วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปช.ขานรับสตง. กรณีสินบน หลักฐานชื่อ2ก.กับ1ส. เชื่อฟันผิดโรลส์-รอยซ์ได้

เลขา ป.ป.ช. ยันชื่อย่อ 2 ก. 1 ส. เอี่ยวสินบนโรลส์รอยซ์ตรงกับ สตง. มั่นใจสาวถึงตัวคนรับ แง้มอีก 2 ก. คือสองบิ๊ก ทอ. ส่วน 1 ส. คืออดีตกัปตัน นั่งอยู่ในบอร์ดยุคนั้น ป.ป.ช.-สตง.หนุนปรับแก้โทษอาญาให้คนติดสินบนคายข้อมูล นายกฯขอศึกษาข้อ ก.ม.ต่างประเทศก่อน “วิษณุ” แจงหลักการกันเป็นพยานมีใช้อยู่แล้ว พท.ค้านลดโทษคนต้นทางสินบน เลขา สมช. เผยมือโพสต์ขู่ฆ่าสองบิ๊ก คสช. กบดานในลาวจี้ล่าตัวมารับผิด “ประยุทธ์” เมินหมอดูทักดวงตก มั่นใจฝีมือ ผบ.ทบ. ดูแลได้ “พี่ใหญ่” โชว์แมนไม่กังวล “พรเพชร” แย้มร่างแก้ รธน. ฉบับประชามติเสร็จแล้ว “บิ๊กตู่” ขอดูโมเดล ก.ม. สื่อจากชาติ ปชต. บ่นพึมทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง “คณิต” กร้าวไม่ปรับชื่อร่างฯ วิป สปท.เตือนระวังขัด รธน. อนุฯ สปท.ปิดห้องถกลับปรองดอง “บิ๊กบัง” พท.ย้ำหัวใจหลักยุติธรรมไม่มีสามัคคีไม่เกิด “วัชระ” เย้ย “จตุพร” มโนไปเอง “บิ๊กตู่” หงุดหงิดหาว่ารัฐถังแตก

จากกรณีนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุมีบุคคลชื่อย่อ 2 ก. กับ 1 ส. เกี่ยวพันปมสินบนโครงการจัดซื้อเครื่องยนต์จากบริษัท โรลส์รอยซ์ จำกัด ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2534 ล่าสุด นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมายืนยันว่าเป็นข้อมูลตรงกับที่ ป.ป.ช.มี

ป.ป.ช.ยันชื่อย่อ 2 ก.–1 ส.ตรง สตง.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุข้อมูลมีชื่อตัวย่อ 2 ก. กับ 1 ส. เกี่ยวพันกับการรับสินบนโครงการจัดซื้อเครื่องยนต์จากบริษัท โรลส์รอยซ์ จำกัด ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2534 ว่า เป็นข้อมูลตรงกับที่ ป.ป.ช.มี ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นผู้รับผิดชอบการจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ ป.ป.ช.ไม่มีข้อมูลถึงขั้นว่ามีพฤติการณ์ไปกินข้าวด้วยกันที่โรงแรมในวันลอยกระทง

มั่นใจสาวถึงตัวคนรับสินบนได้

นายสรรเสริญกล่าวว่า ป.ป.ช.มีข้อมูลสินบนโรลส์รอยซ์อยู่พอสมควรแล้ว กำลังรอข้อมูลจากสำนักงานการปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ) อยู่ ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะส่งข้อมูลมาให้ได้เมื่อใด และยังคาดเดาไม่ได้ว่าเอสเอฟโอจะส่งรายชื่อผู้ได้รับสินบนจากบริษัท โรลส์รอยซ์ ให้ ป.ป.ช.หรือไม่ เพราะหน่วยงานของอังกฤษต้องทำเรื่องขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเช่นกัน ว่าจะอนุญาตให้เปิดเผยรายชื่อหรือไม่ หากที่สุดแล้วเอสเอฟโอไม่ส่งข้อมูลรายชื่อผู้รับสินบนมาให้ ก็เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องไปสืบหาหลักฐานเอง ว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้องรับสินบน ป.ป.ช.มั่นใจว่ามีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะหาตัวผู้รับสินบนได้ เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ขณะนี้ ป.ป.ช.พอมีข้อมูลเชิงลึกส่วนหนึ่งแล้ว

หนุนให้คนติดสินบนคายข้อมูล

นายสรรเสริญยังกล่าวถึงข้อเสนอนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ยกเว้นโทษอาญาแก่ผู้ให้สินบนกรณีนำข้อมูลมาเปิดเผย ว่า ถือเป็นข้อเสนอที่ดี ที่ผ่านมาในรายงานผลการศึกษาของ ป.ป.ช.เรื่องปัญหาสินบน ได้ข้อสรุปว่าหากไม่ดำเนินการเรื่องโทษจำคุกแก่ผู้ให้สินบน โดยให้มีแต่โทษปรับ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหามากกว่า เพราะทำให้ผู้ให้สินบนกล้าเปิดเผยข้อมูล ปกติคนกลัวโทษอาญาติดคุก แต่ยอมรับเรื่องโทษปรับได้ ทั้งนี้ ป.ป.ช.เตรียมนำหลักการเรื่องการยกเว้นโทษอาญาแก่ผู้ให้สินบน เสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่สัปดาห์หน้า เพื่อดูว่ามีความเห็นอย่างไร และเสนอข้อมูลไปยังรัฐบาลเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

“วัชรพล” สั่ง ป.ป.ช.ข้อมูลต้องชัวร์

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 7 ก.พ. ยังไม่มีการเสนอเรื่องสินบนโรลส์รอยซ์เข้าสู่ที่ประชุม เพราะอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลเท่านั้น อีกทั้ง ป.ป.ช.ต้องระมัดระวังเรื่องการให้ข้อมูล ให้แน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงเสียก่อน เพราะ ป.ป.ช.ถูกฟ้องคดีจากผู้ที่ถูกกล่าวหามาแล้ว 1 คดี ส่วนคดีอื่น ป.ป.ช.ยังดำเนินการอยู่ และตั้งเป้าไว้ว่า 1-2 ปีจะสะสางคดีกว่า 2,100 คดี ให้หมด อาจดูเหมือน ป.ป.ช.เงียบ แต่จริงๆ ป.ป.ช. ทำงานอยู่

สตง.ให้ลองดูดีกว่าอยู่เฉยๆ

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. กล่าวว่า ข้อเสนอของ รมว.คลังถือเป็นแนวทางหนึ่งที่อาจเป็นประโยชน์ สามารถจูงใจให้คนที่เคยจ่ายสินบนหักหลังคนรับสินบนกลับลำมาอยู่ฝ่ายที่ถูกต้องในการให้ข้อมูลโดยไม่ต้องเกรงว่าตัวเองจะได้รับโทษหนัก เหมือนกับที่เขียนในกฎหมาย ป.ป.ช. เกี่ยวกับการกันเป็นพยาน กฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลง ได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ ถ้าไม่ดีก็กลับมาเป็นแบบเดิมได้ แต่ส่วนตัวมองว่าสาระสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบให้จับคนผิดมารับโทษให้ได้ โดยพยานหลักฐานต่างๆ

ขยับเปิดสองบิ๊ก ทอ.–อดีตกัปตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อบุคคลที่เปิดเผยเป็นอักษรย่อ 2 ก. กับ 1 ส. ที่ไปร่วมกินข้าวกับตัวแทนบริษัทโรลส์รอยซ์เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2534 นั้น มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีชื่อย่อ ก. 2 คน เป็นนายทหารยศ พล.อ.อ. ที่นั่งอยู่ในบอร์ดการบินไทยสมัยนั้น ขณะที่อีก 1 ส. เป็นอดีตกัปตันและเป็นบอร์ดการบินไทยขณะนั้นเช่นกัน โดยทั้งหมดร่วมรับประทานอาหารที่ห้องอาหารจีนของโรงแรมริมน้ำเจ้าพระยา ในช่วงเทศกาลลอยกระทง

“บิ๊กตู่” ขอศึกษา ก.ม.ต่างประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีสินบนโรลส์รอยซ์ ว่า ขออย่าได้ยกมาเป็นประเด็นเลย มอบหมายให้กระทรวงการคลังคิดหาวิธีการแล้ว มีหลายแนวทาง ส่วนแนวทางการแก้ไขกฎหมายอาญา ไม่เอาผิดอาญาแก่ผู้เสนอให้สินบนที่ รมว.คลังเสนอมานั้น ถือเป็นวิธีการของต่างประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำ ต้องหารือกันก่อนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีทั้งผู้ให้และผู้รับ หากตรวจสอบไม่ได้แล้วหาคนผิดไม่ได้ก็ต้องกลับไปดูที่คนให้สินบน ดูว่าจะทำอย่างไรกับคนให้สินบนบ้าง โดยให้ไปศึกษาสิ่งที่ต่างประเทศได้ดำเนินการมาก่อน

“วิษณุ” แจงกฎกันพยานมีใช้อยู่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อลดโทษอาญาคนให้สินบน พูดกันมานานแล้ว หลักมีอยู่แล้วว่าการให้สินบนมีคนรู้อยู่ 2 คน คือคนให้กับคนรับที่สมประโยชน์กัน ถ้ามีพยานหลักฐานจากที่อื่นมามัดทั้งผู้รับและผู้ให้ได้ ก็ไม่มีเหตุอะไรจะไปยกเว้นความผิดผู้ให้สินบน แต่ถ้ากรณีที่พยานหลักฐานมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กรณีแบบนี้อัยการอาจขอกันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไว้เป็นพยาน ในอดีตอาจมีปัญหาว่าแล้วจะกันใคร อัยการต้องชั่งน้ำหนักว่าระหว่างความผิดของคน 2 คน ฝ่ายไหนร้ายแรงกว่ากัน จะได้กันอีกฝ่ายหนึ่งไว้เป็นพยานแผ่นดิน ส่วนใหญ่จะประเมินว่าฝ่ายที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ชั่วร้ายน้อยกว่า เพราะเจ้าหน้าที่มีทั้งวินัย มีทั้งรัฐเลี้ยงดู มีอำนาจ แต่เข้ามาทำเสียเอง ดังนั้น ถ้าเป็นกรณีแบบนี้จะกันราษฎรไว้เป็นพยาน กรณีแบบนี้กฎหมายเอาผิดทั้งคู่เพียงแต่ไม่สั่งฟ้องฝ่ายหนึ่งนั่นเอง เป็นหลักการที่ใช้กันทั่วไป เป็นหลักแห่งความยุติธรรม สิ่งที่ตนพูดไม่ได้เปิดช่องหรือชี้ช่อง ทุกคดีต้องทำแบบนี้ และในปัจจุบันก็มีกฎหมายคุ้มครองพยาน

ไม่รู้ สตง.แพลมชื่อย่อทำไก่ตื่น

เมื่อถามว่า ผู้ว่าการ สตง.ออกมาเปิดเผยชื่ออักษรย่อ 2 ก. กับ 1 ส. ที่เกี่ยวข้องกับสินบนโรลส์รอยซ์ มีการพูดเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) เมื่อวันที่ 3 ก.พ.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า พูดเรื่องอื่น ไม่ถึงขนาดเปิดชื่ออักษรย่อ แต่ถึงรู้เขาคงไม่แจ้งในที่ประชุม เมื่อถามย้ำว่าการเปิดเผยชื่อแบบนี้จะทำให้ไก่ตื่นหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ แต่จริงๆเขาตอบสนองสื่อ พอไม่เปิดก็บอกว่าไม่แน่จริง เขาวางตัวไม่ถูกเหมือนกัน

ยธ.ยังไม่ขยับรอคำสั่งนายกฯ

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสั่งการใดๆลงมาจากนายกฯ ต้องรอดูรายละเอียดการเสนอแก้ไขกฎหมายอาญาจากกระทรวงการคลังก่อน วันนี้ยังเป็นเพียงการพูดผ่านทางหน้าสื่อเท่านั้น และคำว่าสินบนในภาษาไทยเป็นคำที่กว้าง มีฐานความผิดที่แตกต่างหลายแง่มุม ต้องนำมาดูให้ชัดเจนก่อน ส่วนถ้าทำจริงจะแก้ปัญหาทุจริตสินบนได้หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ต้องดูให้ครบถ้วนก่อน และต้องนำเอาความเห็นของฝ่ายที่คัดค้านมาพิจารณาด้วย

พท.ค้านลดโทษคนจ่ายสินบน

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ รมว.คลัง เพราะการรับงานจากหน่วยงานรัฐมีการกำหนดราคากลาง มีระเบียบต่างๆวางไว้ และยังมีคณะกรรมการคอยควบคุมการทำงาน หากข้าราชการดำเนินการตามระเบียบทั้งหมด ถือว่าทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าจะมีการทุจริตทุกโครงการ แต่ถ้าโครงการไหนมีภาคเอกชนจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ได้งาน หรือให้งานผ่านการตรวจสอบจริง ถือเป็นการกระทำผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าอยากขจัดเอกชนที่จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ควรให้หน่วยงานรัฐดำเนินโครงการต่างๆเองทั้งหมดไม่ต้องไปจ้างเอกชนอีก แล้วให้ภาคเอกชนมาทำหน้าที่ตรวจสอบ และเพื่อความโปร่งใสให้ข้าราชการทั้งหมดตั้งแต่ ซี 3 ไปจนถึง ซี 11 ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.

ไทยแลนด์ 4.0 ทำสังคมโปร่งใส

ช่วงบ่ายที่สำนักงาน ป.ป.ช. มีพิธีมอบรางวัลด้านการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำปี 2559 โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การบริหารจัดการโดยความโปร่งใสเพื่อสร้างฐานรากสู่อนาคต ตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0” ว่า ประเทศไทยมีความขัดแย้งรุนแรง ความเหลื่อมล้ำ แต่องค์ประกอบที่เป็นปัญหาที่สุดคือ การทุจริตที่ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำขยายออกไป ไทยแลนด์ 4.0 ที่นายกฯพยายามผลักดัน ต้องเริ่มต้นจากการสร้างสังคมโปร่งใส ขับเคลื่อนด้วยธรรมาภิบาลเป็นปฐมบท จึงจะเกิดสังคมที่เป็นธรรมตามมา ต้องสร้างธรรมาภิบาลทั้งระบบ ได้แก่ ทางการเมือง สังคมและภาครัฐ รวมทั้งมีธรรมาภิบาลในตัวคน รู้จักความพอเพียง ต้องเริ่มต้นที่การสร้างคนปลูกจิตสำนึก ทุกวันนี้การแก้ปัญหาทุจริตเหมือนแก้ที่ปลายเหตุ การแก้ปัญหาต้องให้เด็กไทยมีกระบวนการเรียนรู้ถึงสาเหตุ ผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ของการทุจริต ต้องไม่รู้สึกว่าคนดีทำดีแล้วไม่มีโอกาสได้รางวัล แต่คนชั่วทำชั่วแล้วมีโอกาสรอด

สมช.เผยมือโพสต์ขู่ฆ่าอยู่ลาว

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีการโพสต์ขู่ฆ่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า จากการเร่งรัดทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ให้ช่วยติดตามกลุ่มบุคคลที่หมิ่นสถาบันที่หนีไปอาศัยอยู่ ทำให้ทราบว่ากลุ่มที่จัดรายการวิทยุหมิ่นสถาบันเป็นกลุ่มเดียวกับที่โพสต์ขู่ฆ่านายกฯและ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีรายชื่อทั้งหมดแล้ว จะไปตรวจสอบด้านกฎหมายเพื่อเอาผิดทางอาญาฐานข่มขู่ทำร้ายบุคคลสำคัญเพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง โดยรอการประสานจากลาวเชื่อว่าสามารถเอาผิดได้

“ประยุทธ์” เมินหมอดูทักดวงตก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดังเจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” เคยทักดวงประเทศจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะเกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านเมืองทุกด้าน และส่งผลกระทบต่อผู้นำรัฐบาล ว่า ทักมาก็ต้องฟัง แล้วจะให้ทำอะไร ไม่ต้องพูดเลยหรือ ไม่จำเป็นต้องไปปรับเปลี่ยนหรือทำอะไร เพราะที่เข้ามาทำงานตั้งแต่ปี 2557 ไม่ได้ดูหมอดู เมื่อถามย้ำว่าแต่หมอดูชี้ว่าดวงนายกฯในฐานะผู้นำประเทศจะตกรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตกก็ตก แล้วจะให้ทำอย่างไร เมื่อถามว่าเมื่อดวงตกจะขึ้นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ปัดโธ่ ถามงี่เง่าอย่างนี้ อย่ามาถามผม ไปถามหมอดูเอง” เมื่อถามย้ำถึงข่าวขู่สังหารนายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆว่า “ดูถูกฝีมือ ผบ.ทบ.อย่างนั้นหรือ หน้าที่เขาคือรักษาความปลอดภัยไม่ใช่หรือ”

“บิ๊กป้อม” ยืดอกบอกไม่ต้องห่วง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเลขาธิการ สมช. ระบุว่าคนที่โพสต์ขู่ฆ่าสองผู้นำเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ใน สปป.ลาว ว่า อาจเป็นอย่างนั้น ตนคงไม่ต้องตรวจสอบอะไร อยู่ได้ไม่เป็นอะไรไม่ต้องห่วง นี่เป็นห่วงหรือจะไปยุให้มาทำตนอีกเยอะๆ แต่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ไม่ได้เพิ่มหรือลดคนอารักขา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ที่ดูแลอยู่ก็เพียงพอแล้ว มาตรการรักษาความปลอดภัยการอารักขาบุคคลสำคัญเราดูแลกันอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไร ไม่ต้องห่วง ห่วงตัวคนพูดดีกว่า แต่ไม่รู้มันอยู่ตรงไหน

ร่างแก้ รธน.ฉบับประชามติเสร็จ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ ว่า ขณะนี้ได้พิจารณาฉบับแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้วตามข้อสังเกต ส่วนความคืบหน้าและรายละเอียด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ชี้แจง ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อำนวยความยุติธรรมทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ขณะนี้เป็นเพียงหลักการเบื้องต้น ยังไม่มีการเสนอตัวร่างกฎหมายจากคณะกรรมาธิการการเมืองของ สนช.จึงยังไม่นำหลักการไปปรับใช้กับกระบวนการสร้างความปรองดองของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

“วิษณุ” ยันทันเส้นตาย 18 ก.พ.แน่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติใกล้เสร็จแล้ว เหลือเพียงขัดเกลาถ้อยคำให้รัดกุมชัดเจน และได้ประสานกับสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้เตรียมการไว้แล้ว เมื่อเสร็จเราจะส่งไปให้ ขณะนี้ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 18 ก.พ. เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 18 ก.พ. นายวิษณุตอบว่า ไม่สามารถตอบได้แต่มีเวลาอยู่เท่านั้น ยืนยันว่าทันตามกรอบเวลาแน่นอน และจะเปิดเผยร่างดังกล่าวก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ยังไม่ขอลงรายละเอียดในเนื้อหาว่าแก้ตรงไหนบ้าง แต่ยืนยันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

สั่ง กอ.รมน.ลุยปฏิรูป 37 วาระ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังเป็นประธานงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2559 และแถลงแผนการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า ได้กล่าวขอบคุณต่อที่ประชุมที่งานมีความก้าวหน้า และได้สั่งการให้นำ 37 วาระการปฏิรูปมาพิจารณาถึงเป้าหมาย เพื่อหาแนวทางแก้ไข ต้องการให้ กอ.รมน.มีส่วนช่วยวาดอนาคตประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า ต้องทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การปฏิรูป นอกจากนี้ยังมีบทบาทการปราบปรามการทุจริต และบูรณาการร่วมกับทหารตำรวจแก้ไขปัญหายาเสพติด

ดูโมเดล ก.ม.สื่อจากชาติ ปชต.

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ว่า กำลังพิจารณาดูว่าต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทำเรื่องกฎหมายสื่อกันอย่างไร หรือเราจะเป็นประชาธิปไตยแบบใหม่ที่ไม่ต้องมีอะไรเลย แต่ไม่ใช่คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ กำลังศึกษากฎหมายต่างประเทศว่าทำกันอย่างไร ถ้าเขาไม่มีก็ไม่มี แต่ถ้าประเทศไหนมีประชาธิปไตยต้องมาพิจารณาว่าเราควรมีหรือไม่ ประเด็นสำคัญคือสื่อต้องควบคุมตัวเองให้ได้ ถ้าไม่ทำแล้วจะทำกันอย่างไร ถ้าไม่บิดเบือนใครจะไปยุ่งกับสื่อ ตอบคำถามตนมาก่อนอย่ามาไล่เจ้าหน้าที่ ที่ว่าองค์กรสื่อจะคุมกันเอง ตนเคยประสานไปก็บอกว่าไม่มีอำนาจ พอจะให้มีอำนาจขึ้นมาก็ไม่เอา ถ้ามีคดีมีเรื่องราวจะสั่งการอย่างไร สื่อจะไปเล่นงาน ไปขอร้องหรือดำเนินกระบวนการทางกฎหมายกับเจ้าของสำนักพิมพ์ บรรณาธิการของสื่อเองได้อย่างไร ถ้าทำได้ตนก็ไม่ยุ่ง

บ่นพึมทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง

เมื่อถามว่าเหตุผลใดถึงต้องมีข้าราชการอยู่ในสภาองค์กรวิชาชีพ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขาเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้วในกฎหมายปกติขณะนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะหนังสือ สิ่งพิมพ์ รูปโป๊ หนังสือโป๊ เพราะใช้กฎหมายอย่างเดียวจับก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ให้ตรวจก่อนพิมพ์แต่ก็มีเผยแพร่อยู่ ตำรวจจับไปก็ขายกันเหมือนเดิม อย่างนี้จะแก้ให้ตนอย่างไร อย่ามาถามตน ถ้าทำในระบบแล้วไม่มีปัญหาก็ไม่ยุ่งกับสื่อ

“คณิต” กร้าวไม่ปรับชื่อร่าง พ.ร.บ.

ที่รัฐสภา พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงผลว่า ที่ประชุม กมธ.ฯได้พิจารณาตามข้อเสนอและความเห็นของ กมธ.วิสามัญกิจการ สปท. (วิปสปท.) ที่ขอให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน มีบทสรุป ดังนี้ ยังคงยืนยันจะใช้ชื่อร่าง พ.ร.บ.เหมือนเดิม ส่วนประเด็นที่องค์กรสื่อท้วงติง ทั้งเรื่องสัดส่วนที่มาของกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่มาจากปลัดกระทรวง 4 กระทรวง การลดจำนวนกรรมการฯ ที่มาจากตัวแทนภาครัฐ การปรับปรุงเนื้อหาการให้สิทธิผู้เสียหายต่อการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนฟ้องร้องต่อศาล การพิจารณาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนนั้น ได้ให้การบ้านกรรมาธิการฯไปพิจารณาหารูปแบบที่เหมาะสม รวมถึงให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเนื้อหาที่เหมาะสม เพื่อนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมครั้งต่อไปวันที่ 14 ก.พ. ยืนยันพร้อมรับฟังข้อเสนอของสื่อมวลชน

วิป สปท.เตือนระวังจะขัด รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากวิปสปท.มีความเห็นให้ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน กลับไปปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ฯ ล่าสุดวิป สปท.ได้ทำข้อสังเกตเพิ่มเติม โดยมีรายละเอียดดังนี้ ชื่อร่าง พ.ร.บ.แม้จะระบุเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แต่เนื้อหาส่วนมากเน้นไปที่มาตรการกำกับดูแลสื่อมวลชน นอกจากนี้ ควรเพิ่มบทบัญญัติการคุ้มครองประชาชน ผู้บริโภคสื่อที่ได้รับผลกระทบ สำหรับคณะกรรมการสภาวิชาชีพฯนั้น เห็นว่าควรลดจำนวนที่มาจากตัวแทนภาครัฐให้น้อยลง เน้นให้มาจากภาคสื่อมวลชน หรือภาคประชาชนมากขึ้น และควรปรับปรุงจากปลัดกระทรวง 4 กระทรวง เป็นกรรมการอื่นที่สรรหามาจากภาครัฐ หรือผู้แทนจากระทรวงนั้นๆ โดยไม่ระบุว่าต้องเป็นปลัดกระทรวง เพื่อลดความหวาดระแวงจากสื่อว่าจะเข้ามาครอบงำหรือแทรกแซง ส่วนกรณีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้น ให้ไปพิจารณาใหม่ว่าจะนำมาใช้หรือไม่ หรือควรพิจารณาเป็นรูปแบบอื่น ที่ไม่ใช่ในลักษณะใบอนุญาต เพราะสื่อมีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนองค์กรวิชาชีพอื่น อาจถูกนานาชาติมองว่าประเทศไทยจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อเสียเอง โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือ ควรระมัดระวังกรณีที่อาจขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

อนุฯ สปท.ปิดห้องถกลับ “บิ๊กบัง”

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง ในคณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสปท.มีนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ เป็นประธาน ได้เชิญ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติรัฐสภา และนายวุฒิสาร ตันไชย ประธานคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า เข้าแลกเปลี่ยนความเห็น ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางสร้างความปรองดอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพได้แค่ช่วงต้นเท่านั้น พอถึงคิวที่ พล.อ.สนธิจะให้ความเห็น เจ้าหน้าที่ได้เชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุมทันที

รับถูกกดดันทำปรองดองเหลว

พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า ก่อนหน้านี้ที่ทำเรื่องปรองดองไม่สำเร็จ เพราะเป็นช่วงที่ความขัดแย้งทางการเมืองยังสูงอยู่ ต้นเหตุที่ทำให้เริ่มงานปรองดองสมัยนั้นคือได้รับเชิญจาก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ไปงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงเริ่มทำโดยแบกรับความอึดอัดมากในสถานการณ์ตอนนั้นที่ความขัดแย้งยังหนัก ที่มาวันนี้เพราะนายนิกร จำนง สปท.มีความจริงใจประสานมา เท่าที่ได้คุยนายนิกร รู้จริงมีความตั้งใจสูง และเป็นกลาง จึงมาเพราะความปรองดองต้องอาศัยความเป็นกลางของคนเป็นสำคัญ

พท.ย้ำหัวใจหลักปรองดอง

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าอยากให้ความปรองดองเกิดขึ้น สังคมไทยต้องช่วยกันผลักดันและทำ 2สิ่งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง คือ 1.ต้องพร้อมกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะเป็นหลัก ประกันสำคัญที่จะสร้างการยอมรับให้สังคมที่มีความแตกต่างกัน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและสันติ ทำให้เกิดความเคารพและยอมรับในสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน กลุ่มชน และเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่น อำนวยให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

ยุติธรรมไม่มีสามัคคีไม่เกิด

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า 2.ต้องยึดหลักนิติธรรม เป็นเสาค้ำการอยู่ร่วมกัน ที่สำคัญต้องให้หลักประกันที่จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่มีอภิสิทธิ์ชน ไม่มีสองมาตรฐาน ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันที่ยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ตราบใดที่ทำให้คนในสังคมไม่รู้สึกหรือไม่มั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมมีหลักประกัน ยากที่จะทำให้ความสามัคคีปรองดองบังเกิดขึ้นในสังคม ตามคำกล่าวที่ว่าหากความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีย่อมไม่เกิดขึ้น หัวใจสำคัญของสองสิ่งนี้ ไม่เคยเป็นปัญหาของประชาชน และฝ่ายนิยมประชาธิปไตย แต่เป็นปัญหาสำคัญของฝ่ายผู้มีอำนาจ และฝ่ายอนุรักษ์ ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่เคยเชื่อในอำนาจประชาชนและไม่เคยยอมรับระบอบประชาธิปไตย

เย้ย “จตุพร” พักนานมโนไปเอง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกมาโวยวายเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาว่าจะล้มการปรองดองนั้น นายจตุพรอาจไปพักผ่อนนานเกินไป เลยสับสนกับโลกความจริง จึงมโนไปเอง ความจริงไม่มีใครกล่าวหาว่ากลุ่ม นปช.จะล้มการปรองดอง ทุกอย่างดำเนินการไปตามที่รัฐบาลกำหนด ส่วนจะบรรลุผลสำเร็จหรือไม่ ไม่มีใครบอกได้ และถ้านายจตุพรและกลุ่ม นปช.ต้องการปรองดองจริง ควรให้ความร่วมมือกับทางราชการโดยการคืนอาวุธปืนสงครามที่ยึดจากเจ้าหน้าที่ทหารไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 คืนให้กับทางราชการเสียก่อน หากยังไม่คืนอาวุธสงครามแล้วยังพูดก่อให้เกิดความขัดแย้ง มองคนอื่นว่าเป็นมารขัดขวางการปรองดอง แต่ไม่ส่องกระจกดูตนเองว่าเป็นมารหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่แปลก

คสช.จี้เร่งแจงข้อมูลบิดเบือน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะรองเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. ได้สั่งการให้ทุกส่วนของ คสช. ปฏิบัติงานในลักษณะบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาตามนโยบายเฉพาะของรัฐบาลและ คสช. หากพบว่ามีการเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือนให้รีบชี้แจงต่อสังคมโดยด่วน เพื่อป้องกันความสับสนต่อประชาชน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เข้มงวดการปฏิบัติตามภารกิจหลักในเรื่องการดูแลความปลอดภัย การบังคับใช้กฎหมาย การติดตามสถานการณ์ทุกมิติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ประชาชน และเกื้อกูลต่อการบริหารงานของรัฐบาล

“บิ๊กตู่” หงุดหงิดหาว่ารัฐถังแตก

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองระบุว่าสถานะการเงินการคลังของรัฐบาลอยู่ในขั้นถังแตก หลังการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศด้วยอาการหงุดหงิด ว่ารอฟังกระทรวงการคลังชี้แจง สื่อและประชาชนอย่าตกใจ หากอยู่แบบเดิมก็ไม่ต้องใช้เงินเยอะ แค่อุดหนุนช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย “โอเคเงินเหลือเยอะ ถ้าจะอยู่อย่างนี้ต่ออีก 5-10 ข้างหน้าอย่ามาโทษผม วันนี้เขาเอาเงินไปลงทุนถูกต้อง ทำได้หรือไม่ กฎการลงทุนเป็นอย่างไร สิ่งที่ทำทุจริตหรือไม่ไปดูปลายทางด้วย ไม่ใช่แตะอะไรไม่ได้เลย หรือต้องมาถามตนทุกเรื่อง” ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่าให้นายกฯใจเย็นๆ พล.อ.ประยุทธ์จึงตอบกลับว่า “ใจเย็นอยู่แล้ว”

ลั่นอย่าดึงขาโยน ก.คลังแจง

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานะการเงินของประเทศไม่ได้เป็นตามที่ฝ่ายการเมืองให้ข้อมูลใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ กระทรวงการคลังจะชี้แจง หน้าที่ตนคือคิดและทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศ หน้าที่ฝ่ายกฎหมายกระทรวงการคลัง ฝ่ายควบคุมหนี้สาธารณะ มันอาจมีคนหวังดีหรือไม่หวังดี ไม่รู้ ไปรวมเอาทั้งหมดมา ต้องเปรียบเทียบไล่ดูว่าผิดกฎระเบียบการเงินการคลังในการใช้เงินงบฯ หรือไม่ วันนี้ถ้ารัฐบาลปฏิรูปแต่ทุกคนไม่ปฏิรูป ก็จะเป็นแบบเดิม อยากให้คิดแบบนี้ แต่มาคอยดึงขากัน ผิดก็ว่ามา เมื่อถามย้ำว่าจะเรียกความเชื่อมั่นอย่างไร เพราะคนตีความว่ารัฐบาลถังแตก พล.อ.ประยุทธ์ตอบเสียงดุดันว่า “ใครตี ตอนนี้น้ำท่วมช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาทุกอย่าง ขอหมด แล้วการพัฒนาการลงทุนจะเอาเงินที่ไหน การเงินการคลังเติมล้นจะเอา อย่างไรเลือกมา ปัญหาอยู่ที่ว่าท่านเลือกอย่างไร ถ้าจะเอาแบบนั้นก็จบ หยุดไม่ต้องปฏิรูปไม่ต้องทำอะไร แล้วอย่ามาเรียกร้อง”

ปี๊ดแตกถูกรุม รู้ถ้าผิดโดนเล่นแน่

“เมื่อเขาทำแล้วก็ต้องไปดูว่าเขาทำถูกหรือผิด ใครเป็นคนเอามาพูด พรรคการเมืองไหน นักการเมืองฝ่ายไหน ปัดโธ่! ชอบไปเป็นกระบอกเสียงให้คนพวกนี้มาพูด ถ้ามันผิด เขาเล่นงานผมเอง ไม่ต้องมารุมผม แล้วถ้ามันผิด ผมอนุมัติไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทุกเรื่องที่เข้า ครม. ไม่ใช่ผมสั่งให้ทำ เขาไปทำตามนโยบายและแผนงานของเขา และก่อนจะนำมาเสนอ ครม.เขาสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วว่า ถูกหรือไม่ ผมก็ถามว่าเม็ดเงินมันมีอยู่หรือไม่ พอหรือไม่ เอาเงินที่ไหนมา เขาก็ตอบว่ามันได้หมดแล้วจะให้ผมทำอย่างไร ไม่ใช้หรือใช้ ผมไม่ได้คิดว่าเป็นเงินในกระเป๋าผม มันคิดด้วยระบบด้วยกฎหมาย ให้ไปฟังกระทรวงการคลังชี้แจง พอกระทรวงการคลังชี้แจงก็ไปฟังอีกทางมาอีก ไปตีกลับมาอีก อยู่กันอย่างนี้ ไม่ต้องไปไหนพายเรืออยู่ในอ่าง ไม่ต้องมาเตือนผมอารมณ์ดี ไม่ดี เรื่องของผม ถ้าเป็นคุณแล้วลูกคุณทำเรื่องนี้กับคุณทุกวัน คุณจะอารมณ์ดีกับลูกคุณไหม ถ้าคุณทำได้ผมจะทำ” นายกฯ กล่าว

ตำหนิข่าวลือตั้งพระสังฆราช

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ว่า ที่มีข่าวลือขณะนี้ถามว่าไปลือกันทำไม เรื่องนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เป็นขั้นตอนที่รัฐบาลโดยนายกฯ ต้องพิจารณาร่วมกับ ครม. ว่าจะเสนอรายชื่อขึ้นไปอย่างไร โดยรายชื่อก็ต้องเป็นไปตามลำดับอาวุโส และพิจารณาเพิ่มเติมถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งความแข็งแรงของร่างกายในการปฏิบัติงานพระราชพิธีต่างๆ ทั้ง 3 คุณสมบัติเป็นตัวตั้ง แล้วคัดกรองจากทั้ง 2 นิกาย ไม่ว่าจะกี่รูปก็ตาม จากนั้นก็จะมีการนำเสนอทูลเกล้าฯ ขึ้นไป

สาม สนช.ใหม่รายงานตัวแล้ว

ที่บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพิ่มเติมตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว จำนวน 3 คน คือ พล.อ.สสิน ทองภักดี เสธ.ทบ. พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สนช.

นายก ตร.โต้ “ตำรวจมีไว้ทำไม”

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช นายกสมาคมตำรวจ แถลงข่าวกรณีการจัดเสวนาหัวข้อ “ตำรวจไทยมีไว้ทำไม” ของนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สปท. ร่วมกับองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ว่า ตำรวจถูกจัดตั้งโดยรัฐบาล เป็นหน่วยงานเดียวในการจัดการประเทศให้เกิดความสงบสุข จึงต้องเผชิญหน้ากับประชาชน ตำรวจไม่ใช่โจรและโจรไม่ใช่ตำรวจ คำว่าตำรวจคือนามธรรม คนที่เป็นตำรวจอาจจะเป็นโจรหรือคนไม่ดี แต่อย่าเหมารวมว่าตำรวจทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นโจรหรือคนไม่ดี ขอให้คิดถึงตำรวจอีกด้านด้วย ส่วนที่นายสังศิตระบุว่า ตำรวจ นครบาลรับเงินนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่มีผลการวิจัยรองรับ ไม่น่าเชื่อถือ เป็นแค่ความรู้สึก การปฏิรูปตำรวจต้องมีอยู่แล้ว ทั้งนี้ สมาคมฯจะไม่ฟ้องร้อง แต่หากยังมีการวิจารณ์ต่อก็อาจจะฟ้องร้อง ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้ตั้ง “ศูนย์พิทักษ์ธรรม” เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคน

ผบ.ตร.สั่งดูกฎหมายฟ้องหรือไม่

ที่สำนักงาน สตช. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในวงเสวนา หรือผู้ที่แสดงความคิดเห็นเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในเรื่องนี้ ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณารายละเอียด หรือประเด็นหมิ่นประมาทที่ทำให้องค์กรเสียชื่อเสียง ว่า ผู้ที่พูดกระทำความผิดอย่างไรหรือไม่ จะมีความชัดเจนภายใน 2 วันนี้ ส่วนกรณีคนโพสต์ขู่ลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมนั้น ตำรวจเร่งสืบสวนอยู่แต่ยังไม่ได้คุมตัวผู้ใด แต่ได้ประสานกับเครือข่ายความมั่นคง ซึ่งมีการขยายผลแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ มีหลายส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่ บางครั้งเป็นการโพสต์ความเห็นต้องดูลักษณะของการโพสต์ด้วย จึงยังไม่อยากระบุว่าเป็นกลุ่มไหน

“วิษณุ” แจงใช้ ม.44 แก้เฉพาะหน้า

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายกฯ มอบหมายให้ดูการใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ว่า อยู่ระหว่างแก้ไขถ้อยคำ ครั้งนี้ไม่ถึงขนาดปฏิรูปตำรวจทั้งระบบเพราะเป็นหน้าที่คณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 แต่วันนี้รัฐบาลทำเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงเดือน เม.ย.และ ก.ย. หรือจนกว่าจะมีการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันไม่ซับซ้อน ใหญ่โต และสาเหตุที่ยังไม่ออกมาตรา 44 ทั้งที่ คสช.คุยเรื่องนี้กันตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. เพราะมีบางถ้อยคำที่ต้องแก้ไข เนื่องจากต้องไปแก้กฎหมายตำรวจ จึงต้องรอบคอบ ไม่เหมือนการแก้กฎหมายปกติที่มีคนช่วยดูหลายขั้นตอน ขอย้ำว่าการใช้มาตรา 44 ครั้งนี้จะนำไปปรับแก้ใน พ.ร.บ.ตำรวจ จนกว่าคณะกรรมการตามมาตรา 260 จะทำงานแล้วเสร็จ หากเขาจะรื้อทั้งหมดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ไม่มีอะไรแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

เมื่อถามว่าจะป้องกันการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งตำรวจได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่มีอะไรในโลกจะชัดเจนทั้งหมด แต่พอจะบรรเทาป้องกันได้บางอย่าง ให้แก้ไขทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ เดี๋ยวออกมาแล้วคงทราบกัน เมื่อถามว่าการใช้โมเดลการแต่งตั้งทหารมาใช้กับตำรวจ จะช่วยลดการซื้อขายตำแหน่งได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นอุปมาเท่านั้น เพราะตำแหน่งทหารเมื่อลงไปถึงยศชั้นประทวนจะไม่มีอำนาจ นอกจากอำนาจในเรื่องของทหาร แต่ตำรวจเมื่อลงไปถึง ร.ต.อ. หรือ ร.ต.ท. มีอำนาจเกี่ยวพันกับสวัสดิภาพของประชาชน การกระจายอำนาจของตำรวจมีความพิเศษ นายกฯเพียงแต่อุปมากับการแต่งตั้งของทหารว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เป็นเพราะอะไรให้ลองศึกษาดู แล้วทำไมตำรวจถึงมี คำตอบคือเพราะตำรวจมีอำนาจ

โร่ร้องนายกฯถูก อผศ.เบี้ยวเงิน

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. กลุ่มห้างหุ้นส่วนจำกัดสุรัสวดี 98 น.ส.ประเวศน์ ภูโปร่ง ผู้จัดการฯ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้ตรวจสอบและช่วยเหลือ กรณีไม่ได้รับเงินค่าจ้างการดำเนินการโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยวังไฮ จ.มหาสารคาม และโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำกุดซีเฒ่า จ.ร้อยเอ็ด รวมมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาทจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ซึ่งตนได้เซ็นสัญญาโครงการนี้และทำจนเสร็จเรียบร้อยส่งมอบงานในวันที่ 1 ก.ค.2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าของงบประมาณเป็นผู้ตรวจรับงาน และปภ.ได้โอนเงินไปยัง อผศ. ผู้รับช่วงต่อเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2559 แต่พอทวงถามจาก อผศ.กลับไม่ได้รับคำตอบ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องนำเงินไปชำระหนี้สินที่จะถูกฟ้องร้องล้มละลาย จึงขอให้นายกฯเร่งให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

“วรงค์” บี้ รบ.แจงสังคมปมข้าวซุกกอง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีผู้ชนะการประมูลข้าวไม่สามารถรับข้าวจากโกดังรัฐบาลได้ ว่า เพราะเป็นข้าวต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด เช่น ซื้อข้าวเกรดบี ที่ผ่านมาตรฐาน แต่กลับเป็นข้าวเกรดซีที่เสื่อมสภาพ รวมทั้งประมูลข้าวชนิดหนึ่งแต่ได้ข้าวคนละชนิดซุกอยู่ภายใน เพราะเป็นข้าวซุกกองซึ่งพบมากเป็นปัญหาอันดับหนึ่งในการซื้อข้าวสารจากสต๊อกรัฐบาล ซึ่งหน่วยงานรัฐจะแก้ปัญหา ทั้งให้เอกชนเจรจากันเอง หรือฟ้องร้องเจ้าของโกดังและเซอร์เวย์ที่ไม่รักษาคุณภาพข้าวตามสัญญา แต่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผิดพลาดและไม่ได้ทำเลย คือการนำข้อเท็จจริงเหล่านี้เผยแพร่ให้ประชาชนเจ้าของภาษีได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นผลพวงจากการทุจริตของโครงการรับจำนำข้าว จึงขอเรียกร้องรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์นำข้อเท็จจริงเหล่านี้แจ้งต่อสังคมเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าวโดยเฉพาะการเวียนเทียนข้าวเสื่อมคุณภาพในโกดังในอดีตที่สร้างปัญหาต่อการระบายข้าวของรัฐบาลปัจจุบัน

เลขา ป.ป.ช. ยันชื่อย่อ 2 ก. 1 ส. เอี่ยวสินบนโรลส์รอยซ์ตรงกับ สตง. มั่นใจสาวถึงตัวคนรับ แง้มอีก 2 ก. คือสองบิ๊ก ทอ. ส่วน 1 ส. คืออดีตกัปตัน นั่งอยู่ในบอร์ดยุคนั้น ป.ป.ช.-สตง.หนุนปรับแก้โทษอาญาให้คนติดสินบนคายข้อมูล 7 ก.พ. 2560 07:34 7 ก.พ. 2560 07:39 ไทยรัฐ