วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียน ปชต.จากทรัมป์

ต้องขอสดุดีว่าเป็นผู้นำที่พูดจริงทำจริง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยสัญญาในการหาเสียงว่า จะดำเนินการนโยบายสำคัญๆในทันทีในวันแรกๆที่เข้ารับตำแหน่ง และเขาก็ทำตามสัญญา เช่น ออกคำสั่งยกเลิกโครงการสุขภาพถ้วนหน้า ของอดีตประธานาธิบดีโอบามา และสั่งห้ามผู้ลี้ภัยและนักท่องเที่ยวจาก 7 ประเทศมุสลิม ไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา

เหตุผลของคำสั่งฉบับนี้ เนื่องจากทรัมป์มองว่าชาวมุสลิม เป็นแหล่งที่มาของผู้ก่อการร้าย แต่คำสั่งของทรัมป์ถูกฉีกทิ้งเกือบทันที โดยคำสั่งของผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางชั้นต้น สั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยยกเลิกคำสั่งประธานาธิบดีที่เป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในโลก จึงก่อความเดือดดาลให้แก่ทรัมป์ออกมาตอบโต้ผู้พิพากษาอย่างดุเดือด

คำสั่งของศาลชั้นต้นมีผลทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยินยอมให้ชาวมุสลิมที่ถูกสั่งห้ามเกือบแสนคนเดินทางเข้าสหรัฐฯ หากมีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมก็ได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลอุทธรณ์ ให้ยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น และคงจะต้องมีการงัดข้อกันต่อไป ระหว่างอำนาจบริหารกับอำนาจตุลาการ

ประเทศไทยยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากนโยบายสุดโต่งของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะด้านการส่งออก รัฐบาลไทยเตรียมรับมืออยู่แล้ว แต่อย่างน้อยที่สุด ประเทศไทยก็ได้รับบทเรียนสำคัญ เรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ระหว่างอำนาจตุลาการกับฝ่ายบริหาร และเป็นการตรวจสอบในโลกความเป็นจริง ไม่ใช่แค่บนแผ่นกระดาษ

นี่คือความแตกต่างระหว่าง ประเทศประชาธิปไตยกับประเทศที่มิใช่ประชาธิปไตย เช่น ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญทุกฉบับ รวมทั้งร่างที่ผ่านประชามติ เขียนไว้ตรงกันว่า สื่อมวลชนมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ แต่สมาชิกสภาที่มาจากการแต่งตั้งบางส่วนกำลังผลักดันกฎหมายถอยหลังเข้าคลองควบคุมสื่อ

การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ มาจากแนวความคิดของนักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส ชื่อมองเตสกิเออ เขากล่าวว่า ทุกอย่างจะพังพินาศหากคนๆเดียวหรือกลุ่มเดียวคุมทั้งอำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ เพราะมนุษย์ผู้มีอำนาจทุกคนมักจะลุแก่ อำนาจ การลุแก่อำนาจนี้จะถูกขัดขวางได้ก็แต่โดย “ให้อำนาจมายับยั้งอำนาจด้วยกันเอง” เพื่อปกป้องประชาธิปไตย

หากประเทศไทยต้องการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง ต้องปลูกฝังองค์ประกอบประชาธิปไตยให้ครบถ้วน มีการเลือกตั้งหลักประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน หลักนิติธรรมและการตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มแข็ง มิฉะนั้น จะย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือก้าวถอยหลัง ดังคำเปรียบเทียบของนักนิเทศศาสตร์ท่านหนึ่งที่ว่า “เหมือนเอาจูราสสิคปาร์คมาไว้ ในไทยแลนด์ 4.0”.

7 ก.พ. 2560 09:45 7 ก.พ. 2560 09:45 ไทยรัฐ