี่ยวข้องได้นัดหมายประชุมร่วมกัน มีชมรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายหนังสือ สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ และตัวแทนร้านซีเอ็ดกับร้านนายอินทร์ (เครืออมรินทร์)

ผลการประชุมครั้งนี้ นายธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ในฐานะอุปนายกฝ่ายในประเทศสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯในสมัยนั้น ได้ออกจดหมายแจ้งผลการประชุมว่ามีมติรวม 3 ข้อ ได้แก่ 1.ให้ยกเลิกจดหมายของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์และร้านนายอินทร์ ฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2555 2.เชิญเพื่อนสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ร่วมรับฟังการเสวนาในเวทีกลาง เรื่อง “โครงสร้างอุตสาหกรรมหนังสือ จากวันนี้สู่อนาคต” ในวันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

และ 3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นในการเก็บค่า DC ตลอดจนแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการส่งมอบและรับคืนสินค้าระหว่างสำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย และร้านหนังสือ ภายใน 1 เดือน โดยมีนายเสน่ห์ ดงยะโสภา เลขาธิการสมาคมฯ เป็นประธาน

สำหรับการประชุมเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ปรากฏว่าผู้เกี่ยวข้องแต่ละรายไม่เห็นด้วยกับการขอกินฟรี 1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ฝ่ายขอกินฟรีอ้างว่า ถ้าสำนักพิมพ์ไม่ช่วยแบ่งเบาภาระที่สูงขึ้น ร้านหนังสือก็จะอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าสำนักพิมพ์ไม่พร้อมจ่ายให้ ก็จะเลือกหนังสือเข้าร้านให้เข้มข้นกว่าเดิม

เรื่องนี้ นายวรพันธ์ โลกิตสภาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยสมัยนั้นออกมาบอกว่า “เรามีมติร่วมว่าให้ยกเลิกการเก็บกินฟรี 1 เปอร์เซ็นต์” พร้อมเสนอว่า เรื่องที่เกิดขึ้นต้องหาทางออกอื่นๆ อาจจะเป็นการลดต้นทุนบางขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน หรือไม่จำเป็นลงไป จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อหาทางออก

“ถ้าเราไม่แก้ปัญหาระยะยาว ไม่นานปัญหาเหล่านี้ก็จะผุดขึ้นมาอีก การแก้ปัญหาเราต้องแก้กันที่โครงสร้าง เพื่อหาทางรอดร่วมกัน ทั้งสำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย และผู้เกี่ยวข้อง” นายวรพันธ์บอก

ส่วนเสียงจากสำนักพิมพ์ นายวชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ สามัญชน ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อนสำนักพิมพ์

วิพากษ์มติ 3 ข้อจากการประชุมร่วมว่าเป็นเพียงเลื่อนเวลาออกไป และเตือนมิ่งมิตรในวงการให้ระวังสิ่งซึ่งจะตามมาคือ “ถ้าสำนักพิมพ์หรือสายส่งใดไม่ยอมรับเงื่อนไข คุณก็ไม่มีสิทธิ์ส่งหนังสือมาวางขายในร้านซีเอ็ดกับนายอินทร์ ยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่า ลำพังหนังสือที่พวกเขาผลิตเองก็เหลือเฟือ แทบไม่มีที่วางขายอยู่แล้ว พูดกันตามประสาชาวบ้านก็คือ ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปมีไมตรีกับใครหน้าไหนก็ได้”

ถ้า “สำนักพิมพ์ยอมรับเงื่อนไข ก็เท่ากับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยปริยาย ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งผลิตหนังสือในปี 2556 มูลค่ารวมหนึ่งร้อยสิบล้าน ถือเสียว่าส่งไปวางร้านค้าอื่นที่ไม่มีข้อกำหนดแบบซีเอ็ดกับอมรินทร์สักสิบล้าน เหลืออีกหนึ่งร้อยล้าน จัดส่งไปยังสองเจ้ายักษ์ใหญ่ สำนักพิมพ์นี้จะต้องเตรียมเงินไปใส่พานถวายเปล่าๆปลี้ๆ”

สำนักพิมพ์จะไปหาค่าใช้จ่ายที่งอกเพิ่มขึ้นฉับพลันทันทีนี้จากที่ไหน หากไม่ไปแอบขึ้นราคา ขูดรีดเอาจากผู้อ่านให้มาช่วยกันจ่ายเงินกินเปล่าแก่ซีเอ็ดและอมรินทร์

และบอกว่า “สำนักพิมพ์จำนวนไม่น้อยจะถูกต้อนเข้าคอกซีเอ็ดกับอมรินทร์ด้วยไม้เรียวที่มีชื่อว่า “เงื่อนไขพิเศษ” กล่าวคือ จะไม่เรียกเก็บค่ากระจายสินค้าหนึ่งเปอร์เซ็นต์นั้น แต่ต้องส่งหนังสือให้เขาเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย เพื่อแลกกับเงื่อนไขดังกล่าวสักระยะ ก่อนเรียกเปอร์เซ็นต์ค่าจัดจำหน่ายเพิ่มในขั้นตอนต่อไป”

สำหรับเสียงจากสำนักพิมพ์ต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น นายกิตติวัฒน์ นิรันตราย ผู้จัดการทั่วไปสายงานการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) บอกว่า ต้องถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองมากของวงการธุรกิจค้าปลีกหนังสือ

ส่วนของบริษัทฯเองก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวของร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่ง หากมีการนำมาใช้จริง เพราะหนังสือพ็อกเกตบุ๊กที่ทางสำนักพิมพ์ผลิตนั้นประมาณ 70% ของหนังสือเราจะถูกส่งเข้าไปสู่ร้านซีเอ็ดและร้านนายอินทร์ หากมีการเรียกเก็บค่า DC 1% คงจะมีผลกระทบด้านต้นทุนอย่างแน่นอน

คราวนั้นนายกิตติวัฒน์บอกว่า “คงต้องฝากความหวังเอาไว้ที่คณะอนุกรรมการของทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยล่ะครับว่าจะช่วยกันหาทางออกให้พวกเรา ซึ่งเป็นสมาชิกได้แค่ไหนอย่างไร โดยส่วนตัวก็เป็นห่วงว่า ถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นปัญหาอาจจะไปตกอยู่กับผู้อ่าน เพราะสำนักพิมพ์ทั้งหลายก็คงจะต้องขึ้นราคาหนังสือ ปัญหาเรื่องต้นทุนของร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ทั้งสองเจ้าที่มีส่วนแบ่งในตลาดร้านหนังสือมากที่สุดในประเทศ น่าจะไปหาทางลดต้นทุนค่าใช้จ่ายกันเอาเองมากกว่าจะมาให้ทางคู่ค้าแบกรับภาระ เพราะสุดท้ายภาระก็อาจจะตกไปอยู่ในมือผู้บริโภคซึ่งเป็นคนเดินเข้าร้านหนังสือ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครเลยในแวดวงธุรกิจหนังสือ”

พร้อมเรียกร้องให้สมาคมฯ “น่าจะมีจุดยืนที่ชัดเจนและเข้มแข็งกว่านี้ ในการต่อสู้เรียกร้อง เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของสมาชิกสมาคมฯ ที่มีทั้งสำนักพิมพ์รายเล็กและรายใหญ่ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นอีกในระยะยาว เนื่องจากทุกวันนี้ต้นทุนของสำนักพิมพ์และสายส่งหนังสือก็สูงพอสมควรกันอยู่แล้ว”

ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ปี พ.ศ.2555 จะหวนกลับมาอีกในปี พ.ศ.2560.

7 ก.พ. 2560 10:29 7 ก.พ. 2560 10:40 ไทยรัฐ