วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาวบ้านชุมพร ระทม เจอน้ำท่วมขังสูงนานกว่า 1 เดือน สวนเสียหายนับ 10 ล.

ชาวบ้านชุมพร ระทม เจอน้ำท่วมขังสูงนานกว่า 1 เดือน สวนเสียหายนับ 10 ล.

  • Share:

ชาวบ้านชุมพร สุดระทมเจอน้ำท่วมขังสูงนานกว่า 1 เดือน ทุเรียน มังคุด กล้วยหอมทอง ยืนต้นตายกว่า 100 ไร่ เสียหายนับ 10 ล้านบาท บางรายหมดหนทางต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ทำสระเลี้ยงปลาดุกแทน

วันที่ 6 ก.พ. 60 นายบุญจันทร์ รักขันโท รองนายก อบต.บ้านนา นายภาณุวัฒน์ สวัสดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลบ้านนา พร้อมผู้นำชุมชน และชาวบ้าน นำผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบพื้นที่ บ้านห้วยลึก หมู่ 12 ตำบลบ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากเมื่อต้นเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนัก และมีน้ำท่วมถึง 3 ระลอกในพื้นที่ จ.ชุมพร ปรากฏว่า ขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าวของบ้านห้วยลึกหมู่ 12 ตำบลบ้านนา ยังคงมีน้ำท่วมขังสูง 1-3 เมตร บางแห่งท่วมเสาไฟฟ้าสูงกว่าครึ่งเสา ราษฎรไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยในบ้านได้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรทำสวนทุเรียน มังคุด และกล้วยหอมทอง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ส่งออกขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 100 ไร่ ผลิตเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

นายบุญจันทร์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่น้ำท่วมดังกล่าวเป็นที่ดินปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ สปก. น้ำท่วมมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2560 รวมพื้นที่ 24 จุด กว่า 100 ไร่ จนถึงขณะนี้เดือนกว่าแล้วน้ำยังท่วมขังอยู่ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบเกือบ 20 ปี พืชผลทางการเกษตรเริ่มยืนต้นตาย สาเหตุอาจจะเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและน้ำท่วมขังต่อเนื่องถึง 3 ครั้งในเดือนเดียวกัน ประกอบกับสภาพพื้นที่รายรอบด้วยหุบเขา ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ทำให้ดินและภูเขาอุ้มน้ำไว้จำนวนมาก และมีตาน้ำผุดไหลออกมาจากใต้ดินอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ทำให้ยังน้ำยังท่วมขังอยู่ต่อเนื่องยาวนาน

ขณะที่ตนได้สำรวจข้อมูลและแจ้งไปยัง นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอเมืองชุมพร ซึ่งได้ประสานไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ ได้นำรถสูบน้ำ จำนวน 4 คันมาเร่งสูบระบายน้ำในจุดพื้นที่ท่วมขังดังกล่าวแล้ว ซึ่งคาดว่าอีกหลายวันกว่าน้ำจะแห้งได้หมด เบื้องต้นได้มีฝ่ายปกครอง เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่ สปก.ออกสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือแก่ชาวบ้านที่เดือดร้อนตามระเบียบของทางราชการแล้ว

ขณะที่ นางบุษบา เปี่ยมยา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1232 หมู่ 12 ตำบลบ้านนา กล่าวว่า ตนทำสวนทุเรียน และมังคุด อยู่บนที่ดิน สปก. จำนวน 18 ไร่ ขณะนี้น้ำยังท่วมขังสูงกว่า 3 เมตร บ้านยังไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ ทุเรียน มังคุด ทั้งที่ปลูกใหม่และเก่าอายุระหว่าง 15-20 ปี แต่ละปีตนจะมีรายได้จากการขายผลผลิต ประมาณ 2 ล้านบาท สำหรับปีนี้ก็คงจะหมดหวังแล้ว และที่สำคัญต้นทุเรียน มังคุด ทั้งหมดเริ่มทยอยยืนต้นตายแล้ว ตนต้องหมดเนื้อหมดตัวอย่างแน่นอน

ด้าน นางสุคนธ์ ศรีภัคดี อายุ 63 ปี และนายประสาน ศรีภัคดี อายุ 70 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 12 ตำบลบ้านนา กล่าวว่า ตนทำการเกษตรมาเกือบ 20 ปี ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งปลูกกล้วยหอมทองในที่ดิน สปก. จำนวน 8 ไร่ ประมาณ 10 วัน เก็บผลผลิตขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อ ทำให้มีรายได้เฉลี่ยไร่ละเกือบ 2 หมื่นบาท ต่อการเก็บผลิต 1 ครั้ง ตอนนี้น้ำท่วมขังมานานกว่า 1 เดือน ทำให้กล้วยหอมทองยืนต้นตายเกือบหมดแล้ว ตนไม่มีอาชีพอะไร จึงได้เปลี่ยนวิกฤติจากกรณีดังกล่าวมาเป็นโอกาสโดยการใช้พื้นที่น้ำท่วมขังซึ่งเป็นแอ่งน้ำ คาดว่าน้ำาจะท่วมขังอีกนานหลายเดือนมาทำเป็นสระเลี้ยงปลาดุกแทน โดยเบื้องต้นได้ไปซื้อพันธุ์มาปล่อยลงปล่อยเลี้ยงไปแล้วกว่า 1 พันตัว ซึ่งคาดว่าพอน้ำลดแห้งลงก็จะสามารถจับปลาดุกขายได้พอดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้