วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ บทเรียนจากจีน

ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าแปลก เมื่อ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดที่สถาบันพระปกเกล้าว่า “อีกไม่กี่วัน นายกฯ จะต้องตัดสินใจเรื่องการสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ผมพูดตรงๆว่า หากท่านตกลงจะสร้าง ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมเลิกได้ผมก็จะเลิก” ทำไมเพิ่งมาคิดคัดค้านเอาตอนนี้ก็ไม่รู้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน จะมีการพิจารณาตัดสินในเรื่องนี้แล้ว

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ อ้างเหตุผลเดียวมาตลอดว่า ถ้าไม่สร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ภาคใต้จะเข้าสู่ “ภาวะเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้า ในปี 2562” เพราะมีความต้องการใช้ไฟฟ้า 3,000 เมกะวัตต์ ใกล้เคียง กับกำลังการผลิตในภาคใต้ 3,050 เมกะวัตต์ แผนรองรับวิกฤติในปี 2562-2564 คือ อาศัยไฟฟ้าจากส่วนกลางที่มีอยู่ 650 เมกะวัตต์มาเสริม เพื่อรอ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในปี 2564

ฟังดูน่ากลัวเต็มที

แต่เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา สื่อไทยเสนอข่าวกันแทบทุกสื่อ นายดาววง โพนแก้ว อธิบดีกรมวางแผนและนโยบายพลังงาน กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ลาว ได้แถลงข่าวว่า รัฐบาลลาว จะเปิด โครงการนำร่อง ขายไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ให้มาเลเซียในปี 2563 โดย ส่งผ่านเครือข่ายไฟฟ้าไทย และจะส่งไปขายให้ สิงคโปร์ ต่อไป กระทรวงพลังงานลาว อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารเพื่อเจรจากับไทยและมาเลเซียในเดือนมีนาคมนี้ถึงเรื่องราคาและกระบวนการจัดส่ง

เห็น “ความจริง” ที่เกิดขึ้นไหมครับ วันนี้ ประเทศลาว ซึ่งตั้งอยู่ ทางเหนือของไทย กำลังจะ ส่งไฟฟ้าไปขายมาเลเซียและสิงคโปร์ ผ่าน โครงข่ายไฟฟ้าไทย เป็นระยะทางกว่า 2,000–3,000 กิโลเมตร เพราะ ในปี 2563 ลาวจะผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 10,000 เมกะวัตต์ เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 75% หรือ 7,500 เมกะวัตต์ ใช้ในประเทศ 25%

ความจริงก็คือ ระบบสายส่งไฟฟ้าไทย สามารถ รับไฟฟ้าลาว ส่งไปขายที่ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ซึ่งอยู่เลยจาก ภาคใต้ ของไทยไปหลายร้อยกิโลเมตรได้อย่างสบาย เพราะ ระบบอาเซียน เพาเวอร์ กริด สามารถ เชื่อมโยงไฟฟ้าได้ทุกประเทศอยู่แล้ว

แล้ว กรุงเทพฯ–กระบี่ ระยะทาง 900 กว่ากิโลเมตร ทำไม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จึงไม่ ซื้อไฟฟ้าจากลาว ที่มีอยู่เหลือเฟือ ส่งไปใช้ที่ภาคใต้ เหมือนกับที่ รัฐบาลลาว จะส่งไฟฟ้าผ่านภาคใต้ผ่านกระบี่ไปขายถึงมาเลเซียและสิงคโปร์

วันนี้ ลาว ได้ชื่อว่าเป็น แบตเตอรี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำมากมาย ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ในราคาถูก ปัจจุบันลาวมีโรงไฟฟ้าหลายสิบโรง ผลิตไฟฟ้าได้กว่า 6,000 เมกะวัตต์ ปี ค.ศ.2020 หรือ พ.ศ.2563 ลาวจะผลิตไฟฟ้าได้ถึง 14,000 เมกะวัตต์ รัฐบาลลาวจึงต้องหาทางขายไฟฟ้าล่วงหน้า แต่แปลกที่ไทยกลับไม่ซื้อไฟฟ้าราคาถูกจากลาวเพิ่มขึ้น ทั้งที่ไทยมีสายส่งไฟฟ้าเชื่อมกับลาวถึง 14 เส้นทาง ทำให้ลาวต้องหาทางส่งข้ามหัวไทยไปขายมาเลเซียและสิงคโปร์

ตรงกันข้าม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ กลับสู้หัวชนฝาเพื่อจะสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ให้ได้ ซึ่งมี บริษัทจีน ร่วมกับ อิตาเลียนไทย ประมูลไปในราคาสูงถึง 32,300 ล้านบาท อ้างว่าเป็น โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด เหมือนโรงไฟฟ้าถ่านหินญี่ปุ่นที่โฆษณา แต่กลับต้องติดตั้ง ระบบจับปรอท ฝุ่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของมีพิษทั้งนั้นเพิ่ม ที่สำคัญ การก่อสร้างกลับเป็นเทคโนโลยีจีน ไม่ใช่เทคโนโลยีญี่ปุ่นที่นำมากล่าวอ้าง ล่าสุด รัฐบาลจีนได้สั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินไปมากมาย เพื่อลดหมอกควันพิษในกรุงปักกิ่งและเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ใครดูข่าวก็คงรู้

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา มณฑลชานตง ก็เพิ่งสั่งให้โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ 7 แห่ง ลดการผลิตไฟฟ้าลง 2 ใน 3 เพื่อลดมลภาวะและหมอกควันที่ปกคลุมภาคเหนือของจีน

นี่คือ “ความจริง” ที่ “พิสูจน์แล้ว” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ชาวกระบี่ จะต้องรู้ ก่อนที่จะตกอยู่ในสภาพเดียวกับจีน แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

6 ก.พ. 2560 11:08 ไทยรัฐ