วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

บทวิเคราะห์ของวอชิงตันโพสต์ ยักษ์ใหญ่วงการหนังสือพิมพ์อเมริกัน กลายเป็นข่าวฮือฮาในหน้าหนังสือพิมพ์ไทย เพราะเป็นการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดรัฐประหาร ในปี 2560 ใน 161 ประเทศ และฟันธงว่าไทยมีความเสี่ยงเป็นอันดับที่ 2 รองจากบุรุนดี ตามด้วยสาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐชาดและตุรกี ประเทศที่เสี่ยงน้อยสุดคือนอร์เวย์

บุรุนดีอยู่ในทวีปแอฟริกา เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาทางการเมืองที่สุดประเทศหนึ่ง มีความขัดแย้งระหว่างคนต่างเผ่าอย่างต่อเนื่อง และเคยเกิดรัฐประหารเป็นระยะๆ แต่ถ้านับจำนวนครั้งของรัฐประหาร บุรุนดีก็อาจต้องชิดซ้ายยกตำแหน่งแชมป์ให้ไทย แต่บุรุนดีได้อันดับ 1 เพราะผู้วิเคราะห์ฟันธงว่า เสี่ยงมากที่สุดที่จะเกิดรัฐประหาร และสำเร็จในปีนี้

เป็นผลการวิเคราะห์ที่ใช้ข้อมูลและสถิติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ นักรัฐศาสตร์เยอรมนี เคยเผยแพร่ผลการศึกษาเมื่อหลายปีก่อน และฟันธงว่าประเทศไทยอาจเกิดรัฐประหาร และเป็นความจริงในเวลาต่อมา ปัจจัยสำคัญคือภูมิหลังด้านประวัติศาสตร์ ไทยเคยมีรัฐประหารที่ล้มเหลวกลายเป็นกบฏ 23 ครั้ง และสำเร็จ 12 ครั้ง นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเต็มไปด้วยรัฐประหาร อย่างน้อยที่สุดก็ตั้งแต่ตอนต้นสมัยอยุธยา เกือบ 700 ปีมาแล้ว อยุธยาเป็นราชธานีถึง 417 ปี และมีรัฐประหารเป็นระยะๆแต่ที่คนไทยรู้จักกันมากที่สุด น่าจะเป็นรัฐประหารที่มีขุนพิเรนทรเทพ เป็นผู้นำ เมื่อปี 2072 ยึดอำนาจเสร็จแล้ว อัญเชิญพระเทียรราชาขึ้นทรงราชย์ เป็นสมเด็จพระมหา จักรพรรดิ

แม้แต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นายปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน ก็เคยเขียนบันทึกไว้ว่า วิธีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ภาษา ไทยธรรมดาเรียกว่า “การยึดอำนาจโดยฉับพลัน” เพราะสมัยนั้นยังไม่มีใครบัญญัติศัพท์ไทยว่า “รัฐประหาร” นักวิชาการบางคน เรียกการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นว่า “ปฏิวัติ” บ้างก็เรียก “อภิวัตน์”

ในยุคประชาธิปไตย รัฐประหารกลายเป็นประเพณีทางการเมืองที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ส่วนเหตุผลหรือข้ออ้างในการยึดอำนาจ เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ คณะรัฐประหาร 2490 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญของไทย ทำให้ฝ่ายทหารคุมอำนาจการเมือง อ้างเหตุผลเรื่องข้าวยากหมากแพง และบ้านเมืองไม่สงบ จึงมีความ ชอบธรรมที่จะยึดอำนาจ

ทั้งหมดนี้ เป็นความจริงในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับ มิฉะนั้นจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้และประเทศไทย ก็อาจติดกับอยู่ในความล้าหลังการเมืองต่อไป หากรัฐบาล คสช. มีความจริงใจที่จะปฏิรูปประเทศ น่าจะบรรจุเรื่องการปฏิรูปการเมืองไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งเป้าไว้ว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นประชาธิปไตยให้จงได้.

6 ก.พ. 2560 11:02 ไทยรัฐ