วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“อภิศักดิ์” ย้ำไม่ถังแตก

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของประเทศไม่ได้มีปัญหาแม้ว่าเงินคงคลังจะลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน เพราะรัฐบาลก็เหมือนภาคเอกชน กรณีที่มีเงินสดส่วนเกินหรือสภาพคล่อง ซึ่งไม่ได้นำไปใช้อะไร ก็จะพยายามให้มีสภาพคล่องส่วนเกินเหลือน้อยที่สุด เพื่อประหยัดดอกเบี้ย เพราะประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนและพัฒนาประเทศ ดังนั้น เงินคงคลังที่ลดลงจึงไม่เกี่ยวข้องการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันเครื่อง และรัฐบาลก็ไม่ได้ถังแตกอีกด้วย

“เงินคงคลังที่ลดลงเหลือระดับ 75,000 ล้านบาท เป็นสิ่งที่ดี และเป็นนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่ต้องบริหารเงินสดให้ดี ไม่ให้เหลือเงินจำนวนมาก ซึ่งกรมบัญชีกลางจึงพยายามที่จะรักษาระดับเงินคงคลังให้อยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่จะรับได้ ซึ่งหากคำนวณอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่ระดับ 2% ต่อปี หมายถึงหากเรามีเงินคงคลัง 100,000 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีดอกเบี้ยถึงปีละ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในกรณีที่ไม่มีความจำเป็นในการใช้เงินก็ควรมีเงินคงคลังเหลือ 50,000-100,000 ล้านบาท โดยในช่วงปลายเดือนที่มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ยอดเงินคงจะขึ้นไปแตะ 100,000 ล้านบาท แต่ช่วงกลางเดือนจะเหลือประมาณ 50,000 ล้านบาท”

นายอภิศักดิ์กล่าวต่อว่า หลักการเรื่องเงินคงคลัง กรมบัญชีกลางจะเตรียมเงินเอาไว้ใช้ล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และขอยืนยันว่า ฐานะการคลังของประเทศไม่ได้มีปัญหา เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ประเทศจำเป็นต้องใช้เงิน กระทรวงการคลังก็ยังมีช่องทางในการกู้เงินอีกมาก โดยกฎหมายกำหนดให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินระยะสั้น (short term) ด้วยการออกตั๋วเงินคลังได้อีกประมาณ 80,000 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2560 ก็ยังสามารถขาดดุลงบประมาณได้อีก 390,000 ล้านบาท รวมวงเงินที่รัฐบาลสามารถกู้เงินได้มีมากถึง 470,000 ล้านบาท ซึ่งมากพอต่อการบริหารประเทศ.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของประเทศไม่ได้มีปัญหาแม้ว่าเงินคงคลังจะลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน เพราะรัฐบาลก็เหมือนภาคเอกชน กรณีที่มีเงินสดส่วนเกินหรือสภาพคล่อง 6 ก.พ. 2560 23:36 ไทยรัฐ