วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สรรพากรแนะยื่นภาษีผ่านเน็ต ห่วงสับสนสิทธิประโยชน์ลดหย่อนได้-ไม่ได้

สรรพากรแนะยื่นภาษีผ่านเน็ต ห่วงสับสนสิทธิประโยชน์ลดหย่อนได้-ไม่ได้

  • Share:
กรมสรรพากรเชิญชวนประชาชนยื่นแบบเสียภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต เหตุสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำสูง หลังมี หลายรายการหักเป็นค่าลดหย่อนได้ และไม่ได้หวั่นประชาชนสับสน

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า แนะนำให้ประชาชนที่มีรายได้ ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 59 ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.60 ทางอินเตอร์เน็ตของกรม เพราะจะสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำกว่ายื่นภาษีด้วยกระดาษที่อาจล่าช้า และการกรอกข้อมูลเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาจไม่ถูกต้อง “การยื่นภาษีปีนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่ยื่นภาษีด้วยกระดาษ เพราะการใช้สิทธิประโยชน์ภาษีมีหลายรายการที่ไม่สามารถหักเป็นค่าลดหย่อนหรือนำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากมีรายการภาษีบางตัว มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้ใช้ในปีภาษี 60 หรือเริ่มเดือน ม.ค.-ธ.ค.60 ที่ต้องยื่นแบบภาษีในปี 61”

สำหรับการยื่นภาษีทางอินเตอร์เน็ตจะดีที่สุด เพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของกรมฯได้วางแบบฟอร์มและคำนวณการเสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ภาษีรายการใดที่ยังไม่มีสิทธิ โปรแกรมฯจะบอกทันทีว่า ไม่สามารถทำรายการนี้ได้ ต่างจากระบบเดิม ที่ต้องกรอกข้อมูลลงในกระดาษแล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากกรอกข้อมูลผิดพลาด หรือเจ้าหน้าที่คำนวณผิดพลาด จะเสียเวลาในการติดต่อกับราชการในภายหลัง “ปีที่แล้ว ผู้มีเงินได้ที่ยื่นภาษีทั้งหมด 11 ล้านคน ในจำนวนนี้ 80% ยื่นทางอินเตอร์เน็ต แต่ปีนี้ กรมฯตั้งเป้าหมายว่าจะมีคนยื่นทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอีก 5% รวมเป็น 85% หรือ 9.3 ล้านคน ส่วนที่เหลืออีก 15% ยังคงยื่นด้วยวิธีการแบบเดิม”

อย่างไรก็ตาม เพื่อจูงใจให้ประชาชนที่ยื่นภาษีทางอินเตอร์เน็ตในกรณีที่ได้รับเงินภาษีคืน หากกดตกลงในแบบฟอร์มให้คืนภาษีผ่านบัญชีพร้อมเพย์ได้ กรมฯจะใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้อง และคืนภาษีเข้าสู่บัญชีพร้อมเพย์ภายใน 1 วันทำการ จากเดิม 10-15 วัน ในกรณีที่ไม่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม “การคืนภาษีด้วยการจ่ายเงินเข้าพร้อมเพย์ กรมฯจะประหยัดเงินได้ราว 100 ล้านบาท ผู้ได้รับภาษีคืนประหยัดเวลา ไม่ต้องรอรับเช็ค และธนาคารไม่ต้องเคลียริ่งเช็ค ซึ่งช่วง 3 ปีในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ประชาชนที่ได้รับภาษีคืนแล้วไม่นำเช็คมาขึ้นเงิน หรือส่งเช็คไปแล้วไม่มีคนรับ มียอดเงินค้างสะสม 300 ล้านบาท แต่หากรับเงินด้วยพร้อมเพย์ ยอดเงินค้างไม่เกิดขึ้นแน่นอน”

สำหรับสิทธิประโยชน์ภาษีในปีนี้ ที่หักค่าลดหย่อน หรือหักค่าใช้จ่ายได้ เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว กฎหมายเก่าหักได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท กฎหมายใหม่ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท, ค่าลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ กฎหมายเก่าหักได้ 30,000 บาท กฎหมายใหม่ 60,000 บาท, ค่าลดหย่อนบุตร กฎหมายเก่าคนละ 15,000 บาท ไม่เกิน 3 คน กฎหมายใหม่คนละ 30,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนบุตร และกรณีคู่สมรสมีรายได้ให้หักค่าลดหย่อนรวมกันได้ไม่เกิน 60,000 บาท กฎหมายใหม่ 120,000 บาท

ขณะที่โครงสร้างภาษีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้ไม่ถึง 150,000 บาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี, รายได้ 150,001-300,000 บาทต่อปี เสียภาษี 5%, รายได้ 300,0001-500,000 บาทต่อปี เสียภาษี 10%, รายได้ 500,001-750,000 บาทต่อปี เสียภาษี 15%, รายได้ 750,001-1 ล้านบาทต่อปี เสียภาษี 20%, รายได้ 1-2 ล้านบาทต่อปี เสียภาษี 25%, รายได้ 2-4 ล้านบาทต่อปี เสียภาษี 30% และตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 35% แต่กฎหมายใหม่ ผู้มีรายได้ 2-5 ล้านบาท เสียภาษี 30% และตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 35% โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้